
ธรรมชาตินิยมแบบ กาบอร์ ซาบอร์สกี
หอศิลป์ลุดวิกมิวเซียม ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี สดุดียอดศิลปินแห่งยุคของชาติ กาบอร์ ซาบอร์สกี
โดย...อฐิณป ลภณวุษ artofmylifeasafrog.blogspot.com
หอศิลป์ลุดวิกมิวเซียม ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี สดุดียอดศิลปินแห่งยุคของชาติ กาบอร์ ซาบอร์สกี นำผลงานตั้งแต่ยุคเริ่มต้นสร้างสรรค์ศิลปะ ไล่เรียงมาถึงผลงานล่าสุด เลือกสรรโดย เพเทอร์ ฟิทซ์ นักประวัติศาสตร์ศิลป์ มาจัดแสดงให้เห็นภาพทั้งชีวิตของศิลปินผู้นี้
ผลงานของ กาบอร์ ซาบอร์สกี มีทั้งภาพวาด ภาพถ่าย ภาพกราฟฟิก ชิ้นงานเล็กๆ ศิลปะจัดวาง ประติมากรรม และอื่นๆ เขาสร้างสรรค์ผลงานอย่างสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่นิยมภาพแนวโมโนโทน (ใช้โทนสีเดียว) และออกมาในเชิงสัญลักษณ์
อย่างไรก็ตาม ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เขาหลีกเลี่ยงการทำอะไรที่สุดโต่ง แม้ว่าจะเล่าเรื่องความเป็นไปของโลกในผลงาน ทว่าไม่เน้นถ่ายทอดความรุนแรง หากเป็นการถ่ายทอดศิลปะที่บอกเล่าการเห็นโลกในมุมมองของเขาเองมากกว่า โดยไอเดียในการสร้างสรรค์งานของเขา คือต้องการใช้วัสดุอย่างหิน ดิน และทรายในท้องถิ่นบ้านเกิด มาสร้างสรรค์เป็นผลงานในแนวทางของตัวเองออกมาแบบสม่ำเสมอ
เพเทอร์ ฟิทซ์ บอกว่า แรงบันดาลใจสำคัญของ กาบอร์ ซาบอร์สกี อยู่ที่การนั่งขบคิด มุมมอง และการตีความโลกในองศาที่แตกต่าง “จะเห็นได้ว่าภาพวาดของเขามีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปคล้ายดนตรี สิ่งนี้เห็นได้จากโครงสร้างที่เปลี่ยนไปในงานแต่ละชิ้นของเขาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งในนิทรรศการที่รวบรวมผลงานทั้งหมดมานี้ จะให้คำตอบทางด้านพัฒนาการของเขาได้อย่างชัดเจน”
ผลงานหลายๆ ชิ้นของกาบอร์ อาจจะแสดงออกถึงความดิบอยู่บ้าง ส่วนหนึ่งก็ด้วยเพราะวัสดุหยาบๆ ทางธรรมชาติที่เขาใช้ โดยเห็นว่าความดิบนี่แหละคือความงามในสายตาของเขา
“ความหยาบดิบ เบรกด้วยความงามของสีโทนเดียวและพื้นที่เรียบๆ บนชิ้นงาน สิ่งที่กาบอร์คำนึงมากก็คือความสมดุลในแต่ละชิ้น” นักประวัติศาสตร์ศิลป์คนเดิมกล่าว
“ความสนใจของผมอยู่ที่การสร้างสรรค์องค์ประกอบทางศิลปะ ผมเชื่อเรื่องความเป็นไปได้ ในการนำวัสดุต่างๆ มาใช้ในเชิงสัญลักษณ์ พูดให้ชัดๆ ก็คือ วัสดุเหล่านั้นคือสิ่งสำคัญที่สุด เป็นตัวกำหนดลักษณะของภาพที่ออกมาโดยอัตโนมัติ” กาบอร์ บอกอีกว่า เขาอยากเรียกผลงานของเขาว่าเป็นธรรมชาตินิยม ซึ่งโดยตัวมันเองก็ประกาศว่าเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว
กาบอร์ ซาบอร์สกี จิตรกรรางวัลมุนคัคซี และสมาชิกสถาบันศิลปะและวรรณกรรมเชเชนยี เกิดที่กรุงบูดาเปสต์ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 1950 เขาจบสถาบันศิลปะแห่งชาติฮังการี โดยได้ปริญญาตรีและโทในสาขาวิชาศิลปะกราฟฟิกและศิลปะเชิงศาสนา ก่อนที่จะได้ทุนเดอร์โควิทส์ไปศึกษาเพิ่มเติมทางด้านกราฟฟิก และศิลปะวัสดุอย่างโมเสกและภาพคอลลาจเชิงลึกอีกด้วย
เขาเริ่มสร้างสรรค์ผลงานศิลปะตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 โดยเริ่มต้นจากผลงานภาพกราฟฟิก ตามมาด้วยการวาดภาพผืนดิน ก่อนที่จะนำเอาวัสดุจริงๆ เข้ามาใส่ในภาพด้วยในเวลาต่อมา
ผลงานภาพแบนๆ เรียบๆ แบบเดิมๆ ไม่อาจเติมเต็มความต้องการของเขาได้ นับตั้งแต่ปี 1985 กาบอร์เริ่มผลิตผลงานภาพวาดแนว 3 มิติ อย่าง New Sensibility III นับเป็นภาพแรกๆ ที่มีรูปลักษณ์ของสัตว์เป็นภาพนูนสูงปรากฏบนชิ้นงาน ก่อนที่กรวด หิน ดิน ทราย โคลน จะกลายมาเป็นสีสันและวัสดุหลักบนชิ้นงานของเขานับแต่นั้นมา
หลังจากอาศัยวัสดุจากผืนดินบ้านเกิด เขาก็เริ่มออกแสวงหากรวด หิน ดิน ทราย โคลน จากที่อื่นๆ อย่างถ้ำลาสโซซ์ ถ้ำเก่าแก่ในประเทศกรีซ ที่เขาเห็นว่าแสดงความแข็งแกร่งของอดีต ก็กลายมาเป็นหนึ่งในชิ้นงานของเขาด้วย
นอกจากวัสดุจากผืนดินแล้ว สีเงินและสีทองก็คือสีสันจากธรรมชาติในสายตาของกาบอร์ ที่เขานำมาใช้เพื่อให้งานศิลปะมีองค์ประกอบที่โดดเด่นขึ้น วัสดุจากธรรมชาติยังรวมไปถึงกระดาษที่เข้าใช้ เป็นกระดาษหยาบๆ ที่ทำเองจากเส้นใยธรรมชาติเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในผลงานชุด Material Reality ที่จัดแสดงในทศวรรษที่ 2000 อย่าง Golden Age (1991), Spirit and Nature (1994), Glass & Paper (1994) Christmas Doors (1995) ต่อเนื่องมาถึงศตวรรษที่ 21 อย่าง Introduction to Alchemy (2003), The Akvarellfesto’s Dream (2004) เป็นอาทิ
ธรรมชาตินิยมแบบการ์บอร์ ได้การยอมรับทั้งในบ้านเกิดที่ฮังการี และแวดวงศิลปะทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นหอศิลป์คุนสท์เกเวิร์บ ชูเล ในเมืองบาเซล สวิตเซอร์แลนด์ ศาลาว่าการเมืองมิวนิก เยอรมนี หอศิลป์ในมหาวิทยาลัยฟิลาเดลเฟีย สหรัฐ รวมทั้งงานแสดงกระดาษนานาชาติในเกียวโต ก็ล้วนเชื้อเชิญ กาบอร์ ซาบอร์สกี เป็นแขกคนพิเศษมาแล้ว







