
เมย์ตั้งเป้าล่าทองโอลิมปิก
รัชนก ลั่นเป้าหมายต่อไปคือเหรียญทองโอลิมปิก หลังสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมือ 1 โลก
รัชนก ลั่นเป้าหมายต่อไปคือเหรียญทองโอลิมปิก หลังสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมือ 1 โลก
“เมย์” รัชนก อินทนนท์ ฝันเป็นจริงเตรียมเป็นนักแบดมินตันไทยคนแรกที่ครองมือ 1 โลกในการประกาศอันดับสัปดาห์นี้ หลังเอาชนะ ซุนหยู จากจีน 18-21, 21-11, 21-14 คว้าแชมป์สิงคโปร์ โอเพ่น เมื่อวันที่ 17 เม.ย. เป็นแชมป์ที่ 3 ติดต่อกัน พร้อมประกาศล่าเหรียญทองโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล เป็นเป้าหมายต่อไป
“เป้าหมายก่อนหน้านี้คือการเป็นมือ 1 ของโลก ตอนนี้ทำได้แล้ว และเป้าหมายต่อไปคือโอลิมปิกเกมส์ อยากคว้าเหรียญทองให้ประเทศไทย” เดี่ยวมือ 1 ของไทย ซึ่งห้อยพระพิฆเนศทั้ง 3 รายการ เผย
ความสำเร็จในครั้งนี้ ยังทำให้นักตบขวัญใจชาวไทย ซึ่งคว้าไปแล้ว 4 แชมป์ในปีนี้ ทำสถิติเป็นหญิงเดี่ยวคนแรกของโลกที่คว้าแชมป์ซูเปอร์ซีรี่ส์ 3 รายการใน3 สัปดาห์ พร้อมเงินรางวัล 26,250 เหรียญสหรัฐ (เกือบ 9.2 แสนบาท) รวมเงินรางวัลแชมป์ 3 รายการรับไป 9 หมื่นเหรียญสหรัฐ(ราว 3.15 ล้านบาท)
“วันนี้ตีเสียเองเยอะ เช่นเดียวกับคู่แข่งแต่กลับสู่เกมได้เร็วกว่า ส่วนแต้มสุดท้าย (คู่แข่งขอชาลเลนจ์) ดีใจมาก ไม่คิดว่าเขาจะชาลเลนจ์เลยดีใจเต็มที่ แต่ก็ไม่หวั่นเพราะคิดว่าปิดเกมได้ ด้วยรูปแบบเกม และความรู้สึกของเราที่เป็นต่อ เมื่อปิดแมตช์ได้ก็ดีใจ และจะพยายามรักษาสภาพร่างกายและความมั่นใจ เพื่อทำให้ดีที่สุดต่อไป” เมย์ กล่าว
ทั้งนี้ รัชนก จะเดินทางกลับมาถึงไทยวันที่ 18 เม.ย. และพัก 1 สัปดาห์ ก่อนจะเดินทางไปป้องกันแชมป์เอเชีย วันที่ 26 เม.ย.-1 พ.ค. ที่จีน ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายในการเก็บคะแนนคัดเลือกไปรีโอเกมส์ หลังจากนั้นมีโปรแกรมร่วมศึกอินโดนีเซีย โอเพ่น (พ.ค.) และออสเตรเลียน โอเพ่น (มิ.ย.) ซึ่งเมย์ ตั้งใจจะรักษาอันดับไม่ให้ต่ำกว่ามือ 4 ของโลก เพื่อเป็นมือวางโอลิมปิก
นอกจากนี้ ว่าที่มือ 1 โลก ยังเผยติดตลกถึงหวานใจ “ตะวัน” ปัณณวิชญ์ ทองน่วม ว่า พ่อไฟเขียวแล้ว หลังเคยให้สัมภาษณ์พร้อมไฟเขียวหากคว้า 3 แชมป์ ก่อนยืนยันได้กำลังใจจากแฟนหนุ่ม แต่ก็มีหน้าที่และเป้าหมายของตัวเองคือมือ 1 ของโลก ไม่ใช่อยากให้พ่อไฟเขียว
ขณะที่ เซี้ยะจือหัว ผู้ฝึกสอนชาวจีนที่อยู่สโมสรบ้านทองหยอดกว่า 20 ปี กล่าวแสดงความยินดีกับศิษย์รักกับการก้าวสู่บัลลังก์โลกขนไก่หญิง พร้อมเผยกว่าเมย์จะมีวันนี้ต้องแลกด้วยการซ้อม 365 วัน/ปี
“กว่าจะมาถึงวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องพรสวรรค์ แต่เป็นการฝึกหนัก โดยเธอต้องอยู่ยิมตลอด 365 วัน ซ้อมหนักสุด 7 ชั่วโมง/วัน หรือน้อยสุด 3 ชั่วโมง ควบคู่กับการเรียน เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่ 6 ขวบ” โค้ชบ้านทองหยอด กล่าว







