
ความไม่จริงใจของรัฐบาล
เฟซบุ๊ก Decharut Sukkumnoed
เฟซบุ๊ก Decharut Sukkumnoed
แม้ว่าผมจะไม่เคยเห็นด้วยกับความชอบธรรมในการเข้ามาเป็นรัฐบาลของคณะรัฐประหารชุดนี้ แต่ด้วยความเป็นข้าราชการ และอาจารย์ ผมจึงต้องเข้ามาทำหน้าที่ต่างๆ ที่รัฐบาลมอบหมายหรือขอหารือเป็นระยะ ทั้งที่แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ และเชิญเข้าร่วมประชุม โดยไม่จำเป็นต้องมีการแต่งตั้ง ผมยินดีและมุ่งมั่นในการทำหน้าที่นั้นๆ ด้วยดีเสมอมา
แต่สิ่งที่ผมพบตลอดมาคือ ความไม่จริงใจของรัฐบาล การไม่ทำตามคำพูด และการพร้อมช่วงชิงโอกาสในการให้ได้เป้าหมายตามที่ตนต้องการ โดยไม่สนใจข้อตกลงที่มีกับภาคีอื่นๆ ในประเทศ ผมขอเล่าเฉพาะที่ผมมีส่วนร่วมโดยตรงเท่านั้น
เดือนมีนาคม 2558 รัฐบาลบอกว่า จะเลื่อนการให้สัมปทานปิโตรเลียมออกไป และจะเชิญทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมเป็นกรรมการเพื่อพิจารณาว่าจะมีการใช้ระบบใดในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ระหว่างสัมปทานกับการแบ่งปันผลผลิต จากวันนั้นถึงวันนี้ ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการฯ ตามที่ตกลงไว้
เดือนกรกฎาคม 2558 รัฐบาลบอกว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย เพื่อหาข้อยุติเรื่องทางเลือกในการพัฒนาระบบไฟฟ้าของภาคใต้ ตามที่ตกลงกันไว้กับเครือข่ายปกป้องอันดามันที่ขอเวลา 3 ปีในการพิสูจน์ว่าพลังงานหมุนเวียนสามารถเป็นคำตอบของพลังงานไฟฟ้าในภาคใต้ จนกระทั่งปัจจุบัน ยังไม่มีการตั้งกรรมการฯ ตามที่ตกลงไว้ ล่าสุด โฆษกรัฐบาลบอกให้ประชาชนยอมรับโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่รัฐบาลกลับไม่ยอมรับการตั้งคณะกรรมการฯ ที่ตนเคยให้คำมั่นไว้เอง
ล่าสุด เดือนสิงหาคม คณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ที่รัฐบาลแต่งตั้ง และมีผมเป็นกรรมการคนหนึ่งด้วย ได้มีมติให้เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้ปลาจากแม่น้ำโขงได้เข้ามาวางไข่ในแม่น้ำมูลเป็นประจำทุกปี โดยนับจากวันที่ 16 สิงหาคม 2558 (จริงๆ ควรเปิดประตูระบายน้ำก่อนหน้านี้ตามที่คณะกรรมการฯ ได้มีมติเมื่อมิถุนายน 2558 แต่รัฐบาลยื้อเอาไว้)
ตลอดช่วงเวลา 2 เดือนกว่าที่เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลมา คณะทำงานฯ ส่วนกลางก็ติดตามผลกระทบทางลบที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงการลงพื้นที่ในวันที่ 15 ตุลาคม 2558 แต่ไม่พบปัญหาความเดือดร้อนใดๆ ในพื้นที่
แต่ปรากฏว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม คณะทำงานระดับจังหวัดกลับเรียกประชุมสายฟ้าแลบ และมีมติให้ปิดประตูระบายน้ำ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2558 โดยไม่รอให้ครบ 3 เดือนที่กำหนดไว้ในมติ (ครบกำหนดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558) แล้วก็นัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯ เพื่อขอปรับแก้มติเดิม ในวันพรุ่งนี้ (27 ตุลาคม 2558) เพื่อให้ปิดประตูระบายนั้นในสิ้นเดือนนี้ แทนที่จะเปิดให้ครบ 3 เดือนตามที่กำหนดไว้เดิม
ข้ออ้างที่คณะทำงานจังหวัดใช้อ้างในการปิดประตูระบายน้ำก่อนกำหนด ก็คือ เพื่อที่จะเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง ทั้งๆ ที่ ข้อเท็จจริงก็คือ เขื่อนปากมูลเป็นเขื่อนที่ไม่มีอ่างกักเก็บน้ำ แต่เป็นการกักเก็บน้ำในลำน้ำ ดังนั้น เมื่อปิดประตูระบายน้ำแล้วก็ใช้เวลาเพียงไม่เกิน 5-7 วัน น้ำก็จะเต็มลำน้ำที่ระดับ 108 เมตร รทก. แล้ว ที่ผ่านมาทุกปี ก็จะมีการเปิดประตูระบายน้ำทุกปีประมาณ 4 เดือน และเมื่อปิดประตูระบายน้ำไม่เคยพบว่า จะมีปัญหาน้ำไม่เต็มลำน้ำ หลังจากปิดประตูระบายน้ำไปแล้ว เพราะเพียงไม่กี่วันน้ำก็เต็มลำน้ำมูลแล้ว
ผมรู้สึกสุดทนกับพฤติกรรมที่ไม่รักษาคำพูดของรัฐบาล เบื่อกับพฤติกรรมที่พยายามฉกฉวยโอกาสเพื่อแย่งชิงให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ โดยไม่สนใจความรู้สึกกับผู้อื่น
แม้ผมจะไม่ได้ชอบคุณบวรศักดิ์ แต่ผมก็เข้าใจและเห็นใจคุณบวรศักดิ์เป็นอย่างมาก ผมเข้าใจเลยว่า การทำงานกับผู้นำที่ไม่รับผิดชอบ ไม่มีคำมั่น และไม่เคยคิดถึงคนอื่น นั่นเป็นอย่างไร
สุดท้าย ผมอยากจะบอกรัฐบาลว่า วันนี้ ผมได้เปลี่ยนสถานภาพจาก “ข้าราชการ” เป็น “พนักงานมหาวิทยาลัย” ผมมิได้เป็น “ข้า” ของท่านอีกต่อไป ผมเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยที่ผมรักเท่านั้น
เพราะฉะนั้น หากรัฐบาลยังคงดึงดันที่จะบิดพลิ้วคำพูดของตนเอง แม้กระทั่งในเรื่องง่ายๆ ที่ทุกฝ่ายมีมติชัดเจนกันอยู่แล้วอย่างเรื่องการเปิด/ปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ผมก็พร้อมที่จะเลิกร่วมงานกับรัฐบาลทุกรูปแบบ เพราะผมมิใช่ “ข้า” ของท่านอีกต่อไปแล้ว
หากรัฐบาลยังคงดึงดัน โปรดระวัง ประชา “รัด” นะครับ







