
เขียนความสุขกับปากกาด้ามโปรด
“ครั้งแรกที่ผมได้เห็นคนใช้ปากกาแล้วรู้สึกว่าดูเท่ก็คือ ตอนที่ไปร่วมงานนาฬิกาแล้วมีคนหยิบปากกาหมึกซึมออกมาเซ็นชื่อ เป็นอะไรที่ดูดีมากๆ แต่ตอนนั้นผมก็คิดว่าใช้จริงคงลำบากน่าดูคงไม่เหมาะสำหรับใช้งานจริง จนเพื่อนที่ทำหนังสือนาฬิกาแนะนำให้ลองซื้อใช้ดูสักด้าม เพราะปากการะดับนี้แต่ละด้ามจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน ผมจึงไปลองหาซื้อปากกาหมึกซึมด้ามแรกมาใช้ เมื่อใช้เป็นแล้วก็หลงเสน่ห์ของการเขียนด้วยปากกาหมึกซึม” ดร.อัฐวุฒิ ปภังกร กรรมการบริหาร บริษัท ยูเมย่า (ประเทศไทย) เล่าถึงการสะสมปากกาหมึกซึมด้ามแรก ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมปากกาเป็นคอลเลกชั่น กว่า 80 ด้ามของเขาในเวลาต่อมา
“ครั้งแรกที่ผมได้เห็นคนใช้ปากกาแล้วรู้สึกว่าดูเท่ก็คือ ตอนที่ไปร่วมงานนาฬิกาแล้วมีคนหยิบปากกาหมึกซึมออกมาเซ็นชื่อ เป็นอะไรที่ดูดีมากๆ แต่ตอนนั้นผมก็คิดว่าใช้จริงคงลำบากน่าดูคงไม่เหมาะสำหรับใช้งานจริง จนเพื่อนที่ทำหนังสือนาฬิกาแนะนำให้ลองซื้อใช้ดูสักด้าม เพราะปากการะดับนี้แต่ละด้ามจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน ผมจึงไปลองหาซื้อปากกาหมึกซึมด้ามแรกมาใช้ เมื่อใช้เป็นแล้วก็หลงเสน่ห์ของการเขียนด้วยปากกาหมึกซึม” ดร.อัฐวุฒิ ปภังกร กรรมการบริหาร บริษัท ยูเมย่า (ประเทศไทย) เล่าถึงการสะสมปากกาหมึกซึมด้ามแรก ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมปากกาเป็นคอลเลกชั่น กว่า 80 ด้ามของเขาในเวลาต่อมา
อัฐวุฒิ พูดถึงการสะสมปากกาของเขาว่า “ปากกาแต่ละด้ามจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน ครั้งแรกที่ผมซื้อปากกาผมซื้อ มองบลัง ไรเตอร์ อิดิชั่นมาร์ก ทเวน เวลาทุกคนเลือกซื้อปากกาดีๆ สักด้ามมาใช้ก็มักจะเลือกมองบลังเป็นแบรนด์แรกๆ หากเทียบกับนาฬิกา มองบลังก็คือโรเล็กซ์ ในเวอร์ชั่นปากกา แต่ไม่ได้หมายความว่า มองบลัง เป็นแบรนด์ปากกาที่ดีที่สุดในโลก แต่เป็นปากกาที่มีชื่อเสียง เห็นแล้วทุกคนรู้จักให้การยอมรับ ด้ามแรกที่ผมซื้อเป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับนักเขียน
“ปากกาที่สะสมอยู่ในสต๊อกของผมจะมีอยู่ประมาณ 80 กว่าด้าม ส่วนใหญ่จะเป็นมองบลังเพราะเหมือนโดนบังคับ เขาจะมี 2 ซีรี่ส์ที่คนเล่นกัน คือ 4810 ซึ่งจะนำเอาคาแรกเตอร์ของบุคคลสำคัญในโลกมาทำเป็นรุ่นปากกา อีกซีรี่ส์หนึ่งก็คือ ไรเตอร์ อิดิชั่น ที่เอาชื่อนักเขียนทั่วโลกมาทำเป็นรุ่นปากกาออกขายทุกปี แล้วก็ทำให้เราต้องซื้อเก็บให้ครบอีกเช่นกัน ปีล่าสุดผมยังจำชื่อไม่ได้เลยว่าเอานักเขียนคนไหนมาเป็นชื่อรุ่นแต่ก็ซื้อมาแล้ว (เล่าพลางหัวเราะชอบใจ)
“หลังจากเริ่มสะสมปากกา และหาซื้อสมุด ก็นำไปสู่การเล่นผสมหมึกเป็น 3 สิ่งคู่กัน เพราะความสนุกของการสะสมปากกาส่วนหนึ่งก็คือการได้ผสมหมึกให้ออกมาเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่น หมึกสีน้ำเงินของ มองบลัง กับหมึกสีน้ำเงินของ ไพลอต จะเป็นสีน้ำเงินคนละแบบแต่เราจะผสมอย่างไรให้ได้หมึกสีน้ำเงินครามใสเฉพาะตัว แต่ส่วนตัวผมชอบผสมหมึกออกมาให้เป็นสีเทาออกไปทางสีน้ำตาล เป็นสีที่หาไม่ได้ในท้องตลาดและเป็นสีที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา”
นอกจากนี้ ผู้บริหารหนุ่มอารมณ์ดีแนะนำการเลือกปากกาจากประสบการณ์ของเขาว่า “ปากกาที่ควรเลือกเราควรจะลองเขียนด้วยตัวเองก่อนอย่าไปซื้อทางอินเทอร์เน็ต เดินเข้าร้านปากกาในศูนย์การค้าแล้วลองเขียนด้วยมือเราเอง เราจะได้ปากกาที่เหมาะกับลายมือเราแล้วเขียนออกมามีความสุขที่สุด สำหรับปากกาหมึกซึมส่วนมากด้ามที่เกิน 5 หมื่นบาท จะเขียนไม่ดีเพราะมีตัวด้ามที่ใหญ่ เหมาะสำหรับใช้เซ็นชื่อ แต่ปากกาที่เหมาะกับการใช้งานจริงสำหรับนักเขียนจะเป็นปากกาที่มีน้ำหนักเบาด้ามเล็ก
“แนะนำว่าคนที่จะใช้งานปากกาหมึกซึมจริงๆ ควรใช้เป็นปากกาด้ามพลาสติกน้ำหนักเบาเขียนลื่นคล่องมือ ล้างหัวง่ายดูแลง่าย และหมึกควรใช้เป็นหมึกหลอดหมดแล้วเปลี่ยน จะดีกว่าแบบสูบซึ่งต้องอาศัยการล้างบ่อยครั้งมากกว่า
“ผมมองว่าเสน่ห์ของปากกาหมึกซึมจะให้น้ำหนักเหมือนดินสอมีหนักเบาได้ซึ่งผมใช้ทั้งงานเขียนและงานวาดภาพ แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดในการใช้งานปากกาหมึกซึมก็คือ ทุกครั้งที่ได้หยิบปากกาด้ามโปรดขีดเขียนความคิดต่างๆ ลงไปบนสมุดเราจะรู้สึกมีความสุขที่พิเศษกว่าทุกครั้ง”







