
ดนตรี ศิลปะ ธรรมชาติ วันเดอร์ฟรุต 2015
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ : Wonderfruit
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ : Wonderfruit
เมื่อพูดถึง “เทศกาล” ซึ่งจัดกันตามหัวเมืองต่างๆ ผู้คนก็มักจะนึกถึงเทศกาลดนตรีเป็นส่วนใหญ่ แต่ “วันเดอร์ฟรุต” นั้นแตกต่างออกไป เพราะไม่ได้มีแค่ดนตรี แต่ยังมีศิลปะ วัฒนธรรมกิน-ดื่ม กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นส่วนหนึ่งของงานด้วย
จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้วสำหรับวันเดอร์ฟรุต (Wonderfruit) ปีนี้งานจัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 17– วันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค. ณ พื้นที่กว้างขวางใหญ่โตภายในสยามคันทรีคลับ พัทยา โดยมี พีท-ประณิธาน พรประภา และ เจ-มณฑล จิรา แห่งสแครทช์ เฟิร์สต์ เป็นโต้โผ ตามสโลแกนว่า “Live. Love. Wonder.”
วันเดอร์ฟรุตปีนี้เต็มไปด้วยบุคคลมีชื่อเสียงในวงสังคมต่างๆ รวมทั้งชาวต่างชาติและหนุ่มสาวที่ต้องการสีสันใหม่ๆ ให้ชีวิต แต่ละคนแต่งเนื้อแต่งตัวกันจัดเต็มจนลืมอากาศร้อน (ตอนกลางวัน) อากาศหนาว (ยามค่ำคืน) ไปจนถึงฝุ่น หมอก สายลม แสงแดด ฯลฯ ทั้งหมดล้วนไม่เป็นอุปสรรค บางคนเหมือนหลุดจากรันเวย์โอกูตูร์ บ้างเป็นร็อกเกอร์ คาวบอย อินเดียแดง โบฮีเมียน ฮิปสเตอร์ ฯลฯ ก็มีให้เห็น
เข้างานแล้วทุกคนจะได้สายรัดข้อมือให้ไปเติมเงิน จะได้ไม่ต้องวุ่นวายถือเงินสด ในนั้นมีทั้งซาลอนสำหรับคนที่ต้องการแต่งผมแต่งหน้าสวยๆ ใครพร็อพไม่พอก็มีร้านให้เลือกซื้อหา อาหารเครื่องดื่มมีให้เลือกมากมาย เชฟดัง อาทิ เชฟกากั้นจากร้านอาหารอันดับต้นๆ ของเอเชีย ก็มาโชว์ฝีมือในงานนี้ด้วย วันเดอร์ฟรุตมีกิจกรรมให้เข้าร่วมทั้งวันทั้งคืน มีกิจกรรมที่เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ในช่วงกลางวันมีการสอนโยคะ ทำสมาธิ สาธิตทำอาหาร เวิร์กช็อปงานฝีมือ การเกษตร การพูดคุยในประเด็นน่าสนใจ รวมทั้งกิจกรรมแอดเวนเจอร์ เช่น อนัน อันวา อดีตนักร้องขวัญใจวัยรุ่นมาสอนเด็กๆ เล่น “ฟรีรันนิ่ง” เป็นต้น
แดดร่มลมตกก็เป็นเวลาของดนตรีและการแสดงแสงสี หนึ่งจุดที่ฮอตสุดๆ คือ รถหมอลำของ จิม ทอมป์สัน ซึ่งใครไปก็ต้องแวะถ่ายภาพ ดึกๆ ยิ่งคึกเมื่อมีหมอลำมาโชว์ลีลา ทำเอาอดใจไม่ไหวต้องออกมา “เซิ้ง” “ม่วนซื่น” ไปตามๆ กัน เวทีอื่นๆ มีทั้งดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ร็อก ฯลฯ ทั้งจากศิลปินไทย เช่น โพลีแคท, วิน สควีซ แอนิมอล, พงษ์สิทธิ์คำภีร์ ฯลฯ และศิลปินเทศ เช่น โปรดิวเซอร์ดัง ฮาววี บี, ซับโมชั่น ออร์เคสตราจากอังกฤษ, วงอัลเทอร์เนทีฟร็อกบลอนด์ เรดเฮด, ดีเจจอน ฮ็อปกินส์ กับ คริส เลอไวน์ ที่นำดนตรีกับแสงสีมาผสมผสาน อย่างน่าตื่นตา รวมทั้งการแสดง “อะวองการ์ด เซอร์คัส” ผสมดนตรีของคณะลูเซนต์ ดอซิเยร์ จากสหรัฐ ที่ทำให้หวาดเสียว แต่ก็พลาดชมไม่ได้ด้วยการแสดงผาดโผนห้อยโหนบนที่สูง จบการแสดงบนเวทีหลักแล้ว ก็มีมุมเล็กมุมน้อยต่างอารมณ์ให้ชาวเฟสติวัลไปรวมตัวกัน
คนมาร่วมงานนี้ ต้องมีพละกำลังพอสมควร เพราะว่าสถานที่กว้างขวางมากจริงๆ ถ้าจะย้ายจากเวทีหนึ่งไปดูดนตรีอีกเวทีก็ต้องเดิน จะไปหาอะไรกินหรืออยากปลดทุกข์ก็ต้องเดิน เรียกว่าต้อง “Strong” กันมากพอดู แต่ใครที่รู้สึกเหนื่อยล้าหรืออยู่ในอารมณ์ขี้เกียจก็มีพื้นที่ให้นั่งๆ นอนๆ ชิลๆ กันได้
ในงานมีที่พักสำหรับคนที่ต้องการ “อิน” และใช้ชีวิตกับเฟสติวัลให้ “ฟิน” แบบ “ดีพๆ” หลายคนพักที่ใจกลางเมืองพัทยาซึ่งก็ไม่ไกลเกินกว่าจะขับรถไปกลับ แต่ถ้า “ดริงก์” ก็ ไม่ “ไดรฟ์” นะจ้ะ งานเขามีแท็กซี่ให้เรียกแบบจองล่วงหน้า
วันเดอร์ฟรุตนับเป็นงานที่ฮิปปี้และแฮปปี้มาก สร้างความประทับใจด้วยความสุข มิตรภาพ และการเปิดมุมมองใหม่ๆ เป็นอีกหนึ่งมิติของ “เฟสติวัล” ในบ้านเราซึ่งน่าจะทำให้คนไทยรวมทั้งนักท่องเที่ยวจากทั่วเอเชียหรือแม้แต่ทั่วโลกรู้จักและมาร่วมงานมากขึ้นในปีต่อๆ ไป







