posttoday
เคหาสน์...คลาสสิก ครอบครัว 'อิทธิปัญญาวรกุล'

เคหาสน์...คลาสสิก ครอบครัว 'อิทธิปัญญาวรกุล'

15 สิงหาคม 2553

เรื่อง ณัฐพล ช่วงประยูร / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

บ้านเดี่ยวงามสง่า บนที่ดิน 542 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยในบ้าน 800 ตารางเมตร อลังการแบบคนช่างฝัน กับพ่อแม่ลูก 5 ชีวิต ที่นี่อบอวลไปด้วยความรัก ความสุข และความงาม

ณ โครงการที่พักอาศัย พฤกษ์ภิรมย์ รีเจนท์ บนถนนราชพฤกษ์ ทีมงานผ่านด่านตรวจบริเวณทางเข้าซุ้มประตูสูง กั้นรั้วเหล็ก 2 ชั้น เจ้าหน้าที่ รปภ.คุมเข้ม

เจ้าของบ้านวัย 40 กว่า วาจา อิทธิปัญญาวรกุล รอต้อนรับเราหลังรถเทียบท่าในโรงจอดหน้าบ้าน สนามหญ้ากว้างด้านหน้าทอดยาวไปไกล กะเกณฑ์ด้วยสายตาพื้นที่โล่งด้านหน้าคงจะมากกว่าพื้นที่ตัวบ้านแน่

หลังจากนั่งลงพักที่ชุดรับแขกสไตล์คลาสสิกหรูหรา ที่สามีสมเกียรติ สั่งซื้อจากสเปน ผมทอดตามองดูภายในบ้านไปพลาง ทบทวนถึงเมื่อครั้งล่าสุดที่แวะมาเยี่ยมชมตอนตกแต่งใกล้เสร็จ

ครอบครัวอิทธิปัญญาวรกุล มีกัน 5 คน คือ สมเกียรติพ่อ วาจาแม่ และสาวรุ่น 3 ใบเถา ณัฐกานต์ ณัฐริกา และ ณัฐชา วัย 16 14 และ 12 ปีตามลำดับ ก็เพราะวัยของลูกเข้าสู่แรกรุ่นนี้แหละ จึงทำให้พ่อและแม่เลือกขยับขยายจากบ้าน 3 ห้องนอน มาสู่คฤหาสน์ไพศาลหลังนี้

“ตกแต่งเสร็จปุ๊บก็ย้ายเข้ามาที่นี่ได้ราว 6 เดือนแล้วค่ะ เดิมอยู่บ้านเดี่ยว ที่ เดอะ รอยัล ปาร์ค ย่านพระราม 2 เนื่องจากออฟฟิศธุรกิจส่วนตัวของสามีอยู่ที่นั่น แต่ว่าเรามองบ้านใหม่ให้ลูกๆ ที่โตขึ้นๆ ทุกวัน และเข้าใกล้เมืองกว่าเดิมอีกหน่อย จะได้ไปรับส่งลูกที่โรงเรียนง่ายขึ้น”

สามีของวาจาทำธุรกิจนำเข้า และตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรกลโรงงานอุตสาหกรรมและอะไหล่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับโรงงานน้ำตาลและกระดาษ ที่เริ่มต้นด้วยตัวเองมากว่า 20 ปี ปัจจุบันทั้งคู่แต่งงานกันมาแล้ว 17 ปี แต่ชอบพอกันมากว่า 20 ปี และวาจาก็ทำหน้าที่ดูแลการบริหาร การเงิน บัญชี งานบุคคล และความเรียบร้อยที่บริษัทในตำแหน่งแมนเนจิง ไดเรกเตอร์

บ้านหลังนี้ตอบสนองไลฟ์สไตล์ชีวิตครอบครัวได้ดีเยี่ยม เพราะวาจาและสามีวางผังและการตกแต่งทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงจากที่ซื้อมาทีแรก 05.00 น. ทุกคนในบ้านตื่นนอน และทำกิจธุระส่วนตัว ในห้องนอนของตนเอง ห้องอาหารด้านล่างพร้อมหน้ากันช่วงมื้อเช้า 06.00 น. และพ่อบ้านส่งลูกไปโรงเรียน ราว 06.30 น.

“เช้าคุณพ่อไปส่งลูกคนโตที่รถไฟฟ้า ไปเรียนที่เซนต์โยเซฟ คอนแวนต์ และส่งอีก 2 สาว ที่โรงเรียนราชินี และไปทำงานต่อที่พระราม 2 ส่วนดิฉันดูแลความเรียบร้อยเรื่องอาหารเช้าเสร็จก็พักผ่อนส่วนตัว ออกกำลังกายในยิมที่เรือนรับรอง และจิบกาแฟ ชมวิว อ่านหนังสือ ไปกระทั่งสาย จากนั้นค่อยตามสามีไปออฟฟิศ แล้วบ่ายแก่ๆ ก็ออกไปทำธุระส่วนตัว เสริมสวย ช็อปปิ้ง เย็นก็กลับมาตรวจสอบความเรียบร้อยในบ้าน ว่ามีคนมาทำความสะอาดสระว่ายน้ำไหม ตัดหญ้า เก็บใบไม้ และปัดกวาดเช็ดถูในบ้านหรือยัง”

ด้วยความที่เป็นคุณแม่เต็มเวลา วาจาจึงใส่ใจทุกรายละเอียดในบ้านและครอบครัวเป๊ะเสียยิ่งกว่าเป๊ะ ผ้าปูที่นอนตึงทุกเตียงทุกห้อง ฝุ่นไม่มีให้เห็นสักกระเบียด ของทุกอย่างจัดวางในที่เสมอ ฯลฯ เราสังเกตภาพเพนต์สีอะคริลิกทั่วทุกห้องนอน รูปปูนปั้น ภาพเขียน และงานศิลปะจัดวางอยู่ สะท้อนความหลงใหลในความคลาสสิกของวาจาและสามี

“ห้องเรียนหนังสือและทำการบ้านของลูกๆ ชั้นล่างถูกปรับจากโถงนั่งเล่นเดิมให้พวกเขาได้ใช้เวลาเต็มที่ในการเรียนรู้ค่ะ คอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง โต๊ะกลาง และอุปกรณ์ต่างๆ ก็สำหรับแต่ละคน เด็กสมัยนี้มีโครงงาน รายงาน การบ้านเยอะค่ะ บางที 45 ทุ่ม กว่าจะเสร็จเรียบร้อย บางทีเสาร์อาทิตย์ก็มีเรียนพิเศษที่บ้าน หรือเพื่อนลูกๆ มาเที่ยวเล่น มาทำกิจกรรมกัน ก็ต้อนรับสบาย

ห้องนั่งเล่นอีกฟาก จะเป็นที่รวมตัวในวันหยุด หรือเวลาว่าง เล่นเกม ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดูหนังด้วยกัน ดิฉันไม่เอาทีวี หรือคอมพิวเตอร์ไว้ในห้องลูก เพราะเขายังไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะบริหารเวลา ส่วนห้องรับแขกหน้าบ้านก็จะรับแขกเพื่อนสามี แขกธุรกิจ หรือญาติมิตรที่มาเยี่ยม ครัวก็มีแม่บ้านทำอาหารตามที่สั่งจัดแต่ละมื้อแต่ละวัน โดยมากเป็นอาหารรสจืด แต่บางครั้งดิฉันก็เข้าครัวเอง สอนลูกทำกับข้าวด้วย นานๆ ครั้งจะออกไปกินข้าวนอกบ้าน

มองว่าผู้หญิงเราจะทำงานอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูแลบ้านด้วย ทั้งอาหารการกิน การทำความสะอาด ความเรียบร้อยในบ้าน แต่ลูกจะรับไปแค่ไหนก็สุดแต่เขาเอง”

แม้คฤหาสน์หลังนี้กว้างใหญ่ สวยงาม แต่แค่นั้นยังไม่พอ คนในบ้านยังทำให้บ้านเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบได้ อย่างที่วาจากล่าว “บ้านคือจุดเริ่มต้นของชีวิต และครอบครัว คนเราต้องดำเนินชีวิตส่วนใหญ่ที่บ้าน ซึ่งต้องมีความรักและอบอุ่น บ้านไม่ว่าจะหลังเล็ก–ใหญ่ จะสมบูรณ์แบบไม่ได้ ต้องมีความสัมพันธ์ ความอบอุ่นของคนในบ้าน”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน