
เช็กสุขภาพการเงินกันเถอะ
การนำพาชีวิตไปสู่ความมั่นคงทางการเงิน คุณจะต้องวางแผนการเงินที่ดีเป็นอันดับแรก โดยเริ่มตรวจสอบสุขภาพการเงินของคุณก่อนว่าแข็งแรงแค่ไหน คือ ควรรู้ว่าสถานะการเงินของคุณและกระแสเงินสดมีสภาพคล่อง มีรายได้ และค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากน้อยเท่าไร มีเงินเก็บในแต่ละเดือนหรือไม่ ใช้จ่ายพอดี หรือเกินรายรับอย่างไร เป็นหนี้เป็นสินหรือเปล่า ประเมินให้ได้ว่าคุณมีฐานะทางการเงินจัดอยู่ในประเภทไหน จน พอมีพอใช้ หรือเหลือเฟือ
การนำพาชีวิตไปสู่ความมั่นคงทางการเงิน คุณจะต้องวางแผนการเงินที่ดีเป็นอันดับแรก โดยเริ่มตรวจสอบสุขภาพการเงินของคุณก่อนว่าแข็งแรงแค่ไหน คือ ควรรู้ว่าสถานะการเงินของคุณและกระแสเงินสดมีสภาพคล่อง มีรายได้ และค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากน้อยเท่าไร มีเงินเก็บในแต่ละเดือนหรือไม่ ใช้จ่ายพอดี หรือเกินรายรับอย่างไร เป็นหนี้เป็นสินหรือเปล่า ประเมินให้ได้ว่าคุณมีฐานะทางการเงินจัดอยู่ในประเภทไหน จน พอมีพอใช้ หรือเหลือเฟือ
สถานะการเงินดี ต้องเป็นอย่างไร?
1.ควรมีการประเมินฐานะการเงิน โดยสิ่งสะท้อนฐานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคลไม่ใช่ สินทรัพย์ที่มีอยู่ แต่เป็น “ความมั่งคั่งสุทธิ” ซึ่งสามารถประเมินได้โดยการจัดทำบัญชีสินทรัพย์และหนี้สินแล้วนำมาคำนวณ ดังนี้ นำสินทรัพย์ทั้งหมดที่มี ลบกับหนี้สิน เท่ากับ ความมั่งคั่งสุทธิ ตัวเลขของใครติดลบต้องปรับพฤติกรรมกันแล้ว ถ้าไม่อยากลำบากตอนแก่เฒ่า คุณควรมีทรัพย์สินมูลค่ามากกว่าหนี้สิน
เคยทำกันบ้างหรือเปล่า...? วิธีการจดบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวัน ซึ่งจะช่วยให้เห็นพฤติกรรมทางการเงินของตัวเองอย่างชัดเจนขึ้น เพราะทั้งรายได้และค่าใช้จ่ายแต่ละรายการจะถูกแจกแจงออกมา ทำให้เราตระหนักได้ว่าค่าใช้จ่ายประเภทใดสูงเกินไป ช่วงเซลส์รับปีใหม่ ป้ายลด 50%, 80% ช่างยั่วยวนให้กระหน่ำช็อปปิ้งอย่างลืมตัว! การสร้างนิสัยการจดทุกๆ ครั้งที่ใช้จ่าย จะทำให้เห็นชัดว่าเราฟุ่มเฟือยหรือใช้เงินโดยไม่มีความจำเป็น ทำให้ยับยั่งชั่งใจสามารถตัดการใช้จ่ายแบบนี้ออกได้ในครั้งต่อไปที่เห็นป้ายเซลส์! การจดยังทำให้ทราบอีกด้วยว่ารายได้ทางใดน้อยเกินไป หรือสามารถหาทางเพิ่มได้อีก ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราวางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
2.มีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละช่วงเวลา ลองหาอาชีพเสริมการทำเงินหลาบทาง ก็ย่อมดีกว่าการทำเงินได้ทางเดียว มีหลายกระเป๋าก็ดีกว่ามีเพียงกระเป๋าเดียว และอีกนิสัยที่สำคัญสำหรับการเป็นเศรษฐี คือ ใช้เงินให้น้อยกว่าที่หาได้ ทุกวันนี้ถ้าใครหามาได้เท่าไรแล้วใช้เท่านั้น สถานะทางการเงินในอนาคตแย่แน่!
3.มีเงินเหลือเก็บ ควรเริ่มต้นสร้างนิสัยใหม่ๆ กันวันนี้เลยดีกว่า สิ่งสำคัญก็คือการมีวินัยในการออมเงินนั่นเอง เงินที่อุตส่าห์หามาได้อย่างลำบากยากเย็นจะได้ไม่หมดไปเพราะใช้จ่ายทันที (พยายาม) อย่าใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดไปเสียทุกครั้ง การรูดปรื้ดๆๆ อาจทำให้เราเพลินๆ ไปว่าจ่ายแบงก์พันแบงก์ห้าร้อยไปกี่ใบแล้ว
4.ควรจัดสรรเงินเก็บออมให้เพียงพอก่อน แนะนำให้เขียนเป้าหมายว่าควรมีอะไรบ้าง วางแผนว่าจะเก็บเงินไว้ที่ใดบ้าง เช่น ระยะสั้นฝากธนาคาร ระยะยาวซื้อกองทุน หรือประกันแบบออมทรัพย์ หรือซื้อเครื่องประดับมีราคา ตั้งเป้าว่าจะเก็บเงินวันละเท่าไร เช่น มีแก๊งแข่งขันออมเงินในออฟฟิศโดยสร้างกิจกรรมออมเงินวันละ 50 บาทด้วยกัน
แล้วจึงกันเงินส่วนที่เหลือสำหรับใช้จ่าย กินอยู่ที่พอเพียง ทำอาหารไปรับประทานที่ทำงานในมื้อกลางวัน ประหยัด อร่อย และปลอดภัยด้วย







