posttoday
วิจักขณ์ สุวรรณภักดี ผสานโลกดิจิทัลอาร์ตและการตลาด

วิจักขณ์ สุวรรณภักดี ผสานโลกดิจิทัลอาร์ตและการตลาด

18 เมษายน 2559

วิจักขณ์ สุวรรณภักดี ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท ดรีมเบส เป็นนักออกแบบรุ่นใหม่ที่สามารถผสมผสานงานศิลปะ โลกดิจิทัล และการตลาด เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

โดย...โยธิน อยู่จงดี

วิจักขณ์ สุวรรณภักดี ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท ดรีมเบส เป็นนักออกแบบรุ่นใหม่ที่สามารถผสมผสานงานศิลปะ โลกดิจิทัล และการตลาด เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับในวงการว่าเป็นงานที่มีความคิดสร้างสรรค์สวยงามและขายได้จริง

รู้ว่ารักอะไรต้องเริ่ม

“จุดเริ่มต้นการทำงานในสายนี้มาจากการค้นพบตัวเองว่าเป็นคนที่ชอบงานในแนวศิลปะ เพราะเราชอบวาดรูป ชอบทางสายอาร์ต รู้อย่างชัดเจนเพราะผมชอบวาดรูป วาดทุกวัน งานประดิษฐ์ต่างๆ เราทำได้ดีหมด แต่สมาชิกครอบครัวคนอื่นต่างมุ่งไปทางด้านเรียนกฎหมายหมดเลย ผมเลยกลายเป็นคนเดียวในตระกูลที่แหกคอกออกไป แต่กระนั้นผมยังโชคดีตรงที่ว่าคุณพ่อคุณแม่กลับส่งเสริมให้เราได้ทำในสิ่งที่รักอย่างเต็มที่ ไม่ได้บังคับว่าจะต้องไปเรียนทางกฎหมาย หรืออาจจะเบื่อกฎหมายแล้ว มีลูกเรียนด้านอื่นบ้างก็ดี (หัวเราะอารมณ์ดี)

“จนปี พ.ศ. 2550 ผมเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะศิลปกรรม เอกคอมมูนิเคชั่นดีไซน์ ระหว่างที่เรียนก็ได้เจอกับอาจารย์ที่เป็นดีไซเนอร์ชั้นนำในเมืองไทย ทำให้เราได้แรงบันดาลใจและแนวคิดหลายอย่าง ทำให้เรารู้สึกมีไฟในการทำงาน และต้องไปให้ถึงฝันให้ได้ ผมก็มุ่งเรียนมาทางออกแบบผสานกับเรื่องของดิจิทัล เพราะผมคิดว่าเรียนมาแล้วน่าจะจับกลุ่มตลาดได้มากกว่า และพัฒนางานไปได้ไกลกว่านั้น

“ก่อนเรียนจบผมทำธีซิส ผมทำในหัวข้อเรื่องเปเปอร์คัต เป็นหนังสือป๊อปอัพ เรื่องธรรมะ และจับเอาเรื่องแสงเงาของหนังตะลุงเข้ามาประกอบเป็นหนังสือป๊อปอัพเกี่ยวกับธรรมะ ด้วยความตั้งใจว่าจะให้คนเข้าถึงธรรมะมากขึ้นด้วยความเพียร ผมทำออกมาทั้งหมด 9 เล่ม และได้คัดเลือกการแสดงที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งการที่ผมได้รับผลตอบรับที่ดีมากกว่าผลงานชิ้นนี้ คนที่สนใจเกี่ยวกับงานคราฟต์ก็สนใจติดต่อมาให้ออกแบบทำหนังสือทำมือ เลยกลายเป็นฟรีแลนซ์รับงานออกแบบ ก่อนที่จะมีคนติดต่อเข้ามาทำงานที่ดรีมเบสแห่งนี้”

กล้าที่จะเริ่ม

“ตอนที่เข้ามาที่นี่พี่เรียกตัวเข้ามาพูดคุยว่าอยากให้ลองร่วมงานด้วยกันที่นี่ แต่ผมก็ไม่มั่นใจว่าจะทำได้ เพราะผมเองก็ทำงานเป็นฟรีแลนซ์มาตลอด แต่ที่นี่จะทำเกี่ยวกับเว็บออกแบบสินค้า มีเรื่องการตลาดเข้ามาด้วย แต่พี่เขาก็มั่นใจว่าเราสามารถทำได้ก็เลยให้เราลองทำ โปรเจกต์แรกของบริษัทที่ได้ทำก็คือผ้าเย็นที่มีสารสกัดจากใบทับทิม เป็นสินค้าผ้าเย็นที่ผสานในเรื่องความเชื่อของไทย ที่เวลากลับจากงานศพต้องหาใบทับทิมมาปัดเช็ดตัวเพื่อไล่สิ่งอัปมงคลออกไป ก็ทำออกมาเป็นผ้าเย็นให้เช็ดตัวได้ทันที ไม่ต้องไปวิ่งหาใบทับทิม

วิจักขณ์ สุวรรณภักดี ผสานโลกดิจิทัลอาร์ตและการตลาด

 

“จากนั้นเราคิดต่อยอดออกมาเป็นอีกผลิตภัณฑ์ คือผ้าเย็นสกัดจากเมล็ดทับทิม ใช้ในงานมงคล เช่น งานแต่งงาน ใช้เป็นของชำร่วย หลังจากนั้นก็เริ่มทำเกี่ยวกับดิจิทัลอย่างเต็มตัว เพื่อทำให้งานอาร์ตและดิจิทัลออกมาในแนวทางเดียวกันให้ได้ ในส่วนของผมจะรับผิดชอบในเรื่องออกแบบอินเทอร์เฟซและลูกเล่นการเคลื่อนไหวที่มีผลต่อความรู้สึกของคนและมีความอาร์ตอยู่ในตัว หลังจากนั้นเราก็เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นว่าเราสามารถทำงานตรงนี้ได้ และเริ่มเก็บความรู้ประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการทำงานของเราออกมา”

พบกันครึ่งทางระหว่างทุกสิ่ง

“เวลาเรารับงานลูกค้ามาชิ้นหนึ่ง เราก็ต้องเอาโจทย์ความต้องการของลูกค้ามาตีให้แตก เอาสไตล์ของเราใส่ไปครึ่งและสไตล์ของลูกค้าอีกครึ่ง เป็นการพบกันครึ่งทาง เพราะเราจะออกแบบตามใจเราอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูสิ่งที่ลูกค้าต้องการด้วย แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องดูด้วยว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการนั้นตอบโจทย์ทางการตลาดของเขาหรือเปล่า มีอะไรที่ดูเอาต์ไปแล้วก็ต้องแนะนำเขาไป

“ซึ่งการทำงานสายนี้เราต้องวิ่งตามให้ทัน เพราะตลาดดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก เราต้องคอยศึกษาค้นคว้าข้อมูลให้ทันโลก ในวันๆ หนึ่งผมจะต้องคอยตามเทรนด์ต่างๆ ให้ทัน เข้าไปดูเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่น บล็อกต่างๆ พินเทอเรสต์ เดินเล่นในพิพิธภัณฑ์ งานแสดงศิลปะ หาเวลาเข้าเวิร์กช็อปอบรม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดและทัศนคติกับนักออกแบบคนอื่นๆ เพื่อมองในมุมมองใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากความคิดของเรา แล้วดูว่ามีอะไรที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเราได้บ้าง หรือแม้กระทั่งเดินในศูนย์การค้า ก็เป็นสิ่งหนึ่งในการค้นหาแรงบันดาลใจในการออกแบบเช่นกัน"

ทำทุกอย่างให้สมดุล

“แม้ในการทำงานผมพยายามบาลานซ์ชีวิตงานกับชีวิตส่วนตัว ทำงานให้เสร็จตามกำหนด หลังจากนั้นเวลาส่วนตัวก็ออกไปหาอิสไปเรชั่น ดื่มกาแฟ ใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของเราไป ผมจะไม่เป็นคนที่โหมงาน แต่จะพยายามบาลานซ์ชีวิตให้ดี เพราะงานออกแบบเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การใช้ชีวิตให้สมดุลจะมีประสิทธิภาพกับการทำงานมากกว่าที่จะหักโหมงานในทุกเวลา

“จุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งในที่ทำงานของผมเองก็คือ การมีเพื่อนร่วมงานที่มีแนวความคิดคล้ายๆ กัน ปัญหาในการทำงานเรื่องการออกแบบที่บริษัทส่วนใหญ่จะพบ เช่น ปัญหาเรื่องความขัดแย้งในการออกแบบที่ไม่ลงตัวนั้น เราจะไม่พบจากที่นี่ เพราะเรารู้กันดีว่าแต่ละคนก็มีสไตล์ในการออกแบบที่ไม่เหมือนกัน บางคนชอบวินเทจ บางคนชอบแนวคลาสสิก

“เราจะไม่ได้มานั่งตำหนิว่าสไตล์ของใครไม่สวยหรือแบบไหนดีกว่า แต่เราจะดูในเรื่องความสวยงามความลงตัวว่าตอบโจทย์ลูกค้าหรือเปล่า ดูแนวความคิดของเขา แต่เราจะไม่ก้าวก่ายและวิจารณ์ในทางเสียหาย ซึ่งโชคดีมากที่เพื่อนร่วมงานทุกคนจะมีแนวคิดในการทำงานคล้ายๆ กัน เพราะหัวใจในการออกแบบของผมก็คือ สวยและตอบโจทย์ บางงานสวยแต่ไม่ตอบโจทย์ของลูกค้าก็ไม่ได้ ทุกอย่างต้องไปได้ด้วยกันทั้งคู่ ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จในการทำงานชิ้นนั้น”

ข่าวล่าสุด

จากบอลรองสู่การยอมรับ ‘เสถียร’ เผยเบื้องหลังต่อสัญญา Carabao Cup ลุยตลาดโลก

จากบอลรองสู่การยอมรับ ‘เสถียร’ เผยเบื้องหลังต่อสัญญา Carabao Cup ลุยตลาดโลก