
คำพูดต้องห้าม!!! ที่สาวๆ ฟังแล้วปรี๊ดแตก
ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดบางคำที่ผู้ชายคิดว่าเป็นประโยคที่แสนจะธรรมด๊าธรรมดาในความรู้สึกของพวกเขา
โดย...เลิฟเบิร์ด ภาพ... คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดบางคำที่ผู้ชายคิดว่าเป็นประโยคที่แสนจะธรรมด๊าธรรมดาในความรู้สึกของพวกเขา แต่กับผู้หญิงแล้วคำพูดเหล่านี้อาจกลายเป็นประโยคต้องห้าม!!! ที่พวกเธอได้ฟังแล้วอาจถึงกับปรี๊ดแตกก็เป็นได้
ผู้หญิงนี่นะ/ผู้หญิงก็อย่างนี้แหละ
สมัยนี้คงไม่ค่อยมีใครกล้าพูดประโยคนี้ออกมาตรงๆ กันแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็คงมีผู้ชายไม่น้อยเลยที่ยังคิดกันแบบนี้อยู่ในใจ เมื่อผู้หญิงพูดแสดงความคิดเห็น ความต้องการของตัวเองในที่ประชุม คงมีผู้ชายคิดค้านในใจบ้างว่า “ผู้หญิงนี่นะ” หรือพูดออกมาด้วยประโยคที่น่าเกลียดว่า “เธอน่ะ เป็นผู้หญิงแท้ๆ ช่างกล้าพูดนะ” หรือมิฉะนั้นก็ไม่พูดอะไรน่าเกลียด แต่พูดตามที่เห็นจริงว่า “ผู้หญิงนี่ช่างพูดกันจริงนะ” เป็นต้น
สำหรับผู้หญิงแล้ว แม้จะคิดว่าการพูดว่า “ผู้หญิงนี่ช่างมีอารมณ์หลากหลายกันจริงๆ” เป็นคำชม แต่การถูกกล่าวเจาะจงว่า “ผู้หญิง” นี่ ไม่น่ายินดีหรอก น่าจะเปลี่ยนจาก “ผู้หญิง” เป็นการชมเฉพาะบุคคล เช่น “คุณ…ช่างมีอารมณ์หลากหลายดีจัง” ก็ยังจะรู้สึกดีเสียกว่า
กลุ้มใจอะไรกับเรื่องพรรค์นั้น
วิธีปลอบโยนของผู้ชายกับผู้หญิงไม่เหมือนกัน เมื่อผู้ชายบอกว่า “กลุ้มใจอะไรกับเรื่องพรรค์นั้น” หมายความว่า “เรื่องพรรค์นั้นไม่มีค่าพอที่จะต้องกลุ้ม เกิดขึ้นบ่อยๆไม่ต้องกลุ้มใจหรอก” กล่าวคือเป็นคำปลอบโยนที่แสดงถึงความอ่อนโยนจริงๆ
“ไม่ต้องกลุ้มหรอก” เป็นคำปลอบที่ผู้ชายส่วนใหญ่พูด แต่ผู้หญิงไม่เหมือนผู้ชาย พอได้ยินว่า “กลุ้มใจอะไรกับเรื่องพรรค์นั้น” จะรู้สึกเหมือนถูกตัดบทดังฉับว่า “กลุ้มใจอะไรกับเรื่องไร้สาระพรรค์นั้น เธอนี่บ้าไปใหญ่แล้ว” หรือรู้สึกถูกตัดบทอย่างเย็นชาว่า “น่ารำคาญจริงๆ ไม่อยากฟังเลย” ย่อมทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยว
ถ้าเป็นเช่นนี้ สิ่งสำคัญคือ ฟังแล้วหนุ่มๆ ควรมีความรู้สึกร่วมแบบค่อยๆ ถาม แล้วให้เธอเล่าเรื่อง เช่น “เป็นอะไรไป กลุ้มใจเรื่องอะไรอยู่หรือ?” “เรื่องเกี่ยวกับคนที่ทำงานหรือ?” เมื่อฟังเธอเล่าเรื่องจบแล้ว ก็ให้แสดงความเห็นใจเธอที่กำลังกลุ้มใจอยู่ เช่น “อย่างนั้นหรือ ก็น่าทุกข์ใจอยู่หรอกนะ” หรือ “ผมเข้าใจความรู้สึกเป็นทุกข์ของคุณนะ” เป็นต้น จากนั้นให้สนทนากับเธอไปเรื่อยๆ ถ้าเธอปิดท้ายบทสนทนาโดยพูดว่า “ขอบคุณที่รับฟังนะ” นั่นก็หมายความว่า หนุ่มๆ ได้คะแนนเต็มในการสื่อสารกับผู้หญิงแล้วล่ะ
ช่วงก่อนวันนั้นของเดือนล่ะสิ
ประโยคนี้ถ้าพูดกับผู้หญิงในที่ทำงาน ก็อาจถูกร้องเรียนว่าพูดจาล่วงละเมิดทางเพศได้ คิดว่าคงไม่มีใครกล้าพูดหรอก แต่ถ้าพูดกับแฟนสาวหรือภรรยา ก็คงจะมีคนกล้าพูดอยู่บ้าง
“ทำไมต้องโกรธอะไรขนาดนั้นด้วย? อ๋อ! เข้าใจละ ช่วงก่อนวันนั้นของเดือนล่ะสิ” ที่พูดออกมาแบบสะใจเช่นนี้ เพราะในหมู่ผู้ชายมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงว่า “มีรอบเดือน = อารมณ์แปรปรวน” นั่นเพราะผู้ชายไม่ค่อยใช้อารมณ์ จึง
ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดผู้หญิงถึงเป็นเช่นนั้น เลยมีการอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ด้วยข้อมูลดังกล่าว
แต่รู้ไว้เลยว่า นี่เป็น “คำพูดต้องห้าม” รวมถึงเมื่อพลั้งปากพูดออกไปว่า “นี่ช่วงก่อนวันนั้นของเดือนล่ะสิ” ซึ่งถ้าบังเอิญถูกต้อง แล้วจะได้อะไรขึ้นมา คงไม่มีผู้หญิงคนไหนบอกว่า “โอ้โห! เก่งจัง รู้ได้ไงน่ะ” หรอก จริงมั้ย? ควรใช้คำพูด เช่น “วันนี้ไม่สบายหรือเปล่า มีอะไรบอกได้นะ” หรือ “อย่าโกรธเลยนะ เดี๋ยวหน้าไม่สวย” ก็น่าจะฟังแล้วลื่นหูกว่า
ฉะนั้น ต่อไปนี้ก่อนหนุ่มๆ จะพูดอะไรออกไป คิดให้รอบคอบก่อนพูดก็น่าจะดี เพราะหากเผลอพูดไปโดยไม่คิด มันอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาก็ได้นะหนุ่มๆ







