
ปั้นดินให้เป็นงานศิลป์
จากความชอบงานปั้นและงานประดิษฐ์ ซึ่ง นงลักษณ์ เวียงสงค์ ทำเป็นงานอดิเรกตั้งแต่เด็กๆ
โดย...วราภรณ์ ภาพ... วิศิษฐ์ แถมเงิน
จากความชอบงานปั้นและงานประดิษฐ์ ซึ่ง นงลักษณ์ เวียงสงค์ ทำเป็นงานอดิเรกตั้งแต่เด็กๆ โดยเริ่มจากความต้องการทำของขวัญให้เพื่อนด้วยมือตัวเอง โตขึ้นมาจึงเลือกเรียนคณะศิลปกรรมงานปั้นสากล ที่เทคโนโลยีคลองหก ปทุมธานี เมื่อศึกษาจบก็ออกมาทำงานปั้น งานหล่อ ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะมากมาย แต่เมื่อมีปัญหาเรื่องสุขภาพเป็นภูมิแพ้และปวดหัวไมเกรนเธอจึงลาออก และหันมาจับงานอดิเรกคืองานปั้น และลองทำงานดินปั้นเป็นพวงกุญแจรูปสัตว์หน้าตาน่ารักจำหน่ายเพื่อลองตลาด ปรากฏว่าเวิร์กมากๆ เธอจึงเปิดร้านปั้นดินเล็กๆ ในตลาดนัดสวนจตุจักร จนมีลูกค้าต่างชาติมาเป็นลูกค้ามากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และมีร้านของเล่นของอังกฤษออร์เดอร์มาสั่งให้เธอปั้นจระเข้ใส่ลูกเล่นได้ตามชอบใจ และนำไปจำหน่ายไกลถึงทวีปยุโรปเลยทีเดียว
“ข้อดีของการทำงานปั้นคือ ทำให้มีสมาธิเพราะใจเราจะจดจ่ออยู่กับตัวงานและงานเส้น ความพลิ้วของเส้น ลักษณะโดดเด่นของงานปั้นดิฉันคือความทะเล้น ความน่ารัก การให้สี ดิฉันชอบงานปั้นแนวศิลปะที่มีความเรียบง่ายแต่ดูโมเดิร์น เพราะรูปปั้นจะน่ารักหรือน่าเอ็นดูหรือไม่ขึ้นอยู่กับการให้สี กำหนดรูปร่าง และรูปทรงที่คนปั้นจะใส่จินตนาการเข้าไป”
จากงานอดิเรกจะพัฒนาให้สร้างรายได้ต้องหมั่นพัฒนาฝีมือเรื่อยๆ หัดปั้นเป็นประจำทุกวัน แล้วจะสามารถพัฒนาเป็นอาชีพได้ไม่ยาก สำหรับวัตถุดิบ “ดิน” ที่เธอนำมาใช้ก็คือดินที่ถือเป็นของดีในท้องถิ่น จ.ปทุมธานี
“สินค้าที่ขายดีคือพวงกุญแจรูปสัตว์ประยุกต์จำหน่าย 4 ตัว ก็ได้ 1,000 บาท ตัวหนึ่งใช้เวลาปั้น 3 ชั่วโมง แต่งานเราต้องน่ารักและดึงดูด ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เพิ่มเสน่ห์ให้กับงาน เช่น การให้สีที่หลากหลาย ใส่ความประหลาดๆ เน้นงานอาร์ตที่หน้าตา ใส่เหล็กดัดฟันให้ดูน่ารัก ซึ่งการกำหนดรูปร่างหน้าตาดิฉันคิดเอง” การหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์รูปแบบของงานปั้น คือ ดูภาพจากอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือการ์ตูน หรือตลกเบาสมอง เพื่อหาไอเดียใหม่ๆ
สิ่งที่เธอได้จากการสร้างสรรค์งานปั้นคือ สุขภาพของเธอดีขึ้น ไม่ต้องสัมผัสกับสารเคมีที่ใช้ในงานปั้นงานหล่อ ไม่ต้องทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำอีก และเมื่อเธอได้ทำงานปั้นที่รัก เธอจึงพบกับความสุขทุกวัน เป็นงานที่ไม่ต้องรีบเร่ง สามารถสร้างสรรค์งานปั้นได้ตามใจ เมื่อทำงานด้วยความสุขเธอจึงมั่นใจที่จะทำงานฝีมือที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่จำกัด สุขภาพกายใจก็จะดี เพราะเมื่อลูกค้ามาเห็นงานปั้นที่แฝงอารมณ์ขัน สิ่งที่เธอได้นอกจากเงินทองก็คือ รอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีของลูกค้า ที่สำคัญคือเธอมีความสุขและใช้ชีวิตอย่างพอเพียงมากขึ้น
“ดิฉันเชื่อว่า หากชีวิตเราทำเท่าที่ทำได้ มีความสุขเท่าที่มี เวลาทำอะไรก็ต้องทำด้วยใจ ทำด้วยความสนุกและงานจะตอบสนองเราเอง รายได้เป็นเพียงผลพลอยได้ เพราะมันคืองานศิลปะที่เสพแล้วก็มีความสุข”







