
แดนนี่ เหวิน Friend to Thailand
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
หนุ่มไต้หวันอายุ 30 ปีปลายๆ ไปใช้ชีวิตวัยหนุ่มอยู่ที่สหรัฐหลายปี ก่อนที่จะมาอยู่ประเทศไทยถาวร ก็เดินทางไปมาระหว่างประเทศไทยและไต้หวันนานกว่า 10 ปี โดยเป็นนักข่าวนักเขียนอิสระให้กับสำนักข่าวหลายสำนัก รวมทั้งทำทัวร์แนะนำการท่องเที่ยวไทยให้กับคนไต้หวัน โดย แดนนี่ เหวิน ได้รับการแต่งตั้งจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้เป็น Friend for Thailand แนะนำการท่องเที่ยวไทยให้กับชาวไต้หวันได้เป็นที่รู้จักในหลายแง่มุม ตั้งแต่ปี 2007 คนที่ประเทศไต้หวันเรียกเขาว่า “มิสเตอร์ไทยแลนด์” หากอยากรู้อะไรเกี่ยวกับประเทศไทยให้มาถามเขาจะได้คำตอบแน่นอน
แดนนี่ยังมีรายการวิทยุที่คอยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยให้คนไต้หวันได้รับรู้อย่างเจาะลึก ไม่ว่าจะเรื่องวัฒนธรรม การท่องเที่ยว อาหาร สังคม เขาบอกว่าเขารักประเทศไทย เพราะรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ไม่ใช่เพราะได้รับมอบหมายจากการท่องเที่ยวไทยแล้วจึงต้องทำหน้าที่ เขาประทับใจในประเทศไทยหลายอย่างเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีหลายอย่างใกล้ชิด
เขาชอบศิลปะการผสมผสานทางด้านวัฒนธรรม มีทั้งความเก่าและใหม่ที่ไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี ไม่ขัดเขิน ไม่แปลกแยก หากอยู่ในเมืองเราจะพบโลกที่ทันสมัย แต่เพียงแค่ออกไปย่านชานเมืองเราจะได้เจอสังคมแบบเก่าๆ น่ารักสดใสเป็นธรรมาติไม่ปรุงแต่งมาก
“ที่สนใจที่สุดก็คือเรื่องอาหาร ผมชอบทำอาหาร อาหารไทยอร่อย หลากหลาย อาหารไทยมีความเป็นเอกลักษณ์มาก มีรากเหง้าเรื่องอาหารที่แข็งแรง มีสมุนไพรเป็นเครื่องปรุงที่ขึ้นชื่ออร่อยแต่ไม่ฉุนมาก ผมชอบตรงนี้” เขากล่าวอย่างจริงใจ
นอกจากนั้นคนไทยก็ยิ้มง่าย มีความเป็นมิตรสูง ไม่ซับซ้อน แดนนี่ว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาเขาเดินทางไปทั่วประเทศในแถบเอเชีย เขาไม่เคยเจอที่ไหนเหมือนที่เมืองไทยคนยิ้มง่ายมาก เป็นรอยยิ้มที่ส่งถึงดวงตายิ้มจากใจ มันดูจริงใจดี ไม่ใช่ยิ้มแบบเป็นการเป็นงานหรือเพราะเป็นหน้าที่ เดินไปไหนไม่รู้จักก็พยักหน้าทักทายมันเป็นความอบอุ่นแบบที่บอกไม่ถูกเวลาที่เราเดินทางไปต่างบ้านต่างเมือง ไม่เคยเจอแบบนี้เวลาไปแถบยุโรปหรือสหรัฐ
“นี่จึงเป็นเหตุผลให้ผมเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างไทยและไต้หวันบ้านเกิดมาร่วม 20 ปี ผมจะมาอยู่ประเทศไทยครั้งละหลายเดือนสลับกันไปมา จนคนที่บ้านบอกว่าผมเกิดผิดประเทศ เพราะน่าจะมาเกิดเป็นคนไทยมากกว่า (หัวเราะ)”
กรณีระเบิดที่ราชประสงค์เขาบอกว่าไม่ตกใจ ช่วงที่เกิดเหตุเขาก็ไม่ไปในสถานที่สุ่มเสี่ยง ปฏิบัติตามคำแนะนำของตำรวจอย่างเคร่งครัด พร้อมกับบอกกับเพื่อนๆ ชาวไต้หวันว่า ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด เหตุการณ์จบไปแล้ว และมีการควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ เขายังนับถือศาสนาพุทธและมองว่าศาสนาพุทธแบบในประเทศไทยนั้นจับต้องได้ เพราะคำสอนเป็นเรื่องพื้นๆ ที่เป็นธรรมชาติเป็นจริงพิสูจน์ได้ เขาเชื่อในเรื่องโชคชะตา เขาถูกจริตกับศาสนาพุทธในประเทศไทยมากกว่าศาสนาพุทธในแบบประเทศไต้หวัน
แดนนี่ยังเห็นว่าสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งก็สวยงามชวนประทับใจ ที่ประทับใจของเขาคือที่เกาะตาชัย จ.พังงา เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เขาชอบทะเลน้ำตก คนต่างจังหวัดน่ารักและจริงใจมาก คนไทยโดยภาพรวมแล้วใจเย็น ไม่เร่งรีบเกินไปดูพอดี ตอนอยู่สหรัฐทุกอย่างรีบร้อน ลนลาน ทำให้เครียดง่าย
ข้อเสียที่เขาพบนั้นมักจะเจอคนในกรุงเทพฯ ที่ดูเป็นธุรกิจมากเกินไป เจริญมากเกินไป ความสัมพันธ์จะเป็นในเชิงธุรกิจเสียมากกว่าซึ่งเหมือนทุกเมืองที่เจริญในโลก เพราะได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากเกินไป ความเป็นเพื่อนฝูงจึงน้อยไปสำหรับคนเมืองหลวงที่ไม่ชอบที่สุดคือทางเท้าฟุตปาทที่ไม่เรียบ หลุดๆ แล้วมีของขายบนฟุตปาททำให้ต้องไปเดินขอบถนนซึ่งเกรงว่าจะอันตรายมาก ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่มีอะไรต้องปรับตัวเพราะเขาคิดว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยโดยแท้







