posttoday
อาหารปลอดภัย เรื่องใกล้ตัว

อาหารปลอดภัย เรื่องใกล้ตัว

05 พฤศจิกายน 2558

เวลาหยิบอะไรใส่ปากก่อนหน้านี้เราก็เหมือนกับอีกหลายๆ คนที่กินอะไรก็ได้ ไม่เคยคิดว่าแหล่งที่มาของอาหารเป็นยังไง เขาผลิตแบบไหน

โดย...กองทรัพย์

“เวลาหยิบอะไรใส่ปากก่อนหน้านี้เราก็เหมือนกับอีกหลายๆ คนที่กินอะไรก็ได้ ไม่เคยคิดว่าแหล่งที่มาของอาหารเป็นยังไง เขาผลิตแบบไหน รู้แต่ว่ามันอร่อยหรือเปล่า แค่นั้น แต่หลังจากได้มาร่วมโครงการอาหารปลอดภัยแล้ว ทำให้เราตระหนักถึงอาหารที่ปลอดภัยมากขึ้น อย่างน้อยหนึ่งในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของตัวเองก็คือ การอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อให้ทราบแหล่งที่มา กรรมวิธีและส่วนประกอบในอาหารที่เราจะกิน” สุชาวดี ทองอยู่ หรือหมวยเล็ก นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หนึ่งในผู้ชนะโครงการ Betagro Food Safety Society 2015 เบทาโกรร่วมสร้างสังคมคนรุ่นใหม่ ใส่ใจอาหารปลอดภัย บอกถึงพฤติกรรมก่อนหน้าที่จะมาร่วมโครงการของเธอ และความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหลังเข้าร่วมภารกิจของโครงการเป็นเวลา 3 เดือน (Food Safety Mission)

ไม่เพียงแต่หมวยเล็กเท่านั้นที่เปลี่ยนไป กิตติพัฒน์ วงษ์ล้วนงาม นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกความรู้สึกจากการเข้าร่วมโครงการนี้ว่า นอกจากจะรู้ว่าตัวเองต้องเลือกกินอย่างไรแล้ว ยังทำให้เขาได้เรียนรู้เรื่องการสื่อสารกับคนหลากหลายวัยให้เข้าใจเรื่องอาหารปลอดภัยอย่างง่ายๆ ด้วย “ไม่ใช่ทุกคนที่จะสนใจหรือศึกษาเรื่องความปลอดภัยของอาหาร ถ้าเราบอกให้เขาตระหนักได้อย่างน้อยหนึ่งหัวข้อที่เขาจะจดจำ เช่น หมูที่ดีสีต้องไม่แดง เขาก็จะค่อยๆ จำ ผมว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยเป็นเรื่องยาก แต่สามารถค่อยๆ เปลี่ยนได้ เริ่มจากพวกเราไปบอกให้ครอบครัว เพื่อนฝูงให้เข้าใจและให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตที่ใส่ใจผู้บริโภค มีการตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอนเพื่อลดความเสี่ยงอันจะเกิดอันตรายกับผู้บริโภคด้วย”

อรรถพล อุไรไพรวัน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานการตลาดองค์กร เครือเบทาโกร กล่าวว่า ความปลอดภัยด้านอาหารเป็นเรื่องที่ประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย ทั้งสหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ให้ความสำคัญมาโดยตลอด มีกฎหมายความปลอดภัยของอาหารเพื่อควบคุมระบบการจัดการความปลอดภัยและยกระดับมาตรฐานคุณภาพให้ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต การจัดเก็บ และการขนส่ง เพื่อให้
ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นถึงความปลอดภัยของอาหาร ในขณะที่ประเทศไทยผู้บริโภคยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของข้อนี้มากนัก จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมรณรงค์โดยใช้การประกวดและใช้เยาวชนซึ่งมีพลังการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียเป็นสื่อกลาง

“ในฐานะผู้ผลิตเราพยายามจะสื่อสารกับผู้บริโภคชาวไทยว่าควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบอาหาร ทั้งเรื่องที่มา ส่วนผสม วัตถุดิบ เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง และเพื่อให้การบอกต่อของเรามีพลัง เราจึงใช้กิจกรรมการประกวดเฟ้นหาตัวแทนของคนรุ่นใหม่เพื่อให้เขาไปผลิตสื่อสร้างสรรค์เผยแพร่ความเข้าใจในเรื่องอาหารให้คนอื่นๆ ได้รู้ในวงกว้าง ซึ่งเราจัดมาเป็นปีที่ 6 แล้ว ซึ่งแต่ละปีเราจะคัดเลือกตัวแทนจากโครงการจากผู้สมัครกว่าพันคน ผ่านกิจกรรมที่เราเตรียมไว้อย่างเข้มข้น จนเหลือผู้ชนะ 6 คน ไปเรียนรู้เรื่องอาหารปลอดภัยในบริษัทซึ่งเป็นคู่ค้ากับเรา

ในปีนี้เราพานักศึกษาทั้ง 6 คน ไปเรียนรู้กระบวนการผลิตอาหารของบริษัท อิโตแฮม ฟู้ดส์ อิงค์ (Itoham Foods Inc.) ผู้ผลิตอาหารชั้นนำระดับโลกและของญี่ปุ่น พร้อมกับเรียนรู้เรื่องกฎหมายด้านความปลอดภัยด้านอาหารของญี่ปุ่น ผ่านตัวแทนของอิโตแฮมฯ นอกจากจะทำให้เขาได้เปิดโลกทัศน์ที่ไม่เคยเห็นในเมืองไทยแล้ว ยังทำให้เขาเข้าใจเรื่องอาหารปลอดภัยได้ลึกซึ้งมากขึ้น แล้วสามารถส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องในวงกว้างได้ดี” อรรถพล สรุป

การไปเยือนประเทศต้นแบบด้านความปลอดภัยด้านอาหารอย่างญี่ปุ่น ทำให้เห็นกระบวนการที่ใส่ใจผู้บริโภค ตั้งแต่การควบคุมความสะอาดในกระบวนการผลิต น้ำหนักของอาหาร บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ ตลอดจนการตรวจสอบคุณภาพของอาหารทุกกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารที่จะไปถึงผู้บริโภคนั้นปลอดภัย 100%

มาโกโตะ โคโน่ ผู้จัดการโรงงาน Rokko Plant ในเครืออิโตแฮม ฟู้ดส์ อิงค์ อธิบายเพิ่มเติมถึงวิธีการผลิตอาหารที่ประณีตนี้ว่า ในญี่ปุ่นเข้มงวดเรื่องคุณภาพอาหารเป็นอันดับหนึ่ง เพราะคำนึงถึงสุขภาพคนเป็นหลัก “อาหารต้องไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพคน ญี่ปุ่นมีองค์กรด้านอาหารคอยตรวจสอบอยู่เสมอๆ มีข้อบังคับสำหรับอาหารประเภทต่างๆ ไว้ชัดเจน วิธีการของโรงงานในเครืออิโตแฮมฯ ก็คือ เป็นไลน์การผลิตแบบอัตโนมัติ เราจะให้คนเข้าไปสัมผัสสินค้าน้อยมาก และมีการรีเช็กคุณภาพทุกขั้นตอน เพื่อลดความเสียหายและความเสี่ยงที่จะตกไปถึงผู้บริโภค เราจึงปล่อยให้สิ่งแปลกปลอมออกไปจากโรงงานเราไม่ได้”

ตัวอย่างของการใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของอาหารที่เห็นได้ด้วยตา คือ รายละเอียดของอาหารที่ระบุไว้ใสฉลาก ซึ่ง มาโกโตะ บอกว่า ในฐานะผู้ผลิตต้องระบุในฉลากว่าส่วนผสมใดในอาหารแต่ละประเภทจะก่อให้เกิดการแพ้ เช่น ไข่ เนย นม ถั่ว ปู กุ้ง ข้าวโอ๊ต เป็นต้น โดยใช้สัญลักษณ์ที่เข้าใจง่าย “จุดมุ่งหมายของการทำฉลากแบบนี้ก็เพื่อจะป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดกับเด็กที่ภูมิคุ้มกันยังน้อยอยู่ เมื่อผู้ใหญ่รู้ก็จะเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมที่เสี่ยงกับลูกหลาน หรือเด็กก็สามารถเข้าใจได้ด้วยสัญลักษณ์ที่เราระบุไป”

ด้าน อรรถพล กล่าวเสริมในข้อนี้ว่า “การผลิตเพื่อส่งออกให้ลูกค้าในต่างประเทศ เรามีฉลากแบบนี้แล้วตามกฎข้อบังคับของแต่ละประเทศ สำหรับเมืองไทยเริ่มมีออกมาให้เห็นบ้างแล้ว แต่กฎหมายยังไม่เข้มงวดมากนัก แต่ทั้งนี้เรื่องอาหารปลอดภัยนอกจากผู้ผลิตจะให้ความสำคัญแล้ว สิ่งสำคัญคือผู้บริโภคต้องตระหนักให้มาก แล้วเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอาหาร หันมาใส่ใจอาหาร และแหล่งที่มาให้มากกว่านี้”

ขณะที่ ณัฐชยา แก้วไธสง หรือจ๊ะเอ๋ และ เทวฤทธิ์ ลาพิงค์ หรือ เนม 2 นักศึกษาคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงประสบการณ์ที่ได้เห็นในโรงงานผลิตอาหารของญี่ปุ่นครั้งนี้ว่า “เราสองคนได้เรียนรู้เรื่องอาหารปลอดภัยเพิ่มเติมจากวิชาที่ได้เรียนมา ได้เห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้เรายังได้รู้ว่าวิชาชีพของเราสำคัญในวงการอาหาร เราตระหนักถึงวิชาชีพของเรามากขึ้น และการมาญี่ปุ่นครั้งนี้ทำให้เราสองคนมีแรงบันดาลใจที่อยากจะกลับไปพัฒนาหรือเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องให้กับพี่ป้าน้าอา ฟังว่าชีวิตที่ดีเริ่มจากอาหาร ซึ่งเราเองก็ต้องปรับนิสัยการกิน ไม่ให้โลภ กินแต่พอดี และเลือกกินอาหารที่มั่นใจในแหล่งที่มาด้วย”

เห็นได้ว่า ประเทศญี่ปุ่นเมืองที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แต่ในความเร็วนั้นไม่ได้ละเลยคุณภาพการใช้ชีวิตของประชากรเลย ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก หากไทยต้องการเป็นครัวของโลกต่อไปในอนาคต นอกจากผู้ประกอบการอาหารของไทยจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้แล้ว ผู้บริโภคชาวไทยต้องหันมาใส่ใจด้วย อย่างน้อยๆ ก็เริ่มจากการหยิบฉลากขึ้นมาอ่านดูส่วนประกอบ และสัญลักษณ์การรับรองความปลอดภัยด้านอาหารก็ยังดี

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน