
อินทรีเกย์ แฝงในทีมอินทรีเหล็ก?
....ทีมข่าวกีฬา
ศึกฟุตบอลโลก หรือ เวิลด์คัพ 2010 ที่แอฟริกาใต้ จบลงไปแล้วท่ามกลางความสนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจของแฟนลูกหนังทั่วโลก พร้อมกับมีแชมป์โลกหน้าใหม่คือ
“กระทิงดุ” สเปน ที่เข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกก็สามารถผงาดชูถ้วยได้เลยขณะที่รองแชมป์โลกอย่าง
“อัศวินสีส้ม” ฮอลแลนด์ นี่ซิ น่าสงสารเป็นที่ซู้ด เพราะต้องอกหักเป็นครั้งที่ 3 หลังจากก่อนหน้านี้ก็เคยเข้าชิงฯ มาแล้ว 2 ครั้งเมื่อปี 1974 และ 1978 ทว่าก็ต้องกลับไปกินแห้วที่บ้านทุกทีแต่ควันหลงจากบอลโลกที่ทำเอาหลายคนรู้สึกช็อก! ไปตามๆ กัน กลับเป็นเรื่องของทีมอันดับ 3 ในเวิลด์คัพครั้งนี้ นั่นคือ
“อินทรีเหล็ก” เยอรมนีเมื่อ มิชาเอล เบกเกอร์ เอเยนต์ส่วนตัวของ มิชาเอล บัลลัก นักเตะเมืองเบียร์ที่อดโชว์แข้งในบอลโลกคราวนี้เพราะเดี้ยงไม่หาย ดันออกมาเปิดประเด็นระหว่างบางช่วงที่ไปให้สัมภาษณ์ในหัวข้อเรื่อง
“ชายชาวเยอรมันยุคใหม่” กับ อเล็กซานเดอร์ โอแซง นักข่าวของ แดร์ สปีเกล สื่อชื่อดังเมืองเบียร์ ตั้งแต่บอลโลกยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ ว่า ในทีมชาติเยอรมนีที่มี โยอาคิม เลิฟ เป็นกุนซือนี้ มีบรรดา “อินทรีเกย์” ปะปนอยู่ด้วยนอกจากนี้ เขายังวิจารณ์ด้วยว่านักเตะชุดนี้เล่นไม่แข็งแกร่งดุดันในแบบฉบับอินทรีเหล็กพันธุ์แท้ แต่เตะกันนุ่มนิ่มเหมือนพวก
“โฮโมเซ็กชวล” ซึ่งน่าจะมีอิทธิพลมาจากการที่มี หนุ่มเทียมแฝงอยู่ด้วย จึงทำให้ได้แค่ที่ 3 เพราะหากยึดมาตรฐานเดิมน่าจะเข้าถึงรอบชิงฯ ไปแล้วยัง...ยังไม่พอ ยังเสริมอีกว่า มีบางคนในแคมป์เก็บตัวทีมชาติเคยแสดงความอิจฉาริษยาความดังของบัลลัก ที่เพิ่งย้ายจาก
“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ไปอยู่กับ “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ในฤดูกาลหน้า เนื่องจากอดีตกัปตันทีมชาติได้ไปถ่ายแบบลงนิตยสาร “วานิตี แฟร์” แถมบางทียังมีการแขวะกันเองด้วยว่า“
พวกอัปลักษณ์ ความสามารถพื้นๆ ไม่แมนเอาซะเลย”และที่สำคัญ เบกเกอร์ ยืนยัน เขารู้ว่านักเตะคนไหนเป็นเกย์ และพร้อมจะเปิดเผยรายชื่อ แต่คงต้องขอเวลาอีกสักระยะ แล้วก็มีอดีตทีมชาติคนหนึ่งพร้อมที่จะเปิดเผยความจริงเรื่องนี้เช่นกัน แถมทิ้งท้ายให้เดากันต่ออีกด้วยว่า มีนักเตะหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งติดทีมชาติ เป็นพวก
“ครึ่งเกย์” หรือ กึ่งเกย์กึ่งแมนล่าสุด อินดิเพนเดนต์ หนังสือพิมพ์ในอังกฤษ รายงานว่า เบกเกอร์ไม่ปฏิเสธหรือยอมรับว่าเคยให้สัมภาษณ์เรื่องฉาวนี้ โดยบอกว่าอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด และการพูดคุยกับโอแซงครั้งนั้นก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ
“
มันไม่ใช่เรื่องจริง ผมเพียงแค่เขียนไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของผม และเบกเกอร์ก็ยังไม่ได้ออกมาต่อว่าอะไรผมด้วย” โอแซง กล่าวกับอินดิเพนเดนต์ทั้งนี้ ธรรมเนียมปฏิบัติด้านสื่อมวลชนเมืองเบียร์นั้น ผู้ถูกสัมภาษณ์มีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นได้ แม้ก่อนหน้านั้นเคยพูดอะไรออกไปก็ตาม
สำหรับเรื่องนี้ เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ทีมเยอรมนี ออกมาบอกปัดที่จะพูดถึง
“
ผมคงไม่ขอลดตัวลงมาตอบคำถามแบบนี้ (หรอกย่ะ...อันนี้เติมเอง)”เช่นเดียวกับ สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี ซึ่งก็ปฏิเสธที่จะออกความเห็นในประเด็นนี้
งานนี้บรรดาแข้งอินทรีเหล็กที่รอดตัวแน่ๆ ในช่วงนี้ น่าจะเป็น ฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีม ที่เพิ่งจูงมือ คลาวเดีย ชาตเตนเบิร์ก เข้าพิธีวิวาห์ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองเคลเฮลเฟนดอร์ฟ ทางตอนใต้ของเยอรมนี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น
ส่วนอีกคนคือ
“ชไวนี” บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ มิดฟิลด์ตัวเก่ง ซึ่งตอนนี้กำลังสวีตหวานแหววอยู่กับ ซาราห์ แบรนด์เนอร์ แฟนสาว ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท บนเกาะสมุย โดยเข้าพักตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาส่วนคนอื่น ลองเดาเอาเองก็แล้วกัน
ติ๊กต่อก...ติ๊กต่อก...ติ๊กต่อก...
อาร์เน ฟรีดริช ?
มาริโอ โกเมซ ?
เมซุต โอซิล ?
โธมัส มุลเลอร์ ?
โจอาคิม เลิฟ ? ...นี่โค้ชนี่หว่า ไม่ใช่นักเตะซักหน่อย
เอาล่ะซี วุ่นวายกันเป็นแถวแน่ๆ แถมไม่ใช่เฉพาะตัวนักเตะเอง แต่ลุกลามไปถึงบรรดาแฟนๆ และเมียๆ ของพวกเขาด้วย สงสัยช่วงนี้คงจะคอยสังเกตพฤติกรรมแปลกๆ ของแฟนหนุ่มหรือสามีกันอย่างละเอียดน่าดู
อย่างไรก็ตาม ในวงการลูกหนังเมืองเบียร์นั้น เคยมีนักเตะเพียงคนเดียวคือ เออร์เฟิร์ต มาร์คุส เออร์แบน ที่กล้าประกาศตัวยอมรับว่าเป็นเกย์ แล้วในที่สุดอนาคตการค้าแข้งของเขาก็ดับวูบลงทันที
และหวังว่าแฟนบอลเยอรมันคงจะไม่ตกใจจนเกินไปนะ เพราะล่าสุดมีผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ออกมาว่า ปัจจุบันนี้มีนักบอลเกย์ค้าแข้งอยู่ในศึกบุนเดสลีกาประมาณ 10% เลยทีเดียว
เอาน่า...ถึงจะแมนจะเกย์ หากสามารถทำประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อชาติ โดยไม่เดือดร้อนผู้อื่น ก็ให้เขาเป็นต่อไปเถอะนะยะ ชิมิ...ชิมิ







