
ค้อมคารวะหัวใจผู้โอบอุ้ม เด็ก ม.4 ยืนหยัดอยู่เพื่อบ้านเกิด
ปรากฏการณ์บริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ทองคำ จ.เลย เดินหน้าเอาผิด เด็ก ม.4 ด้วยการฟ้องหมิ่นประมาท ถึง 2 ครั้ง 2 จังหวัด
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
“There’s really no such thing as the ‘voiceless’. There are only the deliberately silenced, or the preferably unheard.” - Arundhati Roy
-----------
ปรากฏการณ์บริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ทองคำ จ.เลย เดินหน้าเอาผิด เด็ก ม.4 ด้วยการฟ้องหมิ่นประมาท ถึง 2 ครั้ง 2 จังหวัด กระแทกสามัญสำนึกของใครหลายคนเข้าอย่างจัง
คำถามเชิงจริยธรรมถูกตั้งขึ้นท่ามกลางความขุ่นมัว อารมณ์ร่วมของสังคมเป็นไปในทิศทางเดียว
ภายหลังเยาวชนจาก อ.วังสะพุง รายนี้ นำเสนอข้อมูลผลกระทบที่ชุมชนได้รับจากกิจการเหมืองแร่ ผ่านทางรายการนักข่าวพลเมือง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้ไม่นาน ก็มีหมายเรียกร่อนมาถึงมือของเธอ
ฉบับแรกมาจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.เลย อีกหนึ่งฉบับมาจาก สน.มีนบุรี
“เราก็พูดในสิ่งที่เราเห็น เราก็พูดความจริงให้เขาได้รู้ว่าเราเป็นยังไง” เธอกล่าวพาซื่อ ฉายแววความเด็ดเดี่ยวในบทสนทนา
“วันนี้หนูไม่กลัวแล้ว” เธอกล่าวชัดถ้อยชัดคำ
หัวใจที่เข้มแข็งของสาวน้อยวัย 15 ปี กับการลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากรของชุมชนอย่างเข้มข้น สมควรได้รับการค้อมคารวะ เท่าๆ กับหัวใจของผู้ที่เข้ามาโอบอุ้ม
เป็นความงดงามที่กำลังงอกเงย และจะสะพรั่งเบ่งบานในบั้นปลาย
ทันทีที่ข่าวการฟ้องร้องเด็กสาวถูกเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ กำลังใจทั่วทุกสารทิศถูกส่งตรงสู่เธออย่างเต็มรัก
ด้วยความชื่นชม สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ประธานมูลนิธิโลกสีเขียว ประกาศสนับสนุนให้ทุนการศึกษาไปจนกว่าจะจบระดับชั้นอุดมศึกษา
สังคมออนไลน์เปิดแคมเปญรณรงค์ผ่าน Change.org เรียกร้องให้บริษัทยักษ์ใหญ่ถอนฟ้อง ซึ่งล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วร่วมๆ 1.5 หมื่นราย
สอดคล้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้บริษัทเจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ ทบทวนการฟ้องร้องเยาวชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด
“กสม.รู้สึกกังวลอย่างยิ่งต่อการดำเนินคดีอาญาแก่เด็ก ที่มีสาเหตุมาจากการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพราะการที่เด็กมีความห่วงใยผลกระทบสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรในชุมชนถือเป็นสิ่งดี และควรสนับสนุน...”
“...เราเห็นว่าการดำเนินคดีอาญาแก่เด็กจะไม่เกิดประโยชน์ใดแก่สังคมและทุกภาคส่วน แต่กลับจะส่งผลกระทบต่อการแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย และเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจของเด็ก” ตอนหนึ่งของแถลงการณ์ ระบุ
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย แสดงความห่วงใยและได้ตรวจสอบคำให้สัมภาษณ์ ซึ่งเห็นว่าเป็นการแสดงความเห็นอย่างบริสุทธิ์ใจ และเพื่อเป็นการปกป้องชุมชน เป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะที่จะปกป้องคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
“ถ้าหากบริษัทเห็นว่าความเห็นของเยาวชนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็ควรชี้แจงหรือให้ข้อมูลแก่สาธารณะเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องแทนที่จะเลือกใช้วิธีการฟ้องร้องทางกฎหมาย” เทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ระบุ
แม้จะยังไม่มีหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ใดยืนยันว่าเหมืองแร่ทองคำคือต้นตอที่ทำให้ชาวบ้าน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ต้องเผชิญกับทัณฑ์ทรมานแสนสาหัส หากแต่ข้อมูลจาก ชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม พอจะฉายภาพบางสิ่งบางอย่างได้
“ปี 2557 มีเหมืองที่ถูกสั่งปิดเพื่อแก้ไขมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 50-60 แห่ง แต่ในปี 2558 กลับเพิ่มมาขึ้นถึง 200 แห่ง จากทั้งหมด 600 แห่ง” เขาให้ข้อเท็จจริง
“การฟ้องร้องในครั้งนี้เพียงเพื่อจะบอกให้สังคมรับรู้ว่า ความจริงเหมือง หรือบริษัท ทุ่งคำ ไม่ได้ปล่อยสารพิษลงไปในลำน้ำฮวย” วิชัย เชิดชีวศาสตร์ กรรมการบริหารบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ ระบุ
นั่นคือปากคำเดียวที่เขาให้สัมภาษณ์ไว้กับสำนักข่าวอิศรา
ความขัดแย้งระหว่างชาวบ้าน อ.วังสะพุง จ.เลย กับเหมืองแร่ทองคำ กินเวลายาวนานกว่า 8 ปี มีการฟ้องร้องเกิดขึ้นหลายคดี โดยเฉพาะปี 2558 เพียงปีเดียว บริษัทได้ฟ้องร้องชาวบ้านถึง 6 คดี เรียกค่าเสียหายหลายสิบล้านบาท







