posttoday

รัชดาพร ลีระศิริ หญิงเก่งอีเวนต์ สปป.ลาว

20 สิงหาคม 2559

พลันที่อาเซียนเปิดตลาดพร้อมต้อนรับนักแสวงหาโอกาสธุรกิจ ด้วยในช่วงเวลานี้ผู้ที่เข้าไปบุกเบิกและฝังตัวเพื่อศึกษา

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

พลันที่อาเซียนเปิดตลาดพร้อมต้อนรับนักแสวงหาโอกาสธุรกิจ ด้วยในช่วงเวลานี้ผู้ที่เข้าไปบุกเบิกและฝังตัวเพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคท้องถิ่นให้เข้าใจถ่องแท้ก่อนย่อมได้เปรียบกว่า ด้วยในบางธุรกิจก็ไม่สามารถเอาสูตรสำเร็จทางการตลาดจากเมืองไทยไปใช้ได้หมด “ธุรกิจอีเวนต์” ก็เช่นกัน

รัชดาพร ลีระศิริ “ก้อย” คนรุ่นใหม่วัยต้น 40 ปี เจ้าของธุรกิจอีเวนต์ บริษัท ขงเบ้ง อีเว้นท์ เอเยนซี่ (ประเทศไทย) ที่ดึงประสบการณ์การทำงานด้านการจัดงานรูปแบบต่างๆ หรือออร์แกไนเซอร์ในไทยมาไม่ต่ำกว่า 10 ปี มาเปิดตลาดธุรกิจดังกล่าวใน สปป.ลาว ด้วยมองเห็นโอกาสจากศักยภาพของประเทศที่กำลังเป็นตลาดเกิดใหม่ และมีความต้องการสินค้าบริการในเกือบทุกประเภท

เธอเล่าให้ฟังว่า ก่อนจะตัดสินใจเข้าไปทำธุรกิจอีเวนต์ใน สปป.ลาว นั้น ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจในประเทศไทยที่เริ่มชะลอตัวเมื่อราวๆ 4-5 ปีก่อน และส่งแรงกระเพื่อมถึงภาคธุรกิจอื่นๆ ซึ่งก็รวมถึงออร์แกไนเซอร์ ผู้จัดงานอีเวนต์ด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก มีสัดส่วนถึง 80% ที่เริ่มซบเซาการจัดงาน ขณะที่กลุ่มลูกค้าอื่นๆ มีอยู่ราว 20%

ในช่วงจังหวะนั้นเอง ที่เจ้าตัวเริ่มมองหาช่องทางการปรับตัวของธุรกิจ จากการใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการตัดสินใจนำโมเดลธุรกิจและประสบการณ์การทำงานที่ติดตัวเข้าไปบุกเบิกธุรกิจอีเวนต์ใน สปป.ลาว เป็นรายแรกๆ ตั้งแต่ 3-4 ปีก่อน พร้อมพกความมั่นใจที่มีอยู่และทักษะภาษาเพื่อสื่อสารกับคนท้องถิ่น จากพื้นเพเป็นชาวหนองคาย และมีเครือข่ายสายสัมพันธ์ทางธุรกิจในลาวที่เข้ามาช่วยกรุยทาง

รัชดาพร ลีระศิริ หญิงเก่งอีเวนต์ สปป.ลาว

 

“ประเทศลาวเมื่อสัก 5-6 ปีก่อน ยังจะต้องศึกษาตลาดเยอะพอสมควร ซึ่งตอนนั้นก็รู้มาอยู่บ้างแล้วว่าเป็นตลาดที่ยาก ด้วยการทำตลาดในประเทศนี้มีความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะใน 3 เรื่องสำคัญ คือ การเมือง ประวัติศาสตร์ และคำพูดบ้านพี่เมืองน้อง ที่ชาวต่างชาติโดยเฉพาะคนไทยควรให้ความระมัดระวัง และทำความเข้าใจเป็นอย่างมากก่อนจะเข้ามา” รัชดาพร เสริม

ืพร้อมเล่าต่อว่า ด้วยความที่เป็นผู้หญิงไทยตัวเล็กๆ และเข้าไปบุกเบิกตลาดอีเวนต์ในช่วงเวลานั้น โดยฝังตัวอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ร่วมกว่า 1 ปี เพียงคนเดียว เพื่อให้เข้าใจทั้งภาษา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งเธอบอกว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของการฝากชีวิตไว้ที่นี่ ก็รู้แล้วว่าจะอยู่หรือจะไป แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ตัดสินใจโหวตให้ตัวเองอยู่ต่อได้

ด้วยเธอรู้แล้วว่ามี 2 เทคนิคที่ไม่ยากและไม่ง่ายที่จะเข้าตลาดนี้ได้ คือ หนึ่งต้องมีความตั้งใจจริงในการทำธุรกิจ เพราะต้องยอมรับว่า สปป.ลาว เพิ่งเปิดตลาดได้ไม่นาน อาจมีความกังวล ในการทำธุรกิจร่วมกับคนต่างชาติ โดยเฉพาะคนไทย ซึ่งอีกมุมหนึ่งคนไทยเองก็อาจมีความหวาดระแวงด้วยเช่นกัน เพราะขาดความชำนาญในพื้นที่ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาเพื่อพิสูจน์ร่วมกัน และเทคนิคที่สองใช้ความจริงใจในการเป็นพันธมิตร เพื่อมัดใจการทำธุรกิจร่วมกันได้ในระยะยาว

พร้อมเสริมว่า การจะเข้าไปเปิดตลาดลาวนั้น โดยเฉพาะในธุรกิจเอสเอ็มอีจะต้องศึกษาตลาดให้มาก โดยเฉพาะการใช้ภาษาท้องถิ่นเพื่อการสื่อสาร ซึ่งในส่วนของการคุยงาน เจรจาธุรกิจกับภาคเอกชนนั้น ก็อาจอนุโลมให้ใช้ภาษาอังกฤษ แต่หากเป็นการทำงานร่วมกับภาครัฐ หรือรัฐบาล สปป.ลาว แล้ว จะเน้นการสื่อสารด้วยภาษาลาวเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงการทำเอกสารสัญญาโครงการต่างๆ ที่ใช้เป็นภาษาลาวก่อนเป็นอันดับแรก ยังไม่รวมถึงการแต่งกายที่จะต้องให้เกียรติเจ้าบ้านและสถานที่ด้วย

รัชดาพร ลีระศิริ หญิงเก่งอีเวนต์ สปป.ลาว

 

“ในช่วงแรกๆ ที่มาอยู่ใหม่ๆ เคยร้องไห้ ท้อแท้ อยากกลับบ้าน แต่เมื่อมานึกถึงความฝันที่อยากสร้างธุรกิจของตัวเองให้ได้ ให้ประสบความสำเร็จ ก้อยก็ต้องปรับตัวใหม่ หันมาอ่านหนังสือลาวทุกอย่าง ทุกประเภท จนถึงตอนนี้สามารถพูด ฟัง อ่าน เขียนภาษาลาวได้แล้ว พยายามใช้เงินลาวทุกวัน ใช้ชีวิตเป็นคนท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด ซึ่งโชคดีอย่างตรงที่ก้อยเป็นผู้หญิง ก็จะได้รับความเอ็นดูด้วยจากผู้ใหญ่ แต่เราก็ต้องใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตนเข้าหาด้วยพร้อมกัน” รัชดาพร เล่า

ปัจจุบัน รัชดาพร ดำเนินธุรกิจอีเวนต์ใน สปป.ลาว ในตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ (Project Director) โดยเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับคนท้องถิ่นชาวลาว ภายใต้บริษัท Marlader Agency ซึ่งเป็นภาษาอีสาน อ่านว่า มาละเด้อ หมายถึง มาแล้วนะ แต่เจ้าตัวบอกว่าที่ชอบชื่อนี้ด้วยยังสามารถอ่านให้ออกเสียงเป็นสำเนียงในภาษาฝรั่งเศสได้ว่า มาลาเดอ ซึ่งขยายชื่อบริษัทให้มีความเป็นสากลขึ้นมาด้วย

สำหรับกลุ่มลูกค้าในลาวของบริษัท Marlader นั้น หลักๆ แล้วจะเป็นกลุ่มลูกค้าท้องถิ่นใน สปป.ลาว ที่สนใจโปรโมทธุรกิจผ่านการจัดอีเวนต์ และอีกกลุ่มคือลูกค้า สินค้าบริการจากไทย ที่กำลังเติบโตที่นั่น และต้องการจัดกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์การทำตลาดและยอดขาย

โดยหนึ่งในผลงานที่เธอภาคภูมิใจ คือ ได้รับโอกาสเข้าไปเสนอไอเดียพร้อมรับผิดชอบโปรเจกต์การจัดอีเวนต์ผลิตภัณฑ์เบียร์ลาว ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ระดับประเทศของ สปป.ลาว ที่ต้องแข่งขันร่วมกันกับผู้จัดงานอีเวนต์ในประเทศลาวเองที่มีข้อได้เปรียบกว่าในหลายๆ ด้าน รวมถึงผู้จัดจากเมืองไทยเองก็มีที่เข้าไปร่วมด้วย แต่สุดท้ายเธอก็สามารถขายงานผ่านพร้อมเข้าไปจัดงานในส่วนที่เรียว่า เบียร์ลาว มิวสิค โซน ในช่วงเดือน เม.ย.ปีก่อน

รัชดาพร ลีระศิริ หญิงเก่งอีเวนต์ สปป.ลาว

 

นอกจากนี้ยังมีงาน แซนด์ อาร์ต เฟสติวัล (Sand Art Festival) งานเทศกาลศิลปะทราย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งงานเทศกาลที่มีชื่อเสียงของ สปป.ลาว ที่บริษัท Marlader เข้ามารับการจัดงานตั้งแต่ 2 ปีก่อนถึงปัจจุบัน ที่สร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่งให้กับผู้เข้าชมงานและเจ้าของผู้จัดงาน ซึ่งเธอบอกว่าน่าจะมาจากรูปแบบการนำเสนอไอเดีย หรือรูปแบบการจัดงานที่แปลกใหม่ มีความครีเอทีฟ ซึ่งบางครั้งก็เป็นการประยุกต์รูปแบบการจัดอีเวนต์จากเมืองไทยเข้าไปปรับใช้กับการจัดงานของท้องถิ่น ที่สำคัญต้องมีความธรรมชาติเป็นส่วนประกอบด้วย

“การเข้ามาทำงานที่นี่แม้จะมีโปรไฟล์ดีแค่ไหนก็ใช้ไม่ได้ เพราะต้องเข้าไปแข่งขันกับคนท้องถิ่น ทุกอย่างเราไม่สามารถทำด้วยตัวเอง 100% แต่ต้องมีพาร์ตเนอร์ที่ดีให้การสนับสนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งอย่างที่บอกข้างต้น คือ จะต้องใช้ความอดทนมุ่งมั่นและจริงใจเพื่อเข้าตลาดนี้” รัชดาพร ย้ำ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้มีโอกาสร่วมจัดงานการประกวดนางสาวสังขาร หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็นนางสาวนครหลวงเวียงจันทน์ 2016  ปีล่าสุดด้วย โดยเริ่มการทำงานแบบครบวงจรตั้งแต่รับสมัครผู้เข้าประกวด ไปจนถึงสิ้นสุดการคัดเลือกผู้ชนะการประกวด ซึ่งทุกอย่างที่บริษัท ได้รับล้วนเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ ที่ทำให้เธอและทีมงานยิ่งต้องรักษาระดับมาตรฐานการทำงานเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

พร้อมเสริมต่อว่า ข้อดีของการทำธุรกิจใน สปป.ลาว นั้นมีหลายอย่าง โดยเฉพาะแรงจูงใจด้านภาษี ด้วยที่นี่ไม่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ทำงานจบได้รับผลตอบแทนทันทีตามสัญญาระบุ ทำให้กิจการมีแคชโฟลว์ที่ดีตามไปด้วย

และมองว่าตลาดใน สปป.ลาว ยังมีโอกาสทางธุรกิจอยู่เสมอ สำหรับนักธุรกิจที่สนใจและมีความตั้งใจจริง

ข่าวล่าสุด

เคาะจ่ายเยียวยา 1.51 ล้านบาทต่อราย ผู้เสียชีวิตเครนถล่มทับรถไฟ