
เมืองที่คนหลงใหลคอนเนกชั่น
เวลามีสถานการณ์ให้ต้องสอนลูกสอนหลาน หรือสอนใครก็ได้ที่เป็นคนรุ่นถัดจากเรา ทุกท่านสอนอะไรเขาเหล่านั้นกันบ้างครับ
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
เวลามีสถานการณ์ให้ต้องสอนลูกสอนหลาน หรือสอนใครก็ได้ที่เป็นคนรุ่นถัดจากเรา ทุกท่านสอนอะไรเขาเหล่านั้นกันบ้างครับ
ในยุคทุนนิยมเช่นปัจจุบัน ผมค้นพบว่ามีคนจำนวนหนึ่งเลือกสอนคนรุ่นหลังให้หมั่นหา “คอนเนกชั่น” มากๆ ไว้ จึงอยากจะชวนทุกท่านมาคิดไปพร้อมกันว่า การสอนดังกล่าวเป็นการสอนที่ถูกต้องแล้วจริงๆ หรือ
คำว่า “คอนเนกชั่น” เป็นคำที่เราได้ยินกันบ่อยในภาคธุรกิจครับ แต่ปัจจุบันการสอนเรื่องคอนเนกชั่นไม่ได้จบแค่ภาคธุรกิจ มันลามลงไปถึงสังคมมหาวิทยาลัย พี่ๆ บางคนสอนน้องๆ ให้ภูมิใจที่ได้อยู่ในสังคม เพราะจะได้มีคอนเนกชั่นที่มีประโยชน์ในภายภาคหน้า มี “คนรู้จัก” เป็นคนใหญ่คนโต มีหน้ามีตาในสังคม เป็นที่พึ่งพาได้ในอนาคต
คำถามของผมมี 2 ข้อครับ 1.คอนเนกชั่นให้ประโยชน์จริงหรือไม่ 2.ถ้าทุกคนในสังคมมองทุกอย่างเป็น “คอนเนกชั่น” จะเกิดอะไรขึ้น
ผมตอบข้อแรกว่าอาจให้ประโยชน์ได้เล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่จีรังยั่งยืนเลยครับ
สมมติหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งเปิดให้ยื่นซองประมูลโครงการ มีผู้ประกอบการ 5 ราย ยื่นซองเข้าร่วมการประมูล ปรากฏว่าข้าราชการระดับสูงของหน่วยงานนั้นเป็นคนซื่อตรงมาก เขาจึงพิจารณาทุกอย่างไปตามหลักเกณฑ์ ดังนั้นต่อให้ใครมีคอนเนกชั่นกับคนข้างใน สุดท้ายก็แห้วรับประทาน
ในทางกลับกัน หากข้าราชการระดับสูงของหน่วยงานนั้นเป็นคนไม่ซื่อตรง คนที่มีคอนเนกชั่นอาจจะมีโอกาสมากขึ้น แต่ถ้าบังเอิญใน 5 ราย มีคอนเนกชั่นสัก 3 ราย สุดท้ายคอนเนกชั่นก็จะแพ้ “รีเลชั่น” หรือคนที่เขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันจริงๆ อยู่ดี
แล้วทำไมเราถึงเลือกสอนให้มองหาคอนเนกชั่น ทำไมถึงไม่เลือกสร้าง “รีเลชั่น”
สำหรับคำถามที่สอง ต้องเข้าใจก่อนครับว่า ตามปกติแล้วสังคมหนึ่งประกอบไปด้วยบุคคล 2 ประเภทครับ คือ “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” ไม่มีการกำหนดบทบาทตายตัวครับว่าใครจะเป็นผู้ให้หรือผู้รับ เพราะต่างฝ่ายต่างใช้ชีวิตไปตามปกติ เมื่อมีโอกาสก็จึงเป็นฝ่ายให้ ในบางโอกาสก็เป็นฝ่ายได้รับ ปล่อยให้ “รีเลชั่น” พัฒนาไป
แต่ในสังคมที่คนมองทุกอย่างเป็น “คอนเนกชั่น” สังคมนั้นประกอบไปด้วยคนประเภทเดียวครับ คือ “ผู้จะเอา”
เพราะทุกคนต่างคาดหวังว่าสักวันหนึ่งฉันจะต้องได้ อะไรจากคอนเนกชั่นของฉัน ไม่เคยคิดจะเป็นฝ่ายให้เองอย่าง “จริงใจ” หรือให้โดยไม่หวังผลตอบแทน
จะเห็นได้ว่า “รีเลชั่น” มีค่ามากกว่าคอนเนกชั่นอย่างมหาศาลครับ แต่สังคมของเราขณะนี้กลับให้ความสำคัญกับการรู้จักคนมากๆ (แม้จะผิวเผินก็ตาม) เพื่อผลประโยชน์ในอนาคต การสร้างสังคม “ผู้จะเอา” ขึ้นมาเป็นเรื่องอันตรายมากครับ ผมอยากให้ทุกคนหยุดสร้างสังคมประเภทนี้เสียที เพราะหากไม่หยุดท่านจะพบคนน่ากลัวประเภทมองคนอื่นเป็นเพียง “ผลประโยชน์” ได้อย่างหน้าตาเฉย
เมื่อไม่นานมานี้ มีนักข่าวคนหนึ่งบอกผมว่า เธอเป็นนักข่าว เพราะเชื่อว่าเธอจะได้คอนเนกชั่นมากมายจากอาชีพนี้ และเอาไปทำประโยชน์ได้อีกเยอะ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผมก็ไม่กล้าติดต่อกับเธออีกเลย
เพราะผมกลัวว่าเธอคงไม่ได้มองผมเป็นเพื่อน แต่มองผมเป็นเพียงคอนเนกชั่นหรือก้อนผลประโยชน์ของเธอในอนาคต







