posttoday
กองทุนหมู่บ้าน : ประชาธิปไตยที่กินได้

กองทุนหมู่บ้าน : ประชาธิปไตยที่กินได้

20 เมษายน 2559

สุวิทย์ คุณกิตติ

โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ

ช่วงนี้ผมพอมีเวลาว่างบ้าง จึงได้ออกเดินสายเยี่ยมกลุ่มคนรักกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง นอกจากจะได้พูดคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ แล้ว ยังมีโอกาสติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ซึ่งรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญในการใช้กลไกของกองทุนหมู่บ้านหรือชุมชนเมืองเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับสมาชิกและคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พบว่า หลายกองทุนสามารถบริหารจัดการดี เพราะมีคณะกรรมการที่เข้มแข็ง และส่วนใหญ่เป็นผู้นำธรรมชาติที่ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นผู้แทนสมาชิกเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารจัดการกองทุนและยังพบอีกว่าหากคณะกรรมการมีการประชุมบ่อยครั้ง มีการหมุนเวียนเงินกู้ระยะสั้น หรือมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกิจกรรมการออม กองทุนนั้นก็จะไม่มีปัญหา หรือมีปัญหาน้อยมาก

แต่ถ้ากองทุนใดมีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการ หรืออดีตข้าราชการ หรือมีหน่วยราชการเข้ามาเกี่ยวข้องชี้นำมาก กองทุนนั้นก็จะมีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการ มีปัญหาหนี้ไม่มีการดำเนินการ ประกอบกับในระยะหลังสำนักงานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ไม่ได้มีการดำเนินการติดตามประเมินผล จึงทำให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านหรือชุมชนเมืองต่างๆ บางแห่งละเลยไม่ดำเนินการจัดทำงบดุลบัญชีให้เป็นปัจจุบัน ไม่มีการติดตามทวงหนี้และแก้ไขปัญหาหนี้เสียที่เกิดขึ้น

ทำให้กองทุนที่ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกติกาที่วางไว้ประสบปัญหา ส่งผลให้ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกต้องเสียโอกาสในการที่จะเข้าถึงแหล่งทุน แต่อย่างไรก็ตามได้สอบถามเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พบว่าหมู่บ้านที่มีปัญหาและมีหนี้เสียที่ต้องเข้าไปติดตามและฟื้นฟูมีประมาณกว่า 10% เท่านั้น ที่ดีเกรดเอและบีก็มีมาก ที่ต้องปรับปรุงก็มีบ้าง

ถือว่า 15 ปีที่ผ่านมา กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จและมีความยั่งยืนในระดับหนึ่ง เงินที่รัฐบาลได้ใส่ลงไปในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเพื่อให้ประชาชนได้กู้ยืมนั้นไม่ได้หายไปไหน ยังหมุนเวียนอยู่ในระบบ ส่วนปัญหาหนี้เสียสามารถติดตามได้ ซึ่งทาง สทบ.ควรได้เร่งรัดติดตามหนี้ที่เสียไปให้สามารถนำกลับมาใช้ในการหมุนเวียน เพื่อให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้มีโอกาสกู้ยืมอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม โครงการเพื่อนช่วยเพื่อนของเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติก็ไม่ได้อยู่เฉยหรือรอให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านหรือชุมชนเมืองแห่งชาติเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา แต่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ประสบความสำเร็จได้เข้าไปช่วยเหลือกองทุนหมู่บ้านที่มีปัญหาหนี้เสียและไม่ได้มีการบริหารจัดการมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในการร่วมกันเลือกตั้งคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองชุดใหม่เข้ามาบริหารจัดการ

โดยเริ่มต้นจากกระบวนการการมีส่วนร่วมของสมาชิกในแต่ละหมู่บ้านหรือชุมชนในการเริ่มต้นออมใหม่ และใช้กองทุนสัจจะออมทรัพย์ที่ยังพอมีเหลืออยู่บ้างมาดำเนินการกันใหม่ และจัดการปิดบัญชีงบดุลตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อให้สามารถรับเงินทุนหมุนเวียนที่รัฐบาลหลายรัฐบาลและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ที่ได้เพิ่มเติมให้และยังตกค้างอยู่ โดยได้มีการร้องขอให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติเข้ามาติดตามหนี้ที่คณะกรรมการชุดเก่าได้สร้างปัญหาไว้

จะเห็นได้ว่าถ้าเราไว้วางใจประชาชนและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้ประสบการณ์ความรู้ที่เขามีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นโดยภาครัฐไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องชี้นำ เขาสามารถที่จะบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาได้ด้วยภูมิปัญญาของเขาเอง โดยไม่ต้องมีการไปฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้ก่อนแต่อย่างใด

รัฐมีหน้าที่เพียงส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อเปิดโอกาสให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมของชาวบ้านมากขึ้นเท่านั้น ที่เหลือชาวบ้านเขาสามารถที่จะรวมพลังร่วมคิดร่วมทำร่วมกันบริหารจัดการร่วมกันตัดสินใจร่วมกันรับผลประโยชน์และตรวจสอบกันเอง เพราะคณะกรรมการที่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้เลือกตั้งให้เข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารจัดการกองทุนแทนชาวบ้าน ต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อชาวบ้านซึ่งเป็นสมาชิกด้วยเช่นเดียวกัน

หลังจากที่กลับไปเยี่ยมกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองต่างๆ แล้ว ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่ากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองนี่แหละเป็นแบบอย่างของระบอบประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เพราะประชาชนได้เรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยจากการที่ได้ร่วมกันปฏิบัติจริง โดยไม่ต้องมีการสอนหรือแนะนำว่าระบอบประชาธิปไตยคืออะไร

ฉะนั้น จะบอกว่าชาวบ้านไม่รู้ ยังไม่พร้อมสำหรับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ผมได้เรียนรู้จากชาวบ้านว่าเขามีความรู้ความสามารถ มีภูมิปัญญาเพียงพอที่จะบริหารจัดการงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้เขาได้ เพียงแต่เราให้โอกาส ให้อำนาจ และงบประมาณ เขาสามารถที่จะบริหารจัดการแก้ไขปัญหาในหมู่บ้านหรือชุมชนของตนเองได้ดีกว่าหน่วยงานของรัฐ เพราะคนที่รู้ปัญหาดีที่สุดก็คือชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน

ดังนั้น หากจะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุจริงๆ ก็คือให้ชาวบ้านเป็นคนแก้ โดยภาครัฐหรือราชการไม่ต้องไปคิดแทนชาวบ้าน

จะเห็นได้ว่ากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นโครงการแรกและโครงการเดียวในโลกที่มีการกระจายอำนาจและงบประมาณลงไปในระดับฐานรากอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั้งประเทศ เพื่อให้ชาวบ้านได้ดำเนินการบริหารจัดการผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนและหมู่บ้าน

แม้ว่าจะมีการพัฒนาจนสามารถยกฐานะกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นสถาบันการเงินหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้แล้วก็ตาม คณะกรรมการหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังมีความประสงค์ที่จะต้องการเห็นการพัฒนาและยกฐานะของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองขึ้นเป็นธนาคารประชาชนที่เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ประชาธิปไตยที่ชาวบ้านรู้จักและมีประสบการณ์อย่างกองทุนหมู่บ้าน น่าจะเป็นต้นแบบที่ดีของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด แต่เกิดขึ้นจากกระบวนการและกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เกิดจากการไว้วางใจและเชื่อมั่นในความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของประชาชน

กองทุนหมู่บ้านเป็นประชาธิปไตยที่ชาวบ้านได้กินได้ใช้ และให้ประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง

ที่จริงแล้วผมไม่อยากพูดถึงรัฐธรรมนูญที่เพิ่งจะยกร่างเสร็จและกำลังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะจากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสใช้รัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ รวมทั้งการที่ได้ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนมาหลายครั้ง

เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วกลัวว่าประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยเหมือนกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2534 ที่กำหนดกติกาเงื่อนไขไว้อย่างซับซ้อน เพื่อให้มีการสืบทอดอำนาจและมีนายกรัฐมนตรีจากคนนอก จนมีการต่อต้านและพวกเราได้ขอให้ปรับปรุงแก้ไข แต่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้น รวมทั้งรัฐบาลก็ขอให้ผ่านไปก่อน จนเกิดวิกฤตที่นำมาซึ่งการนองเลือด พฤษภาทมิฬ 2535

หากดูเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ 2534 ยังน้อยกว่าร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ที่กำหนดกฎกติกาเงื่อนไขไว้อย่างสลับซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง การได้มาซึ่งวุฒิสมาชิก การแก้ไขรัฐธรรมนูญ อำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม หรือแม้กระทั่งที่มาของนายกรัฐมนตรีที่เปิดโอกาสให้คนนอกสามารถเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้เช่นเดียวกันกับรัฐธรรมนูญ 2534 และที่แย่กว่านั้นก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่สามารถทำได้

เงื่อนไขทั้งหมดดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นระเบิดเวลา และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการนองเลือดเหมือนกับพฤษภาทมิฬ 2535 ที่เกิดขึ้นมาแล้ว

แต่ครั้งนี้อาจจะรุนแรงกว่าปี 2535 เพราะเราจะไม่มีกรรมการที่จะเข้ามาหยุดยั้งวิกฤตที่จะเกิดขึ้นได้เหมือนเช่นเมื่อปี 2535 และจากวิกฤตการณ์ที่ผ่านมามีชายชุดดำซุ่มโจมตีทหารในเครื่องแบบที่พยายามเข้าไประงับเหตุการณ์ที่สี่แยกคอกวัวกลางกรุงเทพฯ จนถึงวันนี้ปัญหาความแตกแยกในประเทศยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่ถูกควบคุมและกดดันไว้ ยังไม่สามารถที่จะหาจุดที่ปรองดองกันได้อย่างแท้จริง

อยากให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองได้มองย้อนไปในอดีต ก่อนที่จะมองไปข้างหน้าว่าจะป้องกันแก้ไขปัญหาในอดีตไม่ให้มันย้อนกลับมาได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI