
ไวน์&ชีส มิตรไม่ทิ้งกัน
“ชายผู้ไม่รักไวน์ ไม่รักสตรี ไม่มีดนตรีในหัวใจ คือชายที่มีทั้งชีวิตแสนมืดมน” โยฮันน์ ไฮริกซ์ โวสส์ กวีชาวเยอรมัน
“ชายผู้ไม่รักไวน์ ไม่รักสตรี ไม่มีดนตรีในหัวใจ คือชายที่มีทั้งชีวิตแสนมืดมน” โยฮันน์ ไฮริกซ์ โวสส์ กวีชาวเยอรมัน
โดย...เปอติ๊ต ริสลิ่ง [email protected]
เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไม ไวน์ กับ ชีส ถึงมักส่งเสริมรสชาติซึ่งกันและกัน มักควงแขนกันไปได้สวยในงานปาร์ตี้
ไปร่วมงาน ไวน์ แอนด์ ชีส ที่ไวน์ผับ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ ซอยรางน้ำ ซึ่งทางโรงแรมบอกว่าเปิดให้ความรู้เรื่องการ “จับคู่” (Pairing) แบบนี้สม่ำเสมอ ก็ได้คำตอบว่า ทำไมของทั้งสองอย่างถึงเป็น “มิตร” แท้ มิใช่ “ศัตรู” ถาวร
ความจริงข้อหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คล้ายๆ ตอบแบบกำปั้นทุบดิน แต่ก็เป็นเรื่องจริงนะ... คือ ทั้งสองอย่างต้องผ่านการหมักบ่ม ผ่านอะไรหลายๆ อย่างคล้ายๆ กัน เพียงแต่อย่างหนึ่งเป็นนม อีกอย่างเป็นองุ่น
ความคล้ายคลึงของไวน์และชีสยังมีอีก... ตั้งแต่ทั้งสองอย่างมีความเค็ม (Salty) และความหวาน (Sweet) อยู่ในหนึ่งเดียวเหมือนกัน
นอกจากนี้ สถานที่ที่ผลิตไวน์และชีสมักจะอยู่ในแห่งเดียวกัน (ทั้งสองอย่างมี “กฎหมาย” ควบคุม หรือ AOC ในฝรั่งเศส/DOC ในอิตาลีและสเปน ฯลฯ ด้วยนะ จำได้มั้ย)
ไวน์และชีสยังมีรสชาติความมัน (Creamy) และมีความฝาด (Tannin) คล้ายกัน ไม่ต้องพูดถึงความเป็นกรด (Acidity) ที่ต่างก็ต้องมีอยู่แล้ว เช่นเดียวกับความเข้มข้น (Rich) ที่แตกต่างกันของไวน์และชีส
แถมชีสก็ยังมีความมันจากฟองนม (Creamy with Buble)ที่ทำให้ไปได้สวยกับ แชมเปญ อีกต่างหาก
เหตุผลต่างๆ เหล่านี้ ก็คงเพียงพอที่จะเป็นคำตอบว่า ทำไมไวน์กับชีสจึงเป็นเพื่อนรักตลอดไป ทีนี้เพื่อนรัก 2 คน ถ้าไปปาร์ตี้ ไวน์กับชีส ใครไม่ดื่มไวน์ก็ได้กินชีสอร่อยๆ ถือว่าเจ๊ากันไปได้แล้วนะจ๊ะ
อ่ะ... ก่อนจะจัดปาร์ตี้ ไวน์กับชีส เรารู้จักไวน์หลักๆ กันไปแล้ว ก็ต้องมารู้จักชีสด้วย
ชีส มีหลายประเภท ทำจากนมวัวบ้าง นมแพะบ้าง นมแกะบ้าง เนื่องมาจากชาวยุโรปเองก็มีหลายเชื้อชาติ ศาสนา และหลายความเชื่อ
ชีสมีทั้ง Fresh Cheese เป็นชีสวัยละอ่อนที่นอกจากผ่านกระบวนการทำชีสและก็ไม่ได้ผ่านกระบวนการอื่นใดอีก เช่น ครีมชีส (Cream Cheese) เฟตาชีส (Feta) ชีสริคอตตา (Ricotta) ฯลฯ
ส่วน SoftRipened Cheese ก็ยังเป็นชีสที่ละอ่อนๆ อยู่ แต่ผ่านการหมักเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ ที่รู้จักกันดีคือ บรี (Brie) และกามองแบรต์ (Camembert)
ชีสประเภท Washed Rind Cheese นั้น ได้รับการขัดสีฉวีวรรณในด้านรูปลักษณ์ภายนอกด้วยน้ำเกลือ ไวน์ เบียร์ หรือบรั่นดี ส่วนมากจะมีกลิ่นจัดจ้านมากๆ ได้แก่ ปงต์ แลฟก์ (Pont l’Eveque) มันสเตอร์ (Munster) และมาครวญ์ส (Maroilles)
Natural Rind Cheese เป็นชีสที่ฟอร์มตัวขึ้นมาเอง โดยไม่ได้ผ่านการขัดสีฉวีวรรณใดๆ แต่ปล่อยให้ค่อยๆ แห้งและสร้างกลิ่นเฉพาะตัวขึ้นมาเอง ได้แก่ กองตัล (Cantal) กับเครอโบลชง (Reblochon)
ชีส Semi Hard and Hard Cheese แอบมีความชุ่มชื้นแบบ SoftRipened Cheese แต่เนื้อค่อนข้างแข็งเสมอกันแล้ว เช่นกอมต์ (Comte) หรืออุสโซ อีราตี (Ousseau Iraty)
สุดๆ กับ Blue Veined Cheese ชีสที่มีราสีเขียวๆ หรือสีฟ้าๆ แต่เป็นราที่กินได้ และว่ากันว่าดีต่อสุขภาพ ไล่ไปตั้งแต่โรกเกอฟอรต์ (Roquefort) สติลตัน (Stilton) กอร์กอนโซลา (Gorgonzola) หรือเบล เดอ แบรสส์ (Bleu de Bresse)
สุดท้ายคือ Pasta Filata เป็นชีวสไตล์หนึบๆ เหนียวๆ เพราะผ่านการนวด ที่รู้จักกันดีคือ มอสซาเรลลา (Mozarella) และโปโวโลเน (Provolone)
สัปดาห์หน้าค่อยมาจับคู่ตุนาหงันกันนะจ๊ะ







