
ต้องสังคายนา
เหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิง 17 จุด ใน 7 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงกลางดึกวันที่ 11 ส.ค.
โดย...วุฒิ นนทฤทธิ์
เหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิง 17 จุด ใน 7 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงกลางดึกวันที่ 11 ส.ค.ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 12 ส.ค. ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก อาทิ ภูเก็ต พังงา และหัวหิน เป็นมากกว่าการท้าทายอำนาจของรัฐบาลทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้าควบคุมอำนาจอยู่ในขณะนี้
ถึงวันนี้หลักฐานหลายชิ้นบ่งชี้ว่ากลุ่มคนร้ายที่ลงมือมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีและมีการทำงานอย่างเป็นระบบ อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบระเบิดและลอบวางเพลิงมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็ไม่สามารถฟันธงลงไปได้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มโจรใต้ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดวิสัยของกลุ่มโจรใต้ในการออกมาก่อเหตุนอกพื้นที่
แต่หากจะระบุว่าเป็นระเบิดการเมืองโดยฝีมือของกลุ่มผู้เห็นต่างหรือฝ่ายตรงข้าม คสช.ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะกล้าลงมือในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ที่สำคัญ ขณะที่ศักยภาพของกลุ่มที่เห็นต่างกับ คสช.ซึ่งมีการระบุว่าไม่พอใจผลประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมา ก็ไม่น่าจะมีขีดความสามารถในการก่อเหตุในสถานการณ์ที่ คสช.คุมเข้มขนาดนี้ และไม่น่าจะกล้าลงมือที่หัวหินเพราะมีความเสี่ยงสูงเกินไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเหตุระเบิดจะมาจากสาเหตุใด แต่สิ่งที่ คสช.จะต้องสังคายนางานด้านการข่าวของรัฐบาลใหม่ทั้งหมด และผู้ที่รับผิดชอบงานด้านการข่าวไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวกรองหรือศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ จะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นความล้มเหลวของการทำงานด้านการข่าวของรัฐอย่างสิ้นเชิง
การทำงานด้านการข่าวนั้นหัวใจสำคัญก็คือการทำงานเชิงรุกและต้องเป็นการรุกที่เข้าถึงแหล่งข้อมูลอย่างแท้จริง จึงจะสามารถเจาะลงไปถึงการข่าวเชิงลึกได้ หลักการนี้เชื่อว่าทุกหน่วยงานยึดเป็นแนวทางในการปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารหน่วยงานได้มีการกำกับดูแลการทำงานของหน่วยอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
วันนี้จุดเด่นของ คสช.คือการปราบปราม เมื่อพบการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อประเทศ คสช.จะเข้าไปดำเนินการอย่างทันท่วงที แต่ด้านการข่าวต้องมีการยกเครื่องครั้งใหญ่ ถ้าจำไม่ผิดระเบิดบนทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าสยาม ถึงวันนี้ก็ยังจับมือใครดมไม่ได้







