posttoday
รูปฉาย ลายชีพ ภาพที่พบ สะท้อนชีวิต

รูปฉาย ลายชีพ ภาพที่พบ สะท้อนชีวิต

09 สิงหาคม 2553

“ถ้อยคำที่เรียบง่าย จังหวะที่ห้วนสั้นกระชับ มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทิ้งท้ายคำถามให้คนอ่านได้ขบคิด”

“ถ้อยคำที่เรียบง่าย จังหวะที่ห้วนสั้นกระชับ มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทิ้งท้ายคำถามให้คนอ่านได้ขบคิด”

เรื่อง พัมพ์กิ้น_พาย 

“ถ้อยคำที่เรียบง่าย จังหวะที่ห้วนสั้นกระชับ มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทิ้งท้ายคำถามให้คนอ่านได้ขบคิด” เป็นประโยคสั้นๆ ที่นิยามถึงบทกวีของ โชคชัย บัณฑิต กวีผู้ที่ได้ชื่อว่าเขียนกวีนิพนธ์ที่สะท้อนสภาพปัญหาของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี

โชคชัย เริ่มสนใจการเขียนบทกวีมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพราะรู้สึกชอบในความไพเราะ และคิดว่าตนเองมีความสามารถทางด้านนี้ เพราะเขียนบทกวีส่งไปตามสำนักพิมพ์ครั้งใดก็ได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์อยู่เรื่อยๆ 

รูปฉาย ลายชีพ ภาพที่พบ สะท้อนชีวิต

เมื่อเรียนจบโชคชัยก็ยังคงสร้างสรรค์บทกวีออกมาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็ได้ออกหนังสือรวมบทกวีเล่มแรกในชีวิตเมื่อปี 2534 กับรวมบทกวี กังสดาลดอกไม้ และออกมาอีกหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็น ปี 2537 รวมบทกวี ลมอ่อนตะวันอุ่น ปี 2538 รวมบทกวี เงานกในร่มไม้ ปี 2544 รวมบทกวี บ้านเก่า (เล่มนี้ได้รับรางวัลซีไรต์ และได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 100 เล่มหนังสือแนะนำสำหรับเยาวชน) ปี 2545 รวมบทกวี เขียนกระดาษ

และล่าสุดปี 2553 กับรวมบทกวี รูปฉาย ลายชีพ ซึ่งเป็น 1 ใน 6 เรื่องที่เข้ารอบรางวัลซีไรต์รอบสุดท้าย

รูปฉาย ลายชีพ รวมบทกวีนิพนธ์ 56 บท ระหว่างช่วงปลายปี 2541 จนถึงต้นปี 2553 กวีนิพนธ์แต่ละบทแม้จะแต่งขึ้นต่างกรรมต่างวาระ แต่ได้ผ่านการคัดสรร และจัดลำดับภายในกรอบ “รูปเล่าเรื่อง” มาเป็นอย่างดี นำเสนอในรูปแบบของกลอนแปด และมีกาพย์ยานี 11 แทรกมาในบางบท

“ผมรวบรวมบทกวีที่เข้าธีมของเรื่องได้เยอะมาก ซึ่งก็ต้องมาคัดว่าอะไรเด็ดที่สุด สมมติแนวเดียวกันเข้ามา 34 เรื่องก็ต้องมาคัดเอาชิ้นที่เป็นตัวแทนของแนวนี้ออกมา จนเหลืองาน 56 ชิ้น ซึ่งแต่ละเรื่องก็มีที่มาจากต่างกรรม ต่างวาระกันออกไป แต่มีแก่นของทั้งเล่มร่วมกันอยู่ นั่นก็คือภาพเหตุการณ์ที่ได้พบเจอฉายไปสู่ชีวิตของคนเรา เป็นการสะท้อนภาพชีวิตที่ได้พบเจอมาทั้งเหตุการณ์ที่เราไปเจอเอง คนอื่นมาเล่าให้ฟัง บางทีอาจจะดูหนัง ดูโทรทัศน์ ดูสะเก็ดข่าว ทุกชิ้นอธิบายได้หมดว่ามาจากหนังเรื่องไหน เหตุการณ์ไหน เราอธิบายได้หมด มีครบรสทั้งการเมือง ชีวิต สังคม บันเทิง ศาสนา”

แม้ว่า โชคชัย จะเคยได้รับรางวัลซีไรต์ในปี 2544 จากบทกวีเรื่อง “บ้านเก่า” แต่สำหรับการเข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ในปีนี้ เขาว่า ได้รางวัลหรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพียงแค่งานของเขาผ่านรอบแรกเข้ามาได้ ก็ถือเป็นความภูมิใจแล้ว จะได้รางวัลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกรรมการเป็นสำคัญ ถึงอย่างไรเขาก็ยังยืนหยัดที่จะสร้างสรรค์บทกวีออกมาอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าบทกวีจะขายไม่ค่อยได้ก็ตาม

“บางทีผมก็สงสัยว่าคนอื่นๆ ทำไมเขาก็ยังเขียนบทกวี ทั้งๆ ที่ขายไม่ได้ (หัวเราะ) ทำไมเขายังทำอยู่ สำหรับคนอื่นผมไม่รู้ แต่สำหรับผมพอเขียนมาสักระยะหนึ่งขายได้ไม่ได้ไม่เกี่ยวแล้ว ผมมีความสุขที่ได้เขียน หรือแม้แต่ถ้าถึงเวลารวมเล่มต่อไปถ้าไม่มีใครพิมพ์ให้ ต้องควักกระเป๋าเองพิมพ์เองก็ต้องทำ และจะยิ่งมีความสุขมากขึ้นถ้าคนอ่านบอกว่าชอบงานของเรานะ ยิ่งถ้าบอกได้ว่าชอบบทไหน เพราะอะไร นี่คือรางวัล”

ปัจจุบันนอกจากจะรับราชการเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาไทยอยู่ที่ศูนย์ฝึกพาณิชยนาวี จ.สมุทรปราการแล้ว โชคชัยยังคงเขียนบทกวีเพื่อส่งผ่านเรื่องราวที่พบเจอมาลงในนิตยสารต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ
ส่วนผลงานรวมบทกวีเล่มต่อไป เขาวางแผนเอาไว้ว่า จะเป็นการรวมบทกวีในแนวบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวที่พบได้บ่อยในงานของเขา ซึ่งล่าสุดก็ได้ชื่อที่ถูกใจออกมาแล้วคือ “ภาพเขียน ผู้คน ถนน ถ้อยคำ” แต่จะเปลี่ยนชื่ออีกหรือเปล่านั้น อยากรู้ต้องอดใจรอกันอีกสักพัก

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร