
หนุนรายย่อยดิจิทัล
เรดดี้แพลนเน็ต ชี้ตลาดออนไลน์แข่งเดือด รายใหญ่เล่นสงครามราคา กระทบรายย่อยเร่งปรับตัว
เรดดี้แพลนเน็ต ชี้ตลาดออนไลน์แข่งเดือด รายใหญ่เล่นสงครามราคา กระทบรายย่อยเร่งปรับตัว
นายบุรินทร์ เกล็ดมณี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ในปี 2559 มีการแข่งขันรุนแรงมาก และคาดว่าจะเติบโตมากกว่า 10% โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดอี-คอมเมิร์ซจะเน้นการแข่งขันด้านราคาและวางจำหน่ายสินค้าในราคาเท่าต้นทุน ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบเอสเอ็มอีที่ต้องเร่งปรับแผนธุรกิจและบริการ เพื่อให้สามารถขยายแผนธุรกิจได้ต่อไป
สำหรับเอสเอ็มอีจะต้องมุ่งสร้างสินค้าให้มีความแตกต่าง และการให้บริการที่ดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด หากปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจได้ จะทำให้สามารถแข่งขันได้ดีในระยะยาว ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะมีจุดแข็งที่ปรับตัวทางธุรกิจได้รวดเร็วแตกต่างจากรายใหญ่ และด้านการให้บริการที่ใกล้ชิดกับลูกค้าอย่างมาก
ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดอี-คอมเมิร์ซ จะเป็นกลุ่มอุปกรณ์ไอที กลุ่มแฟชั่น กลุ่มเสื้อผ้า สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม และกลุ่มท่องเที่ยว รวมถึงบริการต่างๆ ส่วนการทำตลาดออนไลน์ต้องการกระตุ้นให้ธุรกิจทำตลาดในทุกช่องทางทั้งเฟซบุ๊ก กูเกิล ไปจนถึงไลน์
ขณะที่การทำตลาดบนเฟซบุ๊กยังเป็นเครื่องมือการตลาดที่ได้รับความนิยม โดยมีข้อมูลระบุว่ามีเอสเอ็มอีที่ทำตลาดผ่านเฟซบุ๊กราว 1 ล้านราย จากจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศทั้งหมด 2.7 ล้านราย และมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่วนการลงทุนทำตลาดออนไลน์สามารถลงทุนได้ตั้งแต่ระดับหมื่นบาทขึ้นไป และเมื่อผู้ประกอบการทำตลาดผ่านออนไลน์จริงจัง จะสร้างยอดขายเติบโตเกิน 100%
น.ส.รฐิยา อิสระชัยกุล ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศไทยจากเฟซบุ๊ก สิงคโปร์ กล่าวว่า เอสเอ็มอีที่สนใจทำตลาดผ่านเฟซบุ๊กมีทิศทางสูงขึ้น และเอสเอ็มอีที่ทำตลาดออนไลน์จะมีหลากหลายกลุ่ม ซึ่งการทำตลาดผ่านเฟซบุ๊กจะต้องทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างฐานลูกค้าให้ชัดเจน ปัจจุบันมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในประเทศไทยต่อเดือนกว่า 36 ล้านคน และผู้ใช้งานเฟซบุ๊กต่อวัน 25 ล้านคน







