
เรื่องขี้ผง
อีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยตั้งแต่อาศัยในคอนโด คือ “เศษฝุ่นผง” ที่ไร้เจ้าของ แต่มากองอยู่หน้าห้องเรา จึงดูคล้ายเราเป็นเจ้าของเสียเอง
โดย...นายใจดี
อีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยตั้งแต่อาศัยในคอนโด คือ “เศษฝุ่นผง” ที่ไร้เจ้าของ แต่มากองอยู่หน้าห้องเรา จึงดูคล้ายเราเป็นเจ้าของเสียเอง ใครเดินผ่านมาจะพานคิดไปอย่างนั้นก็คงได้ มันน่าเจ็บใจขึ้นสองเท่า ไม่ได้ทำแต่กลายเป็นจำเลยเสียอย่างนั้น ซึ่งหลายๆ คนก็ประสบปัญหาเดียวกัน นำมาซึ่งการร้องเรียน การโพสต์ระบายลงบนโซเชียล เขียนกระดาษด่าทอ อ้อนวอนเจ้าของฝุ่นผง โปรดอย่าทำๆ ไว้บนผนังห้อง เรียกว่าหลายคนก็ต่างงัดวิธีขึ้นมาจัดการตามวิถีแห่งตน
แน่นอนว่า ไม่มีใครสักคนออกมายอมรับว่าเป็นเจ้าของฝุ่นผงนั้น เมื่อมันกองอยู่ระหว่างทางเดินหน้าห้อง ได้แต่เดากันไปว่า จะเป็นห้องฝั่งซ้ายหรือขวา หรือมันจะมาไกลกว่านั้นคือห้องถัดไป แล้วจะเป็นฝั่งไหนอีกเล่า
จับมือใครดมก็ไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีหลักฐานอยู่ทนโท่
แล้วเศษผงมีผมอยู่ด้วยหย่อมหนึ่ง ดูแล้วก็ไม่ได้เป็นขยะกองโต แต่บนพื้นกระเบื้องสีขาวมันก็กลายเป็นจุดตำหนิ แม้จะเก็บกวาดไปแล้ว แต่ตำหนิที่ติดค้างในใจยังไม่ปัดกวาดไปด้วย ความขุ่นเคืองจึงยังมีอยู่ ใครเป็นเจ้าของเศษผงนั้น แล้วทำไปได้อย่างไร ทำไมขยะในห้องไม่จัดการให้เรียบร้อย--
กวาด “ขยะของตัวเอง” ออกมาเป็น “ขยะของคนอื่น” ได้อย่างไร
บางครั้งแค่ “เรื่องขี้ผง” ก็กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตได้ เมื่อมันเป็นสาเหตุแห่งการทะเลาะกัน คนทำไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ปัดๆ กวาดๆ ให้พ้นห้องตัวเอง ห้องสะอาด จบ มีความสุขในพื้นที่ของตัวเองแล้ว แต่คนที่ต้องมาเจอกับสิ่งไม่น่าดู ใครก็ไม่รู้(หรือรู้)เป็นคนทำ หากมองผ่านก้มหน้าเก็บกวาดให้ก็ยกประโยชน์แก่จำเลย แต่ถ้าไม่ยอมกับพฤติกรรมแย่ๆ ของเพื่อนบ้าน การตักเตือน ต่อว่า หรืออาจจะมองหน้ากันไม่ติดก็เป็นไปได้ทั้งๆ ที่ห้องติดกันแค่กำแพงบางๆ กั้น
ปัญหาขี้ผงจะไม่เข้าตาทำให้ใครต้องเดือดร้อนเลย เพียงแค่ทุกคนที่พักอยู่คอนโดจัดการขยะของตัวเองในพื้นที่ของตัวเอง บ้านตัวเองสะอาดแต่ทำให้บ้านคนอื่นสกปรก จะเชื่อได้อย่างไรว่าจิตใจเราจะสะอาด







