
เปิดแฟรนไชส์ต้องรู้ 6 เช็กลิสต์ทรัพย์สินทางปัญญา ป้องกันธุรกิจถูกลอก
“พาณิชย์”แนะผู้ทำธุรกิจแฟรนไชส์ วางระบบทรัพย์สินทางปัญญาให้เข้มแข็ง เตรียมความพร้อม 6 ด้าน ป้องกันธุรกิจถูกลอกเลียนแบบ
จากการที่รัฐบาลได้เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยให้ประชาชนที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น
ล่าสุด นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าทางธุรกิจกว่า 300,000 ล้านบาท และเป็นรูปแบบธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการที่ต้องการขยายกิจการและสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างรวดเร็ว
โดยการขยายธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์ไม่ได้เป็นเพียงการอนุญาตให้ผู้อื่นใช้ชื่อร้านหรือเปิดสาขาเท่านั้น แต่เป็นการอนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สูตรการผลิต ระบบการบริหาร หรือองค์ความรู้ ซึ่งล้วนเป็นสินทรัพย์สำคัญที่สร้างมูลค่าและความแตกต่างให้กับธุรกิจ
หากไม่มีการคุ้มครองและบริหารจัดการที่เหมาะสม อาจนำไปสู่การถูกลอกเลียนแบบ การใช้สิทธิโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือข้อพิพาททางธุรกิจในอนาคตได้
“การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาที่ดี จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้รับสิทธิ นักลงทุน และคู่ค้าทางธุรกิจ รวมทั้งช่วยให้การขยายแฟรนไชส์เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน”
ทั้งนี้ ก่อนขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมใน 6 ด้านสำคัญ ได้แก่
1.ตรวจสอบความเหมือนหรือคล้ายของชื่อ และเครื่องหมายการค้าก่อนยื่นคำขอจดทะเบียน โดยใช้ระบบ AI Image Search และ Trademark Checker บนเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อลดความเสี่ยงในการใช้เครื่องหมายการค้าที่อาจซ้ำหรือคล้ายกับของผู้อื่น
2.จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันกรมได้เปิดให้บริการ Fast Track
สำหรับผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าโดยเร็ว และคำขอเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อช่วยให้การพิจารณาคำขอเป็นไปอย่างรวดเร็ว และสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถนำเครื่องหมายการค้าไปใช้สร้างแบรนด์และขยายตลาดได้อย่างทันท่วงที
3.จดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า เพื่อสร้างความชัดเจนในสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา
4.จัดทำสัญญาแฟรนไชส์ที่กำหนดสิทธิ หน้าที่ และเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างชัดเจน
5.จดทะเบียนสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร หากธุรกิจมีนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการผลิตที่คิดค้นขึ้นเอง เพื่อคุ้มครองผลงานและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
6.กำหนดมาตรการคุ้มครองความลับทางการค้า เพื่อป้องกันการนำองค์ความรู้ของธุรกิจไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะช่วยรักษามูลค่าของธุรกิจและสร้างความมั่นคงในการขยายแฟรนไชส์ในระยะยาว
“กรมพร้อมเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการทุกระดับ โดยเฉพาะ SME ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจสู่ระบบแฟรนไชส์ ให้สามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
โดยพร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำผู้ประกอบการตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูลและวางแผนด้านทรัพย์สินทางปัญญา การคุ้มครองและจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขยายกิจการได้อย่างมั่นใจและเติบโตอย่างยั่งยืน” นางอรมนกล่าว







