
เคล็ดลับทำงานกับคนยากๆ
โดย...กันย์ ภาพ AP
โดย...กันย์ ภาพ AP
ในชีวิตการทำงาน ทุกคนต้องเคยผ่านประสบการณ์การทำงานร่วมกับหลายคนที่มีทัศนคติเชิงลบ มองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นระดับเดียวกัน หรือจะเป็นหัวหน้าหรือลูกน้อง บ่อยครั้งคุณอาจจะต้องทำงานกับคนที่บ่นตั้งแต่เริ่มงานจนจบ ดีแต่พูดๆ บ่นๆ อยู่ร่ำไป แต่กลับไม่เคยที่จะมาช่วยแก้ปัญหาเลยแม้แต่น้อย หรือบางทีก็ต้องเจอเพื่อนบางคนที่พร่ำบ่น เล่าแต่เรื่องดราม่าให้ฟังอยู่ตลอดเวลาจนน่าปวดหัว ปัญหาคือเราก็คงไม่อาจหลีกหนีคนที่มีทัศนคติเชิงลบแบบนี้ไปได้ แต่หากปล่อยไว้นานไปมันก็จะปล่อยมลพิษกัดกร่อนสภาวะจิตใจ ทำลายพลังงานชีวิต จนอาจขัดขวางคุณไปสู่ความสำเร็จ
อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทที่ปรึกษา เอพีเอ็ม กรุ๊ป นำเสนอเครื่องมือติดต่อกับกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ชีวิตคุณเศร้าหมองหรือพังตามลงไปด้วยว่าจะรับมืออย่างไรดี
1.กำหนดขอบเขต
เพราะว่าคุณไม่สามารถควบคุม “คนด้านลบ” ได้ แต่ว่าคุณสามารถรักษาสัมพันธ์เอาไว้ในระยะที่พอดีได้ ดังนั้นจึงอย่ารู้สึกกดดันที่จะต้องทนนั่งฟังคนด้านลบพูด เพราะมันจะทำให้พลังด้านลบของเขาซึมเข้าสู่ตัวคุณและสะท้อนออกมาเป็นทัศนคติที่ไม่ดี สิ่งที่คุณควรจะต้องทำ ก็คือ จำกัดเวลาและค่อยๆ ทิ้งระยะห่างระหว่างคุณและคนคนนั้นออกไป และถ้าคุณจำเป็นต้องประสานงานกับบุคคลนั้นก็พยายามใช้บทสนทนาสั้นๆ พอ
2.เลือกคู่ต่อสู้
หลีกเลี่ยงการข้องแวะกับคนที่ทำให้คุณรำคาญใจ เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้คุณอารมณ์เสียมากขึ้นแล้ว อาจจะเป็นการเปิดทางให้กับมลพิษร้ายเข้ามาในชีวิตของคุณด้วย คำแนะนำคือพยายามไม่สนใจความคิดเห็นในแง่ร้ายของเขา ควบคุมอารมณ์ของคุณให้ได้และรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะปะทุขึ้นให้ดี เดินหนีไปก่อนถ้าจำเป็นหากเกิดปมขัดแย้งขึ้น
3.อย่าประเมินสถานการณ์เกินความจริง
คนที่มีทัศนคติด้านลบมองโลกในแง่ร้ายมักจะมีพฤติกรรมไร้เหตุผลในหลายๆ เรื่อง นั่นแปลว่า คุณอาจจะต้องเสียเวลา เสียพลังงานไปเปล่าๆ ถ้าคุณพยายามที่ไปทำความเข้าใจกับพฤติกรรมนั้น ข้อแนะนำคือทำได้เท่าที่ทำได้ แต่ควรที่จะระวังอารมณ์ของคุณเองให้ดี อย่าไปใส่ใจกับพฤติกรรมของเขาจะดีกว่า
4.สร้างเครือข่ายเพื่อนทัศนคติดี
ทำความรู้จักคนที่มีความรู้หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่คุณจะสามารถหาความช่วยเหลือโดยการไปหาเพื่อนหรือที่ปรึกษาเพื่อปรับให้อารมณ์เย็นลง บางครั้งคนใกล้ตัวอาจจะช่วยให้เราเห็นมุมมองที่แตกต่างและสามารถแก้ปัญหานั้นๆ ได้
5.คงความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์
สุขภาพจิตที่ดีนั้นสำคัญมาก ดังนั้นอย่าปล่อยให้คนด้านลบมาแสดงความเห็นหรือทำหยาบคายใส่คุณแล้วทำให้คุณรู้สึกตกต่ำลงเด็ดขาด คนที่มีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์จะน้อมรับและเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจทำลงไปโดยไม่ยอมให้ความเห็นด้านลบของคนบางคนมาทำให้เขารู้สึกแย่ต่อตัวเอง
6.ไม่เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐาน
เรื่องว่ามีนายคนหนึ่งมาเช้าเจ็ดโมงกลับบ้านสามทุ่มทุกวัน หกเดือนที่ผ่านมาเลขาฯ ลาออกไปสามคน ทุกคนบอกว่า “นายฉันขอให้มาและกลับในเวลาเดียวกับเธอ ฉันก็มีชีวิตส่วนตัวเหมือนกัน ลาออกดีกว่า อีกอย่างนายมีคนขับ แต่ฉันมาทำงานด้วยรถสาธารณะ มันต่างกัน แต่ละคนมีวิถีและข้อจำกัดไม่เหมือนกัน อย่าเอาตนเป็นไม้บรรทัดวัดคนอื่น ไม่มีใครที่คิดเห็นเหมือนกันทุกเรื่องตลอดเวลา แม้กระทั่งคู่แฝดก็เถอะ ดังนั้นแต่ละคนต้องมองความแตกต่างว่ามีคุณค่าเพื่อจะได้มีมุมมองที่กว้างขวางหลากหลาย แต่ว่าคนส่วนใหญ่มองว่าคนที่คิดต่างคือศัตรู
7.ฟังมากกว่าพูด
คุณจะเข้าใจคนอื่นจากการฟังเขา ไม่ใช่จากการพูดใส่เขา เมื่อฟังจนเข้าใจแล้ว ค่อยบอกความคิดเห็นให้เขาฟัง เมื่อเขาเห็นว่าคุณฟัง เขาก็จะฟังคุณกลับคืนมา แม้คุณอาจจะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในงานที่ทำเองทั้งหมด แต่ว่าคนงานใช้ความรู้ส่วนใหญ่ทำงานโดยใช้ข้อมูลจากคนอื่นๆ ซึ่งงานของคนอื่นๆ ที่ส่งมาที่คุณนั้นส่วนใหญ่จะต้องมีการใช้ดุลพินิจของคนอื่นๆ ประกอบด้วย มันเป็นไปได้ยากมากที่ดุลพินิจคนอื่นจะได้สมประสงค์ตามที่คุณปรารถนา ต้องเรียนรู้ที่จะฟังและยืดหยุ่นในเรื่องคุณภาพงานแทนที่จะคาดคั้นงานแบบสมบูรณ์แบบจากทุกๆ คน ตลอดเวลา
8.ให้อภัยเมื่อคนอื่นพลาด
อย่างที่คานธีเคยบอกว่า “คนอ่อนแอไม่เคยให้อภัย การให้อภัยเป็นคุณสมบัติของคนที่แกร่ง” ดังนั้นจงเป็นคนที่แกร่ง ให้อภัย แล้วเดินต่อไป และเมื่อคุณผิดก็ต้องขอโทษ คนส่วนใหญ่คอยปกป้องอัตตาตนเองโดยมีข้อแก้ตัวเวลาทำผิด เพราะกลัวว่าการทำผิดคือสัญลักษณ์ของความล้มเหลว ที่จริงแล้วการทำผิดเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน คนกล้าหาญจะยืดอกเมื่อทำพลาด ขอโทษ รีบแก้ไข แล้วเรียนรู้จากมันและเรียนรู้ที่จะให้อภัยคนอื่นเป็นด้วย
9.ไม่ให้ Feedback ลับหลัง
หากต้องการให้ Feedback ใคร คุณต้องจริงใจที่จะบอกเขาด้วยความสุภาพให้เกียรติ อย่าไปบอกคนที่สาม เพราะว่ามันคือการนินทา
คนที่มีทัศนคติด้านลบนั้นอาจไม่ได้แย่เสมอไป เพราะอาจถือว่าเขาช่วยทำให้มีสติมากขึ้นในการใช้ชีวิต สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องพึงระลึกไว้ ก็คือ เราอาจยอมให้อภัยคนพวกนี้ได้ง่ายๆ แต่คุณต้องเรียนรู้และจดจำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายๆ จากคนเหล่านั้นมาส่งผลกระทบต่อคุณได้อีก Forgive but don’t forget







