posttoday
Hong Kong Coffee Survey สำรวจความแพงของกาแฟที่ฮ่องกง (1)

Hong Kong Coffee Survey สำรวจความแพงของกาแฟที่ฮ่องกง (1)

24 มิถุนายน 2559

แน่นอนฮ่องกงไม่มีพื้นที่ปลูกกาแฟเอง คนฮ่องกงไม่ได้สนใจกาแฟมาแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่สมัยที่อังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคม

โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง

แน่นอนฮ่องกงไม่มีพื้นที่ปลูกกาแฟเอง คนฮ่องกงไม่ได้สนใจกาแฟมาแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่สมัยที่อังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคม ที่นี่ก็ดื่มแต่ชากันมากกว่ากาแฟอยู่แล้ว แต่ตอนนี้กลับตาลปัตรแล้วนะครับ ฮ่องกงเป็นเมืองที่คนรักกาแฟไปแล้วจะมีความสุข เพราะมีร้านเล็กร้านน้อยเต็มไปหมดไม่แพ้โตเกียว 

การไปฮ่องกงหนนี้ เป็นครั้งที่ไปนานที่สุดของผม โดยปกติไปฮ่องกง 4 วันนี่ก็ถือว่ามากโขแล้ว แต่การไปทำงาน (พ่วงเที่ยว) ของผมคราวนี้ ผมอยู่ฮ่องกงเบ็ดเสร็จสัปดาห์เต็มๆ ก็ถือโอกาสนี้ดูบ้านดูเมืองว่าฮ่องกงเปลี่ยนแค่ไหนและถือโอกาสสำรวจธุรกิจและวัฒนธรรมกาแฟของที่นี่ไปด้วยเลย

เท้าความเรื่องกาแฟในฮ่องกงเสียหน่อย ปรากฏการณ์ร้านกาแฟขนาดเล็กที่เปิดโดยคนรุ่นใหม่ผุดขึ้นบนเกาะฮ่องกงคงไม่แตกต่างจากหลายๆ เมืองในโลก ที่คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจธุรกิจกาแฟและมองเห็นโอกาสว่ากาแฟกำลังเป็นเครื่องดื่มที่โตวันโตคืน เนื่องจากมีคนดื่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศที่มีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมจีนที่ดื่มชาเป็นหลัก อันนี้โตขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเกาหลี ญี่ปุ่น เมืองใหญ่ๆ ของจีนอย่างเซี่ยงไฮ้และฮ่องกง

ความรุ่งเรืองราวฟองสบู่ของธุรกิจกาแฟในฮ่องกงเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงหลังปี 2000 เป็นต้นมา และเริ่มบูมจนเริ่มเป็นที่พูดถึงก็ราวๆ ปี 2006-2008 ที่มีร้านกาแฟเปิดกันมากมาย ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจที่ยังดีอยู่และความนิยมของการกินอาหารนอกบ้าน คนรุ่นใหม่ใช้เวลาอยู่นอกบ้านมากขึ้น การเติบโตของธุรกิจกาแฟที่ขายกันเป็นแก้วจึงโตขึ้นด้วย ถ้ากลับไปดูข่าวเก่าๆ หนังสือพิมพ์ช่วงนั้น ก็ทำสกู๊ปเรื่องร้านกาแฟกันเยอะ ร้านคาเฟ่ ข้อดีของฮ่องกงอย่างหนึ่งก็คือ กลุ่มลูกค้าหลักอย่างชนชั้นกลางก็ใช้ชีวิตอยู่นอกห้างสรรพสินค้าพอๆ กับในห้าง เนื่องจากคนใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นหลัก ทำให้ตรอกซอกซอยจึงมีแต่ร้านกาแฟแทบจะทุกหัวถนน ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟเท่านั้นที่โต ปริมาณการนำเข้ากาแฟของฮ่องกงก็เพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี ข้อมูลของ Euromonitor บอกว่าตัวเลขของกาแฟที่นำเข้าเม่ือปีที่แล้ว (2015) นั้นสูงถึง 4,551 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้น 4%

แต่ความหอมหวานย่อมมีวันจืดจาง

ความท้าทายอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจกาแฟในฮ่องกง ไม่ได้อยู่ที่ฝีมือของบาริสต้าหรือว่าอุปสรรคเรื่องการนำเข้าเมล็ดกาแฟดีๆ จากทั่วโลก แต่กลับอยู่ที่ราคา “ค่าเช่า” ร้านบนเกาะฮ่องกงซึ่งได้ชื่อว่ามีค่าเช่าที่แพงติดอันดับต้นๆ ของโลก ตอนนี้เมื่อเทียบกับหลายปีก่อนร้านกาฟหลายๆ ร้านก็เริ่มทยอยปิด หรือไม่ก็ย้ายที่เพื่อลดต้นทุน ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เปิดตามซอกตึกหรือห้องแถวเล็กๆ ย่านธุรกิจอย่าง Y...Not Coffee จึงเป็นทางเลือกใหม่ของร้านกาแฟท้องถิ่นที่ต้องหาทางเติบโต

อีกมุมหนึ่งร้านกาแฟที่เน้นการขายแบรนด์แบบ “เป็นผู้เชี่ยวชาญ” อย่างจริงๆ จังๆ อย่างเช่น Coffee Academic หรือ 18 Grams ก็ถือเป็นความกล้าของเจ้าของธุรกิจ ที่ต้องประคับประคองและหาทางเอาตัวรอด ร้านเหล่านี้ซึ่งมีภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่แข็งแรง สามารถขายกาแฟต่อแก้วในราคาที่สูงกว่าชาวบ้านเขา โดยทั่วไปราคากาแฟของฮ่องกงจะอยู่ที่เริ่มต้นประมาณ 150 บาท และเขยิบไปเรื่อยๆ จนถึงระดับ 400 บาท แล้วแต่แบรนด์ ขนาดและคุณภาพของกาแฟ

กระนั้นความหอมและรสขมของกาแฟก็ดึงดูดให้ใครต่อใครอยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเองอยู่ดี

ร้านกาแฟระดับพรีเมียมร้านใหม่ที่ไปเปิดที่ฮ่องกงร้านหนึ่งก็คือ Omotesando Koffee จากญี่ปุ่น มาเปิดกิจการในย่าน Wan Chai เป็นตัวอย่างหนึ่งของกระแสวัฒนธรรมกาแฟในฮ่องกงว่ายังคงมาแรง แม้ว่าค่าเช่าที่และต้นทุนในการบริหารจัดการร้านในฮ่องกงจะสูงมาก การ “อยู่ให้ได้” เป็นเรื่องที่ยากกว่าการ “เปิดให้ได้” มากนัก

สัปดาห์หน้ามาดูว่า ทำไมร้านนี้จึง “อยู่ได้”

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค