
ซื้อบ้านคือการออมทรัพย์
ใครอายุใกล้ขึ้นเลข 3 แล้วยังไม่ซื้อบ้านกันบ้าง ผมเชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยครับที่ยังไม่ตัดสินใจ
โดย...โยโมทาโร่
ใครอายุใกล้ขึ้นเลข 3 แล้วยังไม่ซื้อบ้านกันบ้าง ผมเชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยครับที่ยังไม่ตัดสินใจ บางท่านจะเข้าเลข 4 กันอยู่แล้วก็ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งเราก็ไม่ได้บอกว่าใครผิดในเรื่องนี้เพราะแต่ละท่านก็มีเหตุผลส่วนตัวที่แตกต่างกันออกไป บางท่านมีภาระต้องรับผิดชอบครอบครัว ดูแลพ่อแม่ส่งน้องๆ เรียนต่อ แต่ความมั่นคงในอนาคตของตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ ลองดูเหตุผล 4 ประการต่อไปนี้ที่อาจเปลี่ยนความคิดจากบ้านที่เป็นเพียงที่อยู่ที่นอนกลายเป็นลงทุนที่คุ้มค่าต่อชีวิตมากที่สุด
1.เริ่มกู้เงินซื้อบ้านตั้งแต่เริ่มทำงานแรกๆ
ราคาบ้านและที่ดินมีการปรับตัวขึ้นทุกปี หลายคนคิดอยากจะซื้อบ้านด้วยเงินสดเพราะไม่อยากเสียดอกเบี้ย แต่ความจริงก็คือหากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน ไม่มีทางเก็บเงินทันซื้อบ้านราคาหลักล้านได้อย่างแน่นอน เพราะราคาจะขยับไปเรื่อยๆ ทางที่ดีที่สุดควรใช้วิธีหยุดราคาบ้านด้วยการทำเรื่องกู้เงินซื้อบ้านเสียแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องสนใจว่าจะเสียค่าดอกเบี้ยไปเท่าไหร่ เพราะในอีก 20 ปีข้างหน้าราคาบ้านและที่ดินจะปรับตัวสูงมากกว่าดอกเบี้ยที่คุณเสียไปอย่างแน่นอนถึงเวลานั้นคิดจะขายย้ายที่อยู่อย่างไรก็ได้กำไร
2.เริ่มธุรกิจด้วยบ้านใหม่
ใครว่าซื้อบ้านแล้วจะมีภาระอึดอัดท่วมหัว การที่เรามีบ้านจะยิ่งเพิ่มช่องทางทำรายได้ให้คุณมากขึ้น คุณสามารถทำสิ่งที่ชอบได้ทุกอย่างในบ้านของคุณได้ทุกอย่างที่ไม่เป็นการส่งเสียงดังสร้างความรำคาญให้แก่เพื่อนบ้าน หากคุณอยากมีธุรกิจเล็กๆ เช่น เปิดร้านขายของออนไลน์ หรือเปิดบริษัทเล็กๆ บ้านคือสถานที่ที่สามารถเปลี่ยนเป็นออฟฟิศแรกของบริษัทคุณ บ้านสามารถใช้เป็นที่เก็บสินค้า แพ็กของส่งลูกค้า เริ่มต้นงานเสริมเล็กๆ น้อยๆ ที่จะกลายเป็นความมั่นคงในอนาคตได้
3.บ้านช่วยไม่ให้เงินเสียเปล่า
ตั้งแต่คุณทำงานในตัวเมืองเสียค่าเช่าห้องเดือนละ 4‚000-5‚000 บาท/เดือน มาเป็น 10 ปีได้อะไรกลับมาบ้าง ถึงคุณจะคิดว่าประหยัดเวลาและค่าเดินทาง แต่ถ้าคุณลองหางานเสริมและเพิ่มเงินอีกสักนิดผ่อนคอนโดใกล้ที่ทำงาน หรือแนวรถไฟฟ้านอกจากจะได้คอนโดเป็นของตัวเองแล้วยังประหยัดค่าเดินทาง และช่วยไม่ให้เงินเสียเปล่าไปกับค่าเช่า เพิ่มเงินอีกหน่อยอย่างไรก็คุ้มค่าแน่นอน
4.บ้านช่วยสร้างครอบครัว
บ้านนอกจากจะเป็นการลงทุนทางการเงินที่คุ้มค่าแล้ว ยังเป็นรากฐานให้คุณมีครอบครัวที่มั่นคง ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นชายหรือหญิง บ้านเป็นสถานที่แรกของชีวิตให้คุณรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย คุณจะมีความมั่นคงในชีวิตได้อย่างไร หากคุณยังเช่าบ้านอยู่จริงไหมครับ
สัดส่วนเงินออมแบบไหนเหมาะกับคุณ
เราคงเคยได้ยินหลักการออมเงินใช้ 3 ส่วน เก็บ 1 ส่วนกันมาบ้าง ซึ่งหลักนี้เป็นแนวทางการออมเงินอย่างง่ายๆ ที่สามารถใช้ได้ดีกับทุกคน แต่ความจริงแล้วคุณสามารถจัดสรรการออมเงินได้หลากหลายตามสไตล์และตามช่วงวัยที่เปลี่ยนไป
ใช้ 3 ส่วน ออม 1 ส่วน
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นการทำงาน ช่วงวัยเริ่มต้นการทำงานคุณยังขาดหลายสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เงินในการซื้อ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และของที่อยากได้ จึงมีความจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่าการเก็บออม แต่อย่างไรก็ตามแบ่งรายได้ 25 เปอร์เซ็นต์เป็นเงินเก็บจะช่วยให้คุณมีสภาพคล่องทางการเงินในยามฉุกเฉิน
ใช้ 2 ส่วน ออม 2 ส่วน
เหมาะสำหรับคนที่ทำงานมานานจนมีรายได้สูงหรือสามารถลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นในชีวิตออกไปได้ การเก็บเงินครึ่งหนึ่งของรายได้แนะนำให้ใช้เงินส่วนหนึ่งไปลงทุนกับบ้านหรือกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ย และอีกเป็นเงินที่สามารถนำมาใช้ได้ยามฉุกเฉิน
ใช้ 1 ส่วน ออม 3 ส่วน
เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัวที่ต้องใช้เงินเก็บจำนวนมากไปกับค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเทอมของลูก ค่าประกันชีวิตต่างๆ ต้องเซฟค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปและนำเงินไปทุ่มเทให้กับบ้านและคนในครอบครัวให้มากที่สุด
อย่างไรก็ดี สัดส่วนการออมเงินสามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม ในสถานการณ์ชีวิตจริง แต่อย่างน้อยแนวทางการออมเงินจะช่วยเสริมความมั่งคั่งมั่นคงให้กับอนาคตของคุณได้อย่างแน่นอน







