
ขอรับกรรมฐาน...เข้าพรรษาปี’๕๓ (ตอน๗)
ปุจฉา : กราบเรียนพระคุณเจ้า
ปุจฉา : กราบเรียนพระคุณเจ้า
โดย....พระอาจารย์อารยะวังโส
ในห้วงเวลาจำศีลเข้าพรรษา ๓ เดือน ญาติโยมมีความประสงค์ปฏิบัติธรรมอบรมจิต เพื่อสร้างปัญญาธรรมให้เกิดขึ้น จะได้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
จึงใคร่ขอกรรมฐาน หรือข้อธรรมะ เพื่อเป็นอนุสติในกาลเข้าพรรษา ขอพระคุณเจ้าได้พิจารณามอบกรรมฐานผ่านทาง “โพสต์ทูเดย์” เพื่อญาติโยมผู้ไม่ค่อยมีเวลาไปวัดฟังธรรม ด้วยกิจธุระทางโลกมาก จะได้ศึกษาปฏิบัติเป็นส่วนตนที่บ้านได้ ขอแบบง่ายๆ แต่ปฏิบัติได้ผลตรงตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งหวังว่า พระคุณเจ้าคงจะช่วยอนุเคราะห์สัตว์ทั้งหลายได้อย่างแน่นอน
กราบเรียนมาด้วยความเคารพ
“ผู้มีภาระทางโลก แต่ไม่ทิ้งธรรม”
วิสัชนา : การเจริญมรณานุสติ ทุกลมหายใจเข้าออก ทุกกาลเวลา เป็นการประพฤติธรรม เพื่อความไม่ประมาท ส่วนจะได้ผลอย่างไรนั้น จะต้องเจริญสมาธิเข้าสู่องค์รูปฌานเป็น ต้องรู้การนำสมาธิไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในแต่ละห้วงๆ และให้ใช้เวลาสัก ๒๓ ชั่วโมง เราก็แจ่มแจ้งและจิตจะเบา จะคลายออกจากการยึดเหนี่ยวยึดถือ มีโอกาสที่จะถึงนิพพานอย่างแท้จริง
ค่ำนี้ให้อนุสติธรรมไว้เพื่อเป็นข้อประพฤติปฏิบัติ หากจะฝึกฝนให้ชำนิชำนาญนั้น จะต้องเป็นไปในฐานะโอกาสที่จะสั่งสอนในกาลต่อไป จึงจบการให้ธรรมะในค่ำคืนนี้เพียงแค่นี้...เอวัง”
นอกเหนือจาก “มรณานุสติ” ซึ่งควรศึกษาปฏิบัติแล้วนั้น กรรมฐานอีกวิชาหนึ่งที่อาตมานำมาสอน เพื่ออบรมความรู้ บริหารจิตใจของสาธุชนให้สามารถรักษาความดีได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มพูนคุณธรรมในดวงจิตให้มากยิ่งขึ้น และมั่นคงอยู่ในศีลธรรม เป็นธรรมโอสถชั้นเลิศ อันควรนำมาศึกษาปฏิบัติ เพื่อพัฒนาสุขภาพกายจิตของเราให้มั่นคง เข้มแข็ง ด้วยคุณธรรมความดี ซึ่งจะสามารถคุ้มครองปกป้องตนเองให้พ้นจากภัยทั้งปวงได้ด้วยอำนาจธรรม โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคมะเร็ง โรคร้ายทั้งหลาย
ควรปฏิบัติโดยการรับกรรมฐานดังกล่าว มาบริหารจัดการให้มีพลังเข้มแข็งสมบูรณ์อยู่เสมอ ซึ่งได้แก่ การเจริญเมตตาภาวนา อันมีอานิสงส์ถึง ๑๑ ประการ ที่หวังได้แน่นอน หากว่าปฏิบัติธรรมตามองค์กรรมฐานแห่งเมตตาภาวนาได้ผล เป็นวิธีการปฏิบัติที่ไม่ยากเลย เป็นขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน ไม่ยุ่งเหยิง สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ และปฏิบัติได้เลย จึงขอนำการเจริญเมตตาภาวนา ตามหลักแผ่เมตตา ๗ คั่น มาแนะนำให้สาธุชนได้ปฏิบัติ ดังนี้ (หากมีปัญหา หรือไม่เข้าใจ หรือติดขัดในการปฏิบัติ ให้เขียนจดหมายมาถามได้โดยตรง จะตอบบันทึกเทปส่งไปให้ฟัง เพื่อศึกษาปฏิบัติ)
สำหรับเนื้อหาสาระในการเจริญเมตตาภาวนาต่อไปนี้ อาตมาได้แสดงธรรมสั่งสอนคณะศรัทธาสาธุชนในหลายกาล หลายสถานที่ มีการถอดเทปจัดทำเป็นหนังสือธรรมปฏิบัติ จึงเป็นสำนวนการบรรยายธรรม ขอได้อ่านอย่างพิจารณา จะได้ประโยชน์ความรู้ยิ่ง โดยมีรายละเอียดดังนี้...
“...อาตมาปูพื้นให้มาตั้งแต่เมื่อวานและเมื่อคืนต่อเนื่องมาหลายยกแล้ว จึงได้เปรียบได้กำไร พวกที่มาทีหลังก็ขาดทุน ก็ต้องเร่งตัวเอง เพราะธัมมะคือสายธารธรรม ไม่รอใคร สัตวโลกทั้งหลาย ใครตักตวงได้ตามกำลังแห่งตนก็ได้ตามนั้น เป็นเรื่องของความยุติธรรมกับทุกฝ่าย เพราะฉะนั้น ผู้ที่ทำมาก่อนจึงลำดับจิตเข้าตามลำดับ เพราะถูกสั่งสอนอบรมไว้ตามเหมาะควรแล้ว เมื่อเรามีอารมณ์แห่งธรรมเกิดขึ้น มีความสุขความพอเหมาะเกิดขึ้น ขั้นต้น ควรแผ่เมตตา แผ่ความรู้สึกรักให้กับตน นึกที่จิตว่า
“อะหัง สุขิโต โหมิ, อะหัง นิททุกโข โหมิ, อะหัง อะเวโร โหมิ, อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ, อะหัง อะนีโฆ โหมิ, สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ”
รวมความว่า ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุข ขอข้าพเจ้าอย่าได้มีความทุกข์เลย ทำความสุขให้เกิดขึ้นที่จิต จิตที่มีความสุขนั้น จะเบิกบาน อิ่ม ยิ้มขึ้นมาทันที หน้าจะคลายจากการผูกยึด จากความคับแค้นชิงชัง จิตที่เศร้าหมอง ใบหน้าเราก็เศร้าหมอง จิตที่เจริญธรรมเมตตานี้ หน้าจะยิ้มอิ่มขึ้นมา เราต้องทำความรู้สึก ปรับจิตของเราให้เกิดความสุขแห่งธรรมที่เราปฏิบัติ ด้วยการเมตตาตัวเราเองให้มีความสุข พ้นจากทุกข์ภัย การเมตตาตัวเราคือ ทำจิตเรานั่นแหละให้คลาย ปล่อยถอยจากความทุกข์อกุศล เข้าสู่อารมณ์ธรรมของความสุขความยินดี
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







