posttoday
ขอรับกรรมฐาน...เข้าพรรษาปี’๕๓ (ตอน ๓)

ขอรับกรรมฐาน...เข้าพรรษาปี’๕๓ (ตอน ๓)

29 กรกฎาคม 2553

ปุจฉา : กราบเรียนพระคุณเจ้า

ปุจฉา : กราบเรียนพระคุณเจ้า

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

 

ในห้วงเวลาจำศีลเข้าพรรษา ๓ เดือน ญาติโยมมีความประสงค์ปฏิบัติธรรมอบรมจิต เพื่อสร้างปัญญาธรรมให้เกิดขึ้น จะได้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

จึงใคร่ขอกรรมฐาน หรือข้อธรรมะ เพื่อเป็นอนุสติในกาลเข้าพรรษา ขอพระคุณเจ้าได้พิจารณามอบกรรมฐานผ่านทาง “โพสต์ทูเดย์” เพื่อญาติโยมผู้ไม่ค่อยมีเวลาไปวัดฟังธรรม ด้วยกิจธุระทางโลกมาก จะได้ศึกษาปฏิบัติเป็นส่วนตนที่บ้านได้ ขอแบบง่ายๆ แต่ปฏิบัติได้ผลตรงตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งหวังว่าพระคุณเจ้าคงจะช่วยอนุเคราะห์สัตว์ทั้งหลายได้อย่างแน่นอน

กราบเรียนมาด้วยความเคารพ

จาก

“ผู้มีภาระทางโลก แต่ไม่ทิ้งธรรม”

วิสัชนา : เพราะจะได้ช่วยกันสืบทอดพระศาสนา...จะได้ช่วยกันอนุเคราะห์โลกหรือสังคมโดยธรรมอันบริสุทธิ์ เพื่อความเข้มแข็งของภาคสังคม สำคัญอย่างยิ่งคือ การได้รับการสั่งสอนให้ประกอบศาสนกิจให้ถูกต้องตามแบบแผน ได้รับความรู้ในศาสนธรรมที่ถูกควร มีความเป็นหนึ่งเดียวในศาสนบุคคล และช่วยกันทำนุบำรุงศาสนสถาน เพื่อให้รองรับการประพฤติธรรมของพุทธบริษัทสืบต่อไป

ต่อไปขอนำเข้าสู่ “การเจริญมรณานุสติ” ตามหลักการพิจารณาอาการแห่งความตาย (มรณาสันนวิถี) ซึ่งอาตมาได้เคยนำไปเทศนาสั่งสอนให้สาธุชนได้ปฏิบัติในหลายสถานที่ หลายกาลเวลา มีการสรุปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเป็นการเตรียมตัวเตรียมใจ ว่า “เราควรจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อต้องพบกับมรณกาลที่เข้ามาเยือน” ซึ่งจะต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องแล้วจะได้ผล มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะทำให้เราเป็นผู้ไม่ประมาท ด้วยยอมรับความจริงว่า “ไม่ว่าเราหรือเขา ที่สุดก็ต้องพบกับความตายด้วยกันทุกๆ คน” เพื่อย้อนกลับไปสร้างความคิดให้ถูกต้อง ปฏิบัติให้ถูกทำนองคลองธรรม จะได้มีคุณสมบัติความดีสืบเนื่องติดตามไปเบื้องหน้า เพื่อให้ถึงความสิ้นทุกข์ โดยขอนำหลักการเจริญมรณานุสติ มาเสนอให้พิจารณา จะได้ปฏิบัติเจริญภาวนาตามมรณาวิธี โดยมีรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้

“บัดนี้ สาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา พึงพิจารณาให้เห็นจริงว่า ความตายนั้น แท้จริง คือ รูปนามขันธ์ ๕ ที่แตกดับไปตามกาล รูปที่แตกกระจายออก เวทนาที่แตกกระจายต่อเนื่อง สัญญา สังขาร ที่แตกกระจายต่อเนื่องต่อๆ กันไป และวิญญาณ ซึ่งเป็นตัวรู้แห่งอาการยึดเหนี่ยวนั้นดับ ถ้าเราแจ่มแจ้งโดยธรรม ปัญญาเกิดขึ้นในดวงจิต

ถ้ารูปนามขันธ์ ๕ ดับ ธรรมเกิดขึ้น รู้เฉพาะตน ปัญญารู้เท่าทัน ละสังโยชน์ขาด ความเป็นอริยบุคคล เกิดกับผู้ที่มีปัญญาพร้อม และมีวาสนาถึง ด้วยอำนาจแห่งสมาธิหยั่งกระแสจิตลึกเข้าไปพิจารณาในขันธ์ทั้ง ๕ เพื่อให้คลายออกจากการยึดในขันธ์

อาการแห่งความตาย

รูปที่กระจายในลำดับต้นๆ แห่งการตาย สัญญาณภายนอกที่เราพบเห็นคือ รูปนั้นอยู่ในอาการที่เคลื่อนไหวได้ยาก ผิวพรรณเศร้าหมอง รูปไม่สามารถเคลื่อนไหวไปตามที่เราปรารถนา และตามที่เราเคยใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ รูปที่นอนอยู่ ดั่งท่อนไม้และท่อนฟืน แม้ยังไม่ขาดซึ่งสภาพแห่งความมีชีวิตและจิตวิญญาณ

ธาตุดิน เริ่มแปรปรวนไปตามสภาพแห่งธรรม เมื่อธาตุเริ่มจะแตกดับ ตาเริ่มพร่า ดวงตาเริ่มไม่กะพริบและเปิดค้าง จักขุวิญญาณและรูปธาตุที่เสื่อมเกิดขึ้นแล้ว เพียงแค่เศษเสี้ยวของเวลาแห่งความตายที่เคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว เราเริ่มมองไม่เห็นสิ่งรอบๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ลูกหลาน บริวารทั้งหลาย จิตเราสั่นหวั่นไหวกับภัยที่มาเยือน เราเริ่มกลัวภัยทั้งปวง

สัญญาณภายในเริ่มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นิมิตธรรมทั้งหลายก่อตัวเกิดขึ้นมากมาย ภาพต่างๆ ไหลมาดุจสายน้ำ สิ่งที่เราเคยกระทำไว้ ทั้งความดีความชั่วปรากฏเป็นภาพนิมิตภายในเกิดขึ้น ดุจดังที่เราเห็นด้วยตาของเราเอง

สิ่งที่เราทำชั่วทำอกุศลไว้ ย้อนขึ้นมาเป็นฉากๆ มากมายนับไม่ถ้วน สิ่งที่เรานึกว่า เราลืมไปแล้ว เราคิดไม่ถึง กลับฟื้นคืนกลับมาทวงหนี้กรรมของเรา เช่น เราเคยฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ย่ำยีจิตใจผู้อื่น ด้วยการพรากของรักของหวงของเขา พูดให้เขาเสียหาย พูดให้เขาเจ็บช้ำ และทำลายตัวเองด้วยการดื่มสุราเมรัย การกระทำที่เป็นอกุศลจิตด้วย กาย วาจา ใจ ผุดขึ้นมามากมาย ทั้งบุคคล สัตว์ที่เราเคยกระทำกับเขา บัดนี้ กลับมาเป็นนิมิตทวงหนี้แห่งกรรมของเรา อย่างยากที่เราจะช่วยตัวเองได้

เราเริ่มเรียกร้องหาผู้ช่วยเหลือ ร้องเอะอะโวยวาย เพราะเห็นกรรมตนเอง เห็นทุกฝ่ายต้องการมาทำร้ายเราทำลาย นั่นแสดงว่าอาการของความตายใกล้เข้ามาแล้ว และนั่นคือ สัญญาณภายใน

สายตาที่เริ่มมองไม่เห็น วรรณะเศร้าหมอง ปากที่แห้งกรัง น้ำลายเริ่มเกาะติดอยู่ตามเหงือก ความทรมานเกิดขึ้น ยากที่จะบอกกล่าวได้

ผู้ที่ทำบุญ ทำกุศล นิมิตฝ่ายดีก็เข้ามาเป็นลำดับ แม้ดูเหมือนจะเศร้าหมอง แต่ยังมีความอิ่มอยู่ที่ใบหน้า นิ่งสงบในนิมิต ไม่ได้รับรู้กับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบข้าง เห็นสิ่งที่ตนเองเคยสร้างบุญ สร้างกุศล ปากอาจจะพร่ำพรรณนาเพ้อออกไป เห็นญาติพี่น้องมารับ เห็นโบสถ์ เห็นวิหาร

รูปกระจายธาตุดินแปรผัน จักขุวิญญาณเสื่อม และรูปธาตุเริ่มเศร้าหมอง เวทนากระจายต่ออาการรับรู้ สุขทุกข์ เริ่มไม่รับรู้อีกแล้ว สภาพร่างกายเริ่มลำบาก สมรรถภาพต่างๆ เริ่มลดลง เลือด น้ำในตัวเริ่มแข็งตัว ต่อมต่างๆ หยุดทำงาน

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท