posttoday
พลังเยาวชนในการขับเคลื่อนสังคม ผ่านผลงานวรรณกรรม

พลังเยาวชนในการขับเคลื่อนสังคม ผ่านผลงานวรรณกรรม

25 มกราคม 2559

โดย...[email protected]

กรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการดำเนินงานรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ด้วยความร่วมมือจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการวรรณกรรมของภูมิภาคอาเซียน จัดพิธีมอบรางวัล “วรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียนสำหรับนักเขียนรุ่นใหม่” หรือ ASEAN Young Writers Award เป็นครั้งปฐมฤกษ์เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ 18 เยาวชนนักเขียนรุ่นใหม่จากทั้ง 10 ประเทศอาเซียนที่ได้สร้างผลงานอันเป็นเลิศทั้งในประเภท “เรื่องสั้นภาษาประจำชาติ” และ “เรื่องสั้นภาษาอังกฤษ” จนได้รับคัดเลือกจากจำนวนผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมดรวม 1,459 ผลงาน

โครงการวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียนสำหรับนักเขียนรุ่นใหม่ หรือ ASEAN Young Writers Award จัดให้มีขึ้นในปี 2557 ที่ผ่านมาเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมค่านิยมการรักการอ่านของเยาวชนและคนไทยแล้ว และเป็นอนุสรณ์อันเป็นรูปธรรมของโอกาสที่กรุงเทพมหานครได้รับเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกเมืองหนังสือโลกและองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองหนังสือโลกลำดับที่ 13 และโอกาสฉลองครบรอบ 35 ปี รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือรางวัลซีไรต์ ในปีก่อนหน้านั้น โดยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากบุคคลสำคัญในวงการว่าเป็นเวทีวรรณกรรมระดับภูมิภาคที่เปิดโอกาสให้เยาวชนนักเขียนรุ่นใหม่ในอาเซียนได้แสดงศักยภาพ สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนนักเขียนและนักอ่านทั่วอาเซียน

ศ.เกียรติคุณ ดร.เอ็ดวิน นาตาซัน ธัมบู นักเขียนรางวัลซีไรต์ ปี 2522 ซึ่งเป็นรุ่นแรก และประธานคณะกรรมการตัดสิน “รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียนสำหรับนักเขียนรุ่นใหม่” จากประเทศสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า “รางวัล ASEAN Young Writers Award นับเป็นความคิดริเริ่มที่ยิ่งใหญ่และให้คุณประโยชน์หลายประการ ทั้งด้านการส่งเสริมการผลิตผลงานวรรณกรรมในระดับอาเซียน และการเปิดโอกาสให้นักเขียนรุ่นเยาว์จากประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์”

การประกวดระดับภูมิภาคนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมสัมพันธภาพ ตลอดจนสร้างเสริมเครือข่ายนักเขียนและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันในห้วงเวลาของการเปิดประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ จึงเปิดให้มีการส่งผลงานเป็นสองประเภท คือ ภาษาประจำชาติ และภาษาอังกฤษ ซึ่งใช้เป็นภาษากลางของกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในประเภทภาษาประจำชาติ ทั้ง 10 ผลงานในการประกวดครั้งแรกนี้ ได้แก่

Berubahnya Aku โดย Abdul Hadi Bin Mohamed จากประเทศบรูไน, The Kingdom of Cricket โดย Ma Chanpanha จากประเทศกัมพูชา, Jangan Tanya tentang Mereka yang Memotong Lidahku โดย Faisal Oddang จากประเทศอินโดนีเซีย, Make a Date with a New Lover โดย Phonephiloun Kham-inxou จากประเทศลาว, Di Hamparan Perada โดย Mohamad Shamsul Amin bin Md Yusof จากประเทศมาเลเซีย, Daily Ignorance โดย Saw Yu Nwe จากประเทศเมียนมา, Bisita โดย Lenin Carlos Macaraig Mirasol จากประเทศฟิลิปปินส์, Risalah Ikan Paus โดย Muhammad Khairool Haque bin Abdul Kadir จากประเทศสิงคโปร์, ประกายดอกไม้ไฟ โดย วรพล ถาวรวรานนท์ จากประเทศไทย และ Cu Lao Cham Xanh โดย Ha Trang Van จากประเทศเวียดนาม

สำหรับผลงานเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในประเภทภาษาอังกฤษ มี 8 ผลงาน (เนื่องจากไม่มีผู้ได้รับรางวัลจากประเทศอินโดนีเซียและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) ประกอบด้วย Through Thick and Thin โดย Nicole Chong Ming Jia จากประเทศบรูไน, I Repeat A Level โดย Oudom Heng จากประเทศกัมพูชา, The Boy Who Reached For the Sun โดย Zafirah Amalina binti Zulkipli จากประเทศมาเลเซีย, Welcome to Joe’s โดย Tint Tint Sandi จากประเทศเมียนมา, Hatchlings and Lourd โดย Kyra Camille Castro Ballesteros จากประเทศฟิลิปปินส์, Idling โดย Samuel Ng Aik Siong จากประเทศสิงคโปร์, Daliyah Everlasting โดยเชิญ ตะวัน สุวรรณพานิช จากประเทศไทย และ The Strangers โดย Nguyen Thi Ngoc Mai จากประเทศเวียดนาม

ผลงานเรื่องสั้นทั้ง 18 เรื่องเป็นผลงานที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเป็นเลิศทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ ถึงพร้อมด้วยกลวิธีทางวรรณศิลป์ และมีเนื้อหาสาระจรรโลงสังคม สามารถฝ่าด่านผ่านการพิจารณาคัดเลือกและตัดสินอย่างเข้มข้นของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากประเทศไทยและจากนานาประเทศในอาเซียน

นอกจากโล่รางวัลเกียรติยศแล้ว ผู้ชนะการประกวด ASEAN Young Writers Award ยังได้รับเงินรางวัล รางวัลละ 1,000 เหรียญสหรัฐ และได้รับเชิญเข้าร่วมกิจกรรมสัมพันธ์กับตัวแทนเยาวชนจากชาติอาเซียน รวมถึงได้รับการตีพิมพ์ผลงานเผยแพร่ในภูมิภาคต่อไป ส่วนผู้ชนะเลิศชาวไทยจะได้รับเชิญให้เดินทางไปทัศนศึกษา ณ สำนักงานเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยเยาวชนไทยผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการประกวดจำนวน 30 คน ยังมีโอกาสได้เข้าค่ายฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการเขียนกับศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ และนักเขียนและกวีซีไรต์อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน