posttoday
จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ : อย่าให้ "ยางตก เลือดออก"

จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ : อย่าให้ "ยางตก เลือดออก"

10 มกราคม 2559

เฟซบุ๊ก สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล

เฟซบุ๊ก สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล

จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์

ปัญหาราคายางพาราตกต่ำขณะนี้

อย่าให้ "ยางตก เลือดออก" เหมือนที่ผ่านมานะครับ

และหากคิดว่า นักการเมืองอาชีพ อดีต ส.ส.ช่วยคิดแก้ปัญหาราคายางพาราได้ บอกมาครับ ยินดีครับรัฐบาลต้องแก้ปัญหาราคายางตกต่ำแบบจริงใจ อย่าใช้อำนาจแบบผู้มีอำนาจข่มขู่ชาวสวนยาง เพราะเขาเดือดร้อนจริงๆ ให้เขาหดมือหดเท้าทนลำบากอยู่ได้อย่างไร เมื่อท้องหิว หากรัฐบาลสร้างสุขด้วยกินอิ่ม มีเงินให้ลูกกิน ลูกเรียน ให้เขาอยู่ได้ ก็คงไม่ออกมาเรียกร้องเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางหรอกครับ

ผมเกิดเป็นคนไทย บ้านเกิดเป็นแหล่งกำเนิดยางพารา มีความผูกพันกับต้นยาง น้ำยาง มาตั้งแต่เกิด พวกผมมีกิน มีเรียน ก็ด้วยยางพารา ประเทศไทยผ่านช่วงที่ราคายางต่ำมากจนไม่คุ้มค่าปุ๋ย ค่าถางสวน จนค่ากรีด ไม่พอกิน

บางช่วงราคาดี มีเงินให้ลูกเรียนสูงขึ้น มีชุดเรียนใหม่ๆ ซื้อมอเตอร์ไซค์ รถกระบะในครอบครัว นายกรัฐมนตรีท่านใด ทำให้ราคายางดี ก็ได้รับการชื่นชม ยามลงไปเยี่ยมประชาชน ชาวสวนยางยังเอาทองมาติดตามตัวด้วยความศรัทธา

วันนี้ราคายางพาราตกต่ำอย่างมากในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ยาง 5 กิโลซื้อหมูไม่ได้สักกิโล

เป็นภาวะที่ชาวสวนอยู่ไม่ได้จริงๆ หนี้สินที่ต้องหยิบยืมมา ไม่มีปัญญาใช้ บางรายต้องฆ่าตัวตาย

แม้รัฐบาลจะบอกว่า อย่ามาชุมนุม ผิดกฎหมาย มาก็ไม่ได้อะไร ผมเชื่อว่า ยามนี้ชาวสวนคงไม่ฟัง เขาเดือดร้อนครับ

ผมจึงเรียกร้องให้รัฐบาล

1.)รีบลงไปรับฟังปัญหา

2.)หาวิธีแก้ไขอย่างจริงจัง

3.)ปรึกษาผู้มีความรู้ ประสบการณ์ในการแก้ปัญหาราคายาง ทั้งแบบระยะสั้น ระยะยาว

ดีกว่ามาข่มขู่(ติดคุก)หรือแนะนำแบบประชดแดกดัน (ไปขายที่ดาวอังคาร) เหมือนที่ผ่านมา

หากคิดว่าเรื่องนี้พวกผมช่วยได้ ก็ยินดีช่วยนะครับ โปรดคิดว่านักการเมืองอาชีพแบบพวกผม ที่อยู่กับชาวบ้านเข้าใจปัญหาในระดับพื้นฐาน

ท่านบอกพวกผมมาครับ เรายินดีช่วยอย่างเต็มที่

ยามพวกผมเป็นผู้แทนราษฎร ยามเกิดปัญหา เราก็ตั้งกระทู้ถามรัฐบาล หรือเราตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหา เสนอแนะรัฐบาลควรแก้ไขอย่างไร และ หากรัฐบาลนำไปแก้ไข ปัญหาก็จะได้รับการแก้ไข สมัยนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยแก้ปัญหาจาก 40 บาทเป็น 180 บาท เพราะนโยบายจากที่ปรึกษาและข้อเสนอแนะจากสภาผู้แทนราษฎรครับ

ในรัฐบาลนี้ พวกเรา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เคยเสนอท่าน เสนอแนวทางทั้งระยะสั้น และระยะยาว แต่ทางรัฐบาลทำได้มากน้อยแค่ไหน
หากท่านทำจริง ราคาคงไม่ลงอย่างมโหฬารอย่างนี้ครับ

ปัญหายางพารา มีเพียง 3 เรื่องเท่านั้นครับ

1)การผลิต

2)การขาย

3)การใช้ภายในประเทศ

1.)เรื่องการผลิต

วันนี้ประเทศไทยมีสวนยาง 22 กว่าล้านไร่ (ข้อมูลศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักเศรษฐกิจการเกษตร วันที่23มิถุนายน2557 ประเทศไทยปลูกยางทั่วประเทศ22,176,714ไร่)

และอัตราการเพิ่มของโลกก็มากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งไทย พม่า ลาว กัมพูชา และการลงทุนปลูกในประเทศและลงทุนปลูกในอาเซียนของจีนเอง

การเพิ่มพื้นที่สวนยางมากขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น นโยบายของรัฐบาล ตัวอย่างนโยบาย "ปลูกยาง 1 ล้านไร่" รวมถึงจากราคายางที่สูงขึ้นทำให้มีการปลูกยางมากขึ้นอย่างมากและล่าสุดคือจากนโยบายการให้เงินสงเคราะห์การโค่นยาง และปลูกปาล์มน้ำมันจาก 26,000 บาทต่อไร่เหลือ 16,000 บาทต่อไร่เมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรที่จะเปลี่ยนเป็นปาล์มน้ำมันจึงไม่ยอมเปลี่ยน จึงปลูกยางพาราเช่นเดิม
นี่คือ..เรื่องแรก..ที่รัฐบาลจะต้องรับฟัง คือการกำหนดนโยบายที่ต้องรอบคอบ มองถึงอนาคต วิเคราะห์ตลาดความต้องการใช้ยางพารา

2.)เรื่องการขาย

เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเก่งเรื่องนี้ครับ

ความร่วมมือในประเทศผู้ผลิต (ในสมัยนายกชวน หลีกภัย และนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชัดเจนมากในเรื่องนี้ ตั้งรัฐมนตรีไปประชุมกำหนดพื้นที่ปลูก การเก็บสต๊อก)

การเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในโลกก็ควรเป็นผู้กำหนดราคา ซึ่งต้องหากลวิธีในการเป็นผู้กำหนดราคา

การหาตลาดผู้ซื้อยาง ไม่เพียงลูกค้าเก่า จีน ญี่ปุ่น อินเดีย อเมริกา ต้องเพิ่มตลาดผู้ซื้อ ทูตพาณิชย์ แต่ละประเทศจะต้องนำเรื่องยางพาราเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องทำ

และการทำสัญญาซื้อขายต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติมากที่สุด และมีทีมวิเคราะห์ทั้งเศรษฐกิจโลก และสอดคล่องกับนโยบายการผลิตยางพารา

นี่คือเรื่องเร่งด่วนที่ท่านต้องทำ

3.)เรื่องการใช้ภายในประเทศ

เป็นปัญหาที่มีการพูดถึงเรื่องนี้มากที่สุด ตั้งแต่การนำยางพาราไปผสมการทำถนนลาดยาง แต่ทางรัฐบาลก็บอกว่ามันติดขัดที่ระเบียบสำนักนายกฯ พวกผมเรียนท่านนะครับ ท่านใช้อำนาจที่ท่านมี ม.44 หรือ ม.เท่าไหร่ก็ตามกำนดไปเลยครับ ให้ผสมยางพาราในการทำถนนตามเปอร์เซนต์ที่ได้ศึกษาวิจัยไว้แล้ว

รัฐบาลยังสั่งกรมทางหลวงกรมทางหลวงชนบทไม่ได้แล้วใครจะสั่งได้

วันนี้ อบจ.หลายแห่ง ที่ จ.ตรัง สงขลา ฯลฯ เขาเริ่มทำแล้วครับ

การสร้างสนามกีฬา สนามฟุตซอล สนามกีฬาในร่ม ห้องเล่นของเด็กเล็ก ให้ผลิตจากยางพาราเพื่อความปลอดภัย ราคาอาจจะแพงกว่ายางสังเคราะห์ ก็ขอให้รัฐบาลสนับสนุนโรงงานในประเทศไทยที่ผลิต พื้นยางสนามกีฬาอยู่หลายแห่งครับ ดีกว่านำเข้าจากต่างประเทศแม้ราคาถูกกว่า แต่ก็จะเป็นการกระตุ้นการใช้ยางพาราในประเทศ

ซึ่งตามกฎหมายการยางแห่งประเทศไทย ก็มีหน้าที่ภารกิจในการสนับสนุนอุตสาหกรรมการใช้ยางพารา

และสนับสนุนการวิจัยเรื่องการผลิต เทคโนโลยี่การยาง เพื่อนำยางพารามาเพิ่มมูลค่าให้มากที่สุดครับ

ก็คงมีรายละเอียดอีกมากครับที่จะเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ

หากรัฐบาลคิดว่า พวกผมจะมีส่วนช่วยในการทำงาน ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน พวกผมยินดีครับ ขอเพียงให้ประชาชนมีความสุข มีอาหารกินท้องอิ่ม ลูกอิ่ม มีเงินไปโรงเรียนสร้างอนาคตเขาได้ พวกผมยินดีครับ บอกมาครับ อย่าปล่อยให้บานปลาย

และสำคัญมากครับ อย่าให้"ยางตก เลือดออก" เหมือนที่ผ่านมานะครับ

ที่มา https://www.facebook.com/somboontrang/posts/1144278138916688

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน