posttoday
"ใครๆ ก็ทำกัน"

"ใครๆ ก็ทำกัน"

24 เมษายน 2559

เฟซบุ๊ก Arm Tungnirun

เฟซบุ๊ก Arm Tungnirun

ผมฟังคำตอบของ พลเอกปรีชา เรื่องที่ท่านตั้งลูกท่านเข้าเป็นนายทหารแล้ว ก็รู้สึกเห็นใจท่าน ท่านไม่น่าจะผิดอะไร...

ถ้าท่านไม่ได้อยู่ในโลกยุคปัจจุบัน

น่าคิดนะครับ ความหมายและมาตรฐานของ "การทุจริต" นั้น จริงๆ แล้ว เปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของสังคม หลายอย่างที่เราเห็นว่าเป็นการทุจริตในสังคมสมัยใหม่ ล้วนไม่ใช่การทุจริตในสังคมสมัยโบราณ

การเล่นเส้นสาย ไม่ใช่การทุจริตในสังคมโบราณแน่ ถือเป็นเรื่องปกติที่ "ใครๆ ก็ทำกัน" การติดสินบนก็เช่นกัน สังคมโบราณมองว่าเป็นสินน้ำใจ เป็นเรื่องปกติที่ "ใครๆ ก็จ่าย"

ในสังคมโบราณ การทุจริตที่เรียกว่า "ฉ้อราษฎร์บังหลวง" นั้น ขอบเขตแคบครับ คือต้องเป็นการทำความเดือดร้อนให้ราษฎร (ฉ้อราษฎร์) เช่น ไล่คนออกจากที่นา หรือยักยอกเงินของเจ้าแผ่นดิน (บังหลวง) เช่น เก็บภาษี แต่ส่งหลวงไม่ครบ

ส่วนคำว่า "ทุจริต" ในสังคมสมัยใหม่ ที่ฝรั่งเรียกว่า "คอร์รัปชั่น" มีความหมายกว้างขวางขึ้นมาก รวมตั้งแต่ การเล่นเส้นสาย การเรียกและรับสินบน ไปจนถึงการทุจริตเชิงนโยบาย อย่างในสังคมฝรั่งในปัจจุบัน ปัญหาหนักที่ได้รับความสนใจมากก็คือ การทุจริตเชิงนโยบาย เพราะเรื่องการเล่นเส้นสาย การเรียกและรับสินบนนั้น กฎหมายเขาจัดการได้อยู่หมัด แต่การทุจริตเชิงนโยบาย มักเป็นเรื่องถูกกฎหมาย โดยเป็นปัญหาที่ตัวกฎหมายเองที่มีปัญหาเอื้อกลุ่มผลประโยชน์แต่ต้น เพราะนักการเมืองที่ออกกฎหมายตกอยู่ใต้อิทธิพลของกลุ่มธุรกิจและกลุ่มผลประโยชน์

ก็แล้วอะไรล่ะครับที่เป็นจุดต่างระหว่างสังคมโบราณกับสังคมสมัยใหม่?

คำตอบก็คือ สังคมโบราณตั้งอยู่บนความสัมพันธ์เชิงเครือข่าย (เส้นสาย) เป็นสังคมพวกพ้อง ขณะที่ระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ อยู่ภายใต้ระบบปัจเจกนิยม เน้นแข่งขันกันด้วยความสามารถของบุคคล และคุณค่าของสินค้า ระบบเศรษฐกิจแบบนี้จะมีประสิทธิภาพ เมื่อไม่มีการเล่นเส้นสาย ไม่มีการเรียกและรับสินบน ถ้าไปไกลกว่านั้น ระบบเศรษฐกิจจะมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้นในเรื่องการกระจายทรัพยากร หากไม่มีการทุจริตเชิงนโยบาย

ปัญหาของสังคมไทย ก็คือ เราพยายามจะสร้างระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ แต่ระบบการเมืองและลักษณะความสัมพันธ์ทางสังคมยังเป็นแบบในสังคมโบราณ คือเป็นสังคมที่วัดคุณค่าที่ความสัมพันธ์ เส้นสาย แพ้ชนะที่การซื้อความสัมพันธ์ (ให้สินบน) ดังนั้น จึงมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า คนไทยมีปัญหามากที่สุดกับการฉ้อราษฎร์บังหลวงแบบโจ่งแจ้ง (อมเงินหลวงหรือรีดไถประชาชน) ซึ่งผิดมาตั้งแต่สมัยโบราณ อย่างไรก็ตาม คนจะเริ่มเห็นต่างว่าควรประณามการใช้เส้นสาย การจ่ายใต้โต๊ะ ไปจนถึงการทุจริตเชิงนโยบาย หรือไม่ เพียงใด

โจทย์ที่ถูกต้อง จึงอยู่ที่ว่า จะทำอย่างไรจึงจะสร้างสังคมที่ปัจเจกมีโอกาสเท่าเทียมกันในการพัฒนาและบรรลุศักยภาพของตน โดยไม่ต้องอาศัยเครือข่ายความสัมพันธ์

มองจากมิติทางศีลธรรม เราต้องปลูกฝังค่านิยมระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ (ที่อยู่บนพื้นฐานของการแข่งขันด้วยความสามารถและคุณค่า) และระบบรัฐสมัยใหม่ (ที่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย) ซึ่งแตกต่างจากค่านิยมรัฐโบราณ (ที่อยู่บนพื้นฐานของบารมีและสายสัมพันธ์)

มองจากมิติทางระบบ เราต้องสร้างระบบกฎหมายที่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้มีการเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง มีกฎหมายที่ชัดเจนและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อจัดการกับการเล่นเส้นสายและการกินสินบน ซึ่งล้วนลดประสิทธิภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจ

มองจากมิติทางเศรษฐกิจ สังคมที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจถึงระดับหนึ่ง เมื่อมีชนชั้นกลางจำนวนมาก การทุจริตแบบเล่นเส้นสายจะเริ่มลดน้อยลง ตัวอย่างเช่น สังคมสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ในยุคหนึ่งมีการเล่นเส้นสายและการติดสินบนที่รุนแรงเช่นกัน แต่เมื่อคนรวยขึ้นและเท่าเทียมกันมากขึ้น ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเล่นเส้นสายอะไร เพราะทุกคนต่างก็มีเส้นสายทั้งนั้น และต่างก็มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ใกล้เคียงกัน

สังคมที่การทุจริตแบบการเล่นเส้นสายรุนแรง ก็คือสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูง เพราะคนชั้นสูงมีเพียงหยิบมือเดียว กุมอิทธิพลและชะตากรรมของสังคมไว้อย่างเด็ดขาด การจะทำอะไรจึงต้องเข้าให้ถึงคนกลุ่มนี้ และคนกลุ่มนี้ก็ใช้ประโยชน์ที่ตนตักตวงมากระจายให้กับคนข้างล่าง (เช่นซื้อเสียง หรือสร้างโรงทาน) ซึ่งก็คือการซื้อใจและซื้อบารมีแบบอุปถัมภ์นั่นเอง

เมื่อดูกระแสในสังคมจากเรื่องที่เกิดขึ้น เห็นชัดว่า ไทยกำลังเป็นสังคมเปลี่ยนผ่าน ค่านิยมของคนในสังคมเริ่มตั้งคำถามกับการใช้เส้นสาย คำตอบที่ว่า "ใครๆ ก็ทำกัน" เริ่มดูตลก ส่วนที่ว่าเราจะเปลี่ยนผ่านสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่เราต้องปรับเป็นสังคมที่พึ่งกฎหมายมากขึ้น และสร้างพื้นที่สำหรับการแข่งขันด้วยความสามารถและคุณค่าที่แท้จริงให้กว้างใหญ่ขึ้น ถ้าพยายามในทิศทางนี้ พื้นที่ของการใช้เส้นสายก็จะค่อยๆ ลดลงโดยธรรมชาติ

คนที่ใช้การวิ่งเต้นหรือจ่ายใต้โต๊ะเป็นสรณะ ก็จะเริ่มรู้สึกละอาย และรู้สึกว่า "ไม่มีใครเขาทำกัน"

ที่มาจากเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/armtung/posts/10153429350715025?fref=nf&pnref=story

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน