posttoday

หยางกุ้ยเฟย : สาวงามเหยื่อการเมือง

01 พฤศจิกายน 2558

หยางกุ้ยเฟย เป็น 1 ใน 4 ยอดหญิงงามในประวัติศาสตร์จีน และเพราะมีตัวตนอยู่ในยุคหลังสุด จึงเป็นคนที่ปิดสถิติไปในตัว

โดย...นิธิพันธ์ วิประวิทย์

หยางกุ้ยเฟย เป็น 1 ใน 4 ยอดหญิงงามในประวัติศาสตร์จีน และเพราะมีตัวตนอยู่ในยุคหลังสุด จึงเป็นคนที่ปิดสถิติไปในตัว และยังจัดว่าเป็นหญิงงามที่มีประวัติและตัวตนชัดเจนที่สุดในบรรดาหญิงงามทั้ง 4

ไซซี เตียวเสี้ยน หวางเจาจวิน 3 คนที่เหลือคลุมเคลือกว่าเยอะ

ความงามของนางทั้ง 4 มีคำเปรียบเปรยดังสำนวนการแปลอันงดงามจาก อ.ถาวร สิกขโกศล ดังนี้ว่า

ไซซี – มัจฉาจมวารี

หวางเจาจวิน – ปักษีตกนภา

เตียวเสี้ยน – จันทร์หลบโฉมสุดา

หยางกุ้ยเฟย – มวลผกาละอายนาง

จะว่าไป คำว่า งามจนดอกไม้อายต้องหุบหลบ ดูแฟนตาซีน้อยกว่างามจนปลาจมน้ำ นกตกจากฟ้าหรือพระจันทร์ยังต้องแอบเป็นไหนๆ

ผมวิเคราะห์ว่า เพราะมีความสวยของหยางกุ้ยเฟยเกิดขึ้นแล้ว ผู้คนถึงเริ่มย้อนหาถึงหญิงงาม 3 คนก่อน และเริ่มเติมแต่งประวัติศาสตร์ก่อนหน้า หยางกุ้ยเฟยอยู่ในยุคใกล้สุด จึงมีประวัติที่แฟนตาซีน้อยหน่อย และเก็บความสมจริงไว้มากกว่าตำนานคนอื่น

และหยางกุ้ยเฟยก็ดันเป็นหญิงงามที่มีประวัติน่ารันทดที่สุด หรือเป็นเพราะว่าความจริงมักโหดร้าย

ขณะที่หญิงงามคนอื่นมีชื่อเสียงด้านเสียสละช่วยเหลือนาย ช่วยเหลือบ้านเมือง หยางกุ้ยเฟย กลับมีชื่อเสียงด้านล่มชาติ

หยางกุ้ยเฟยเกิดในราชวงศ์ถัง ในสมัยของฮ่องเต้ถังเสวียนจง พระองค์ทรงเป็นฮ่องเต้ที่เก่งทั้งเรื่อง กวี ศิลปะ และการเมือง

ที่ว่าเก่งด้านการเมืองก็เพราะวัยหนุ่มของฮ่องเต้ถังเสวียนจง (พระนามเดิม หลี่หลงจี) ทรงต้องต่อสู้แก่งแย่งอำนาจกันอย่างดุเดือด เริ่มต้นด้วยสมัยหวู่เจ๋อเทียน (บูเช็กเทียน-ฮ่องเต้หญิง) ถูกบีบให้คืนอำนาจแก่ตระกูลหลี่ ตามมาด้วยวิกฤตบ้านเมืองที่ฮ่องเต้องค์ต่อมาถูกปลงพระชนม์โดยฮองเฮา แล้วดำเนินการไล่ล่าศัตรูการเมืองคนอื่นๆ ซึ่งพ่อของหลี่หลงจีก็เป็นหนึ่งในนั้น

สุดท้าย หลี่หลงจีร่วมมือกับองค์หญิงไท่ผิง ลูกสาวของพระนางหวู่เจ๋อเทียนยึดอำนาจมาให้พ่อของตนได้สำเร็จ แต่เมื่อหลี่หลงจีได้ขึ้นครองราชย์ต่อเป็นฮ่องเต้ถังเสวียนจง ก็เกือบถูกปลงพระชนม์โดยองค์หญิงไท่ผิง เพื่อนเก่าผู้ร่วมขบวนการ

สุดท้าย ฮ่องเต้ถังเสวียนจงกำจัดองค์หญิงไท่ผิงได้สำเร็จ อำนาจจึงมั่นคง

ชีวิตพระองค์ชุลมุนไปด้วยภัยจากสตรีที่มักใหญ่ใฝ่สูง

ช่วงต้นฮ่องเต้ถังเสวียนจงปกครองบ้านเมืองได้ดี ราชวงศ์ถังสมัยพระองค์ยิ่งใหญ่ระดับโลก ในราชสำนักเต็ม ไปด้วยขุนนางนานาชาติ ศิลปินและกวีเต็มบ้านเต็มเมือง แน่นอนในวัง ต้องห้ามก็เต็มไปด้วยหญิงงาม

ด้วยความเป็นศิลปินของพระองค์ หลายครั้งทรงผูกพันกับหญิงงามเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่มิติของจ่าฝูงกับเพศเมียในอาณัติ

ถังเสวียนจงเป็นคนโรแมนติก

แต่พระองค์กลับไปถูกใจภรรยาของลูกชาย-นางหยางยวี่หวน และลูกชายของพระองค์ก็ยินยอมส่งมอบภรรยาให้แก่พ่อแต่โดยดี โดยหวังว่าจะได้ตำแหน่งรัชทายาทเป็น การตอบแทน

นางหยางยวี่หวนเป็นเด็กกำพร้า แม้ไม่ได้เกิดและอาศัยอยู่ในตระกูลร่ำรวย แต่มีการศึกษา จริตจะก้าน และความเป็นศิลปินเต็มเปี่ยม มีรูปร่างสะสวยอวบอัด งดงาม ตามสมัยนิยมแห่งราชวงศ์ถัง รู้จักแต่งเนื้อแต่งตัว และรู้จักประทินผิวด้วยเครื่องหอม แตกต่างจากหญิงห้าวกระหายอำนาจที่ถังเสวียนจงได้พบเจอในช่วงต้นของชีวิต เพราะบุคลิกของพระนางออกไปทางอาร์ตตัวแม่ มากกว่านางพญา

ศาสตร์และศิลป์ที่นางหยางยวี่หวนมี ล้วนครบรสให้ชายหนุ่มได้หลงใหล

ถังเสวียนจงอายุ 60 หลังจากได้ลูกสะใภ้อายุ 26 ของตัวเองมาเป็นภรรยา ก็แต่งตั้งให้มีตำแหน่ง กุ้ยเฟย นับจากนั้น หยางยวี่หวน จึงถูกเรียกเป็น หยางกุ้ยเฟย

พระองค์ขลุกอยู่กับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเยี่ยงอยู่ในสวรรค์ คิดว่าทั้งแผ่นดินที่สงบสุข ร่ำรวย จะมั่นคงตลอดไป คนหนึ่งตีกลอง คนหนึ่งร่ายรำ คนหนึ่งเป่าขลุ่ย อีกคนดีดพิณ

บรรดาญาติๆ ของหยางกุ้ยเฟยก็ได้รับผลพลอยได้ไปด้วย ได้รับ ลาภ ยศ กันถ้วนทั่ว และที่เป็นต้นเหตุหายนะคนสำคัญคือ หยางกว๋อจง-ลูกพี่ลูกน้องของพระนางหยางกุ้ยเฟย

หยางกว๋อจงคือคางคกขึ้นวอ

หยางกว๋อจงได้เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว จนถึงตำแหน่งอัครเสนาบดี พร้อมด้วยพฤติกรรมกร่างไปทั่ว และทุจริตคอร์รัปชั่น

ธรรมชาติของโรคร้ายที่ชื่อการคอร์รัปชั่นต้องใช้เวลาในการสำแดงผล แม้ไม่มีใครหรอกคิดจะคอร์รัปชั่นจนบ้านเมืองของตัวเองพังพินาศ (เพราะก็ต้องเดือดร้อนเองเหมือนกัน) แต่การคอร์รัปชั่นก็คือการจุดไฟเผาอนาคตของบ้านเมืองมา สร้างความอบอุ่น ปรุงอาหารให้ตัวเอง ธรรมชาติของไฟมักจะลามไม่รู้ตัว และกว่าจะรู้ตัวว่าโดนมอดไหม้กันถ้วนหน้าก็มักสายเสียแล้ว

อันลู่ซานเป็นคนตลก

อันลู่ซาน แม่ทัพลูกครึ่งจีน-ตาคนนี้ซ่อนอันตรายไว้ใต้บุคลิกพินอบพิเทาและตลกโปกฮา มักทำอะไรขำๆ ต่อหน้าหยางกุ้ยเฟยได้ตลอดเวลา ถึงขนาดแต่งตัวเป็นทารกก็ยินยอม หยางกุ้ยเฟยถึงขั้นตั้งเป็นลูกเลี้ยง ทั้งๆ ที่มีอายุมากกว่าหยางกุ้ยเฟย

และยังได้รับความไว้ใจจาก ถังเสวียนจงถึงขั้นเข้านอกออกในวังได้สบายๆ และได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพที่กุมอำนาจทหารตาม หัวเมืองสำคัญๆ ถึง 5 แสนนาย

อันลู่ซานเป็นคนตลก ก็เพื่อตีสนิท วัดกำลัง และกุมอำนาจ

หยางกว๋อจงเห็นอันลู่ซานจะมีอำนาจเกินตน เกิดเขม่น จึงคิดกำจัดทิ้ง ปล่อยข่าวอันลู่ซานกบฏ อันลู่ซานไม่โง่ รู้ว่าวิกฤตคอร์รัปชั่น ภายในเมืองหลวงสุกงอม และกำลังทหารในมือที่แลกมาด้วยความโปกฮาคือของจริง ถึงเวลาเข้าโจมตีเมืองหลวงเพื่อยึดอำนาจจากหยางกว๋อจง และถ้าทำได้ก็ยึดอำนาจราชวงศ์ที่แหลกเหลวนี้เสีย

กองทัพ 5 แสนบุกเมืองหลวง กบฏครั้งนี้บ้านเมืองพังยับในฉับพลัน ฮ่องเต้ถังเสวียนจงและหยางกุ้ยเฟยต้องลี้ภัยออกจากเมืองหลวง ระหว่างทางแม่ทัพนายกองที่เคียด แค้นในความลุ่มหลงมัวเมาของฮ่องเต้จึงบั่นหัวหยางกว๋อจง แล้วบีบบังคับให้พระองค์ประหารหยางกุ้ยเฟย ซึ่งเป็นน้องสาวเสียด้วย ในฐานะเป็นต้นตอของโจรปล้นชาติ

ถังเสวียนจงยังคงเป็นคน โรแมนติก แต่ความโรแมนติกกับชีวิต พระองค์เลือกชีวิต

พระองค์อาลัยรักยิ่ง และจากประสบการณ์การช่วงชิงอำนาจกับสตรีในต้นชีวิต พระองค์ก็คงรู้ดีว่า หยางกุ้ยเฟยไม่ใช่สตรีที่กระหายอำนาจใดๆ เลย เป็นแต่ก็เพียงแพะรับบาปจากความลุ่มหลงมัวเมาของพระองค์เอง

แต่ในนามของคำว่าเพื่อชาติบ้านเมืองเพื่อรักษาชีวิต พระองค์จำใจต้องถวายผ้าแพรขาว ให้หยางกุ้ยเฟย เพื่อจบชีวิตของนาง จบชีวิตคู่ที่คิดว่าจะเป็นสุขนิรันดร์เพียงเท่านี้

หยางกุ้ยเฟย เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง มีความสุขและสนุกไปวันๆ ในโลกของการแก่งแย่งอำนาจอันโสมม ถูกส่งต่อโยกย้ายเหมือนสิ่งของเพียงเพื่อแลกกับอำนาจ ไม่เคยทำร้าย ทำลายใคร แต่แล้วกลับได้รับผลกรรมที่เธอไม่ได้ก่อ ไม่ใช่เพราะเธอเลวร้าย แต่เพราะเธอไม่ระแวดระวัง

สุภาษิตจีนว่าไว้ “จิตใจทำร้ายผู้อื่นไม่พึงมี จิตใจกันภัยจากผู้อื่นพึงติดตัว” สุภาษิตนี้สอนไม่ให้ทำร้ายใคร แต่ก็ต้องระแวดระวังภัยจากคนรอบตัวให้ดี และภัยจากคนรอบตัว ใช่ว่าจะมาจากศัตรูผู้ไม่หวังดีเท่านั้น อาจมาจากคนใกล้ชิดสนิทสนมรอบข้างที่ลุ่มหลงมัวเมาทั้งในอำนาจและในตัวเราได้ด้วยเช่นกัน คนโรแมนติก คางคกขึ้นวอ และคนตลก จึงทำให้หยางกุ้ยเฟยกลายเป็นเหยื่อการเมืองด้วยประการฉะนี้

สวย ใส ใจบริสุทธิ์ ใช่จะอยู่รอดในโลกแห่งความเป็นจริงได้ตลอดรอดฝั่ง