
อิสระ โดดเดี๋ยว โรบิน
ป๊อปสตาร์ระดับนานาชาติ โรบิน กำเนิดด้วยการนำดนตรีอเมริกันอาร์แอนด์บีกับเพลงป๊อปแดนซ์อันสดใสแบบฉบับของชาวสวีเดนมาผสมผสาน หลังจากเพลงแจ้งเกิดคือ Do You Know (What It Takes) โด่งดังในหลายประเทศทั่วโลก
ป๊อปสตาร์ระดับนานาชาติ โรบิน กำเนิดด้วยการนำดนตรีอเมริกันอาร์แอนด์บีกับเพลงป๊อปแดนซ์อันสดใสแบบฉบับของชาวสวีเดนมาผสมผสาน หลังจากเพลงแจ้งเกิดคือ Do You Know (What It Takes) โด่งดังในหลายประเทศทั่วโลก
โดย.....เพ็ญแข
หลังจากนั้นเส้นทางชีวิตการทำงานเพลงของเธอก็ติดๆ ขัดๆ เพราะความคิดเรื่องแนวทางดนตรีของเธอกับสังกัดในอเมริกาไม่ค่อยตรงกัน ซึ่งเธอก็เลือกที่จะเป็นตัวของตัวเอง โดยยอมจ่ายเงินออกจากสังกัด แล้วกลับไปทำงานเพื่อขายในบ้านเกิดรวมทั้งยุโรปบางประเทศ พร้อมสั่งสมประสบการณ์เพื่อจะกลับมาอีกครั้ง
เกิดที่สตอกโฮล์ม โรบินในวัยเด็กต้องเดินทางตลอดเวลา เพราะพ่อแม่เป็นนักแสดงละคร ระหว่างนั้นเธอหลงรักดนตรีโซลของชาวอเมริกัน ขณะอายุ 11 ขวบ สาวน้อยก็นำเรื่องราวการหย่าร้างของพ่อแม่มาเขียนเป็นเพลง เมื่อวงดนตรีป๊อปแดนซ์ชื่อดังของสวีเดนได้ค้นพบสาวน้อยคนนี้ พวกเขาสนับสนุนให้เธอเซ็นเข้าสังกัดและทำงานเพลงออกมา
โรบิน มีอัลบั้มแรกขณะอายุ 16 ปี เพลงชุดนั้นได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว สามารถไต่ขึ้นถึงอันดับท็อปเทนที่สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะเพลง Do You Know (What It Takes) และ Show Me Love จากนั้นเธอได้ออกทัวร์ร่วมกับ แบ็กสตรีตบอยส์ ก่อนจะเริ่มทำอัลบั้มที่สองที่ฮิตติดตลาดยุโรป แต่กลับไม่ได้ออกขายในอเมริกา ต่อมาโรบินก็เว้นการทำงานเพลงไปนานเพื่อทำงานการกุศลในฐานะทูตของยูนิเซฟ แล้วจึงกลับมาในปี 2002 กับอัลบั้มที่ยังคงออกขายเฉพาะในยุโรป
ปี 2005 โรบินออกมาตั้งสังกัดของตัวเองและทำงานชื่อเดียวกับชื่อตัวเองออกมา ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมากมายในบ้านเกิด เห็นได้จากหลายรางวัลแกรมมี่ของสวีเดนที่เธอได้มาครอบครอง ระหว่างนั้นโรบินได้ร่วมกับศิลปินหลายกลุ่ม ปี 2007 โรบินโด่งดังมากที่อังกฤษ ด้วยเพลงบัลลาดที่ชื่อ With Every Heartbeat และงานของเธอก็ได้กลับไปขายที่อเมริกาอีกครั้ง
อาจเพราะไม่ได้ทำงานเพลงใหม่ๆ ออกมานาน โรบินจึงมีเรื่องมากมายอยากเล่าผ่านบทเพลง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โรบินประกาศผ่านสื่อว่า ปีนี้เธอจะออกผลงานหนึ่งอัลบั้ม แต่จะแบ่งงานออกเป็น 3 มินิอัลบั้ม โดยอัลบั้มแรกก็คือ Body Talk, Pt. 1 นี้นี่เอง
งานชุดที่ 5 ของโรบิน แรกออกวางจำหน่ายก็ติดชาร์ตอันดับหนึ่งที่สวีเดน และอันดับสูงๆ ในเดนมาร์ก นอร์เวย์ และที่สหรัฐอเมริกา
ธีมหลักของบทเพลงในอัลบั้มนี้คือ ความเดียวดาย และความเป็นอิสระที่บางครั้งก็มาพร้อมกับความโดดเดี่ยว ทุกเพลงเป็นเพลงเต้นรำอันครึกครื้น แต่ในคลับอันอึกทึกนั้นบางคนก็แอบเหงาและเต้นรำอยู่กับตัวเอง เช่นที่ปรากฏในเพลง Dancing on My Own
โรบิน บอกว่า 3 ปีที่ผ่านมา เธอเดินทางไปแสดงดนตรีในที่ต่างๆ แทบจะตลอดเวลา ระหว่างนั้นเธอมักใช้เวลาส่วนใหญ่ในคลับเพื่อเฝ้ามองผู้คน ครุ่นคิด และกลายมาเป็นบทเพลง
แทบทุกเพลงในอัลบั้มนี้เกี่ยวข้องกับฟลอร์เต้นรำ เพราะในความคิดของสาววัย 31 คนนี้เห็นว่า ฟลอร์เต้นรำสำหรับคนในรุ่นวัยของเธอนั้นเปรียบเสมือนโบสถ์ ที่ทุกคนไปเพื่อเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่นอกเหนือไปจากเรื่องของตัวเอง นอกจากนี้ Body Talk, Pt. 1 ก็ยังมีธีมรองคือ เรื่องราวระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี
เพลง Dancehall Queen คือสีสันและชีวิตชีวาแบบดิสโก้ ซึ่งสวีเดนนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแห่งแนวทางเพลงนี้อยู่แล้ว นอกจากเพลงเต้นรำสนุกๆ อัลบั้มนี้ยังมี Jag vet en dejlig Rosa เพลงโฟล์กซองเก่าแก่ของสวีเดนที่นำมาคัฟเวอร์ใหม่ด้วย
ทุกบทเพลงของอัลบั้มนี้น่าประทับใจไม่น้อย แต่ถ้ายังรู้สึกไม่เต็มอิ่มนัก ก็ต้องรอฟังพาร์ตที่ 2 และเท่าที่ได้ยินได้ฟังในอัลบั้มนี้ เราก็พบว่า วิญญาณอิสระของโรบินนั้นงอกงามและงดงามในบทเพลงป๊อปแดนซ์ชุดนี้อย่างเต็มที่ทีเดียว







