
เดินให้สง่าและดีต่อสุขภาพ
โดย...ชลญ่า
โดย...ชลญ่า
การเดินช่วยเสริมบุคลิกให้เราดูดีมีสง่าขึ้นเยอะ เห็นได้ว่าเวลาที่เราดูนายแบบ นางแบบเดินบนแคตวอล์กหรือแม้จะเดินที่ไหนก็ตาม เรามักจะมองว่าเขาเธอเดินสวย มาดเท่ เดินแล้วดูดีขึ้น ฉะนั้นการเดินจึงจำเป็นและเสริมต่อการสร้างบุคลิกที่ดีให้แต่ละคน ถ้าคนที่ทั้งสวยทั้งหล่อหุ่นดี แต่เวลาเดินดูไม่เข้าท่าเข้าทีกับหุ่นและหน้าตาก็น่าเสียดาย ดีไม่ดีเดินผิดท่า หรือเดินไม่ถูกสุขลักษณะก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกต่างหาก
ทว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าท่าเดินของตนทำให้เสียบุคลิกและสุขภาพแย่ลงด้วย เช่น บางคนเดินขย่มเท้าเกินงาม บางคนแกว่งแขนมากเกินไป ซึ่งฟังดูเหมือนไม่น่าเป็นปัญหาใหญ่เพราะเดินแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร แต่ถ้าพิจารณาให้ดีแล้วเสียบุคลิกและเกิดผลเสียในระยะยาวได้ ดังนั้น ลองมาเดินให้สง่าและถูกสุขลักษณะเพื่อสุขภาพและบุคลิกที่ดีด้วย
1.คนที่เดินไม่ยืดหลังตรง คือ เดินหลังค่อมและศีรษะโน้มไปข้างหน้าและไปทางตรงข้ามซึ่งก็คือเดินเอนหลังมากเกินไป มักจะเกิดอาการปวดเมื่อย โดยการเอนหลังมากเกินไปขณะเดิน ทำให้ร่างกายเสียความสมดุลและส่งแรงกดไปที่บั้นเอวมากจนทำให้ปวดได้ และก็ไม่ใช่การเดินที่สง่าน่าดูอะไร สามารถใช้วิธีแก้ได้โดยเวลาเดินอย่ามองพื้นและมองฟ้า ให้เดินหลังตรงยืดศีรษะให้สูง ลำคอจะยืดระหงขึ้นเองและทำให้กระดูกสันหลังยืดตรงและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
อย่ากดคางลงไปที่คอ ควรยืดคางขึ้นเพื่อให้ดวงตามองตรงไปด้านหน้าห่างสัก 3-10 เมตร สังเกตว่าไหล่ต้องรู้สึกผ่อนคลาย หน้าท้องแบนราบลง ซึ่งเราเช็กว่าไหล่ตึงเกินไปหรือไม่ให้สูดหายใจเข้าลึกๆ และออกแรงๆ ทุก 5 นาทีที่เดิน ถ้าไหล่ต่ำลงกว่าตำแหน่งเดิมมากตอนหายใจออก แสดงว่าเกร็งไหล่มากไปขณะเดิน ดังนั้นพยายามเช็กท่าเดินเป็นระยะจะได้ป้องกันไม่ให้กลับมาเดินท่าที่ผิดอีก ฝึกเข้าไว้จะได้สง่าและไม่ปวด
2.คนที่เดินแกว่งแขนตีวงกว้างเกินไป ก้าวยาวเกินไป และกระแทกน้ำหนักที่เท้ามากเกินไป ต้องบอกว่าเป็นท่าเดินที่อันตรายต่อหน้าแข้ง วิธีแก้ไข อย่างแรกหนีบแขนให้เข้ามาชิดลำตัวมากขึ้น แขนต้องแกว่งไปด้านหน้าและหลังยามเดิน แต่ไม่จำเป็นต้องแกว่งตีวงกว้าง วิธีแก้ง่ายๆ ลองงอแขน 90 องศา และหนีบข้อศอกให้ใกล้ลำตัวเข้าไว้ ท่าแกว่งจะดีขึ้น ส่วนการแก้ปัญหาก้าวยาวๆ ให้ลองยืนตรงแล้วก้าวเท้าข้างหนึ่งไปด้านหน้าในระยะที่ส้นเท้าแตะพื้นไม่ได้ เสร็จแล้วค่อยๆ ลองเดินด้วยความยาวก้าวประมาณนี้ไปเรื่อยๆ
3.การเดินออกตัวและหยุดเร็วกะทันหัน เสี่ยงที่ทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายบาดเจ็บ ในระหว่างที่การหยุดกะทันหันอาจทำให้รู้สึกวิงเวียนขึ้นมาได้ เราสามารถแก้ไขด้วยการออกสตาร์ทเดินช้าๆ โดย 5 นาทีแรกของการเดินให้ก้าวช้าๆ ก่อนแล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น เมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 5-10 นาทีให้ก้าวช้าลงซึ่งจะช่วยปรับการเต้นของหัวใจให้ช้าลงและปรับปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายให้พอดี แต่การหยุดกะทันหันจะทำให้เลือดกองอยู่ที่ขาไม่ไหลย้อนไปที่ศีรษะจึงเกิดอาการมึนงงขึ้น







