posttoday
แบนหนัง

แบนหนัง

21 ตุลาคม 2558

อาจจะซาลงไปบ้างแล้ว ถ้าเกิดหนัง "อาบัติ" ยังอยู่ในสถานะ "ถูกแบน" หรือ "ห้ามฉาย" โดยการพิจารณาครั้งแรกของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เรื่องราวคงไม่จบง่ายๆ

อาจจะซาลงไปบ้างแล้ว ถ้าเกิดหนัง "อาบัติ" ยังอยู่ในสถานะ "ถูกแบน" หรือ "ห้ามฉาย" โดยการพิจารณาครั้งแรกของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เรื่องราวคงไม่จบง่ายๆ

ผู้กำกับ "ขนิษฐา ขวัญอยู่" และค่ายหนัง "สหมงคลฟิล์มฯ" และ "บาแรมยู" ก็ยอมถอยทัพกลับมาตั้งลำ นำหนังไปปรับปรุงแก้ไขเนื้อหา แถมยังมีการเปลี่ยนชื่อใหม่ จาก "อาบัติ" เป็น "อาปัติ" (เปลี่ยนใช่มั้ย?!!) หนังจึงได้สิทธิเข้าโรงฉายตามปกติ (ตั้งแต่เวลา 20.00 น.ของวันที่ 16 ต.ค.)

สำหรับคนดู ก็เฮสิ ไม่ต้องมานั่งถกเถียง อะไรผิด อะไรหมิ่นเหม่ อะไรทำลายศาสนา ส่วนผู้กำกับและค่ายหนังเฮยิ่งกว่า เพราะไม่ต้องร้องไห้หนักและออกมาต่อสู้เรียกร้องเหมือนผู้กำกับรายอื่นๆ ที่ "ถูกแบน" หรือ "ห้ามฉาย" เพียงเพราะยืนหยัดที่จะคงไว้ซึ่งเนื้อหาดังเดิม

"แสงศตวรรษ" (2550) ของ "อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล" เพราะผู้กำกับไม่ตัด 4 ฉาก (ฉากพระเล่นกีตาร์ ฉากหมอดื่มเหล้าในโรงพยาบาลขณะปฏิบัติหน้าที่ ฉากหมอชายจูบกับแฟนสาวแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศจนเห็นความผิดปกติของเป้ากางเกง และฉากพระเล่นเครื่องร่อน) ตามที่โดนคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ฯ ท้วงติง หนังจึง "ถูกแบน" หรือ "ห้ามฉาย"

Insects in the Backyard (2553) ของ "ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์" หนึ่งผลงานที่อยู่ในสถานะเดียวกัน หลังคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ฯ ให้เหตุผลว่าเนื้อหาขัดต่อศีลธรรมอันดีต่อประชาชน และบางฉากมีการนำเสนอภาพของอวัยวะเพศชาย การร่วมเพศและการค้าประเวณี

ไม่ต่างกัน "เชคสเปียร์ต้องตาย" (2555) ของ "สมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์" กลายเป็นหนังที่คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ฯ ลงความเห็นว่ามีเนื้อหาที่ก่อให้เกิดการแตกความสามัคคีระหว่างคนในชาติ มีการพาดพิงถึงเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 และเหตุการณ์ไม่สงบเดือน เม.ย. 2552

อีกเรื่องของผู้กำกับหญิงรายนี้ "คนกราบหมา" (2544) ที่เล่าถึงลัทธิประหลาดที่ผู้คนพากันกราบไหว้หมา นี่เองทำให้เนื้อหาเข้าข่ายการดูหมิ่นศาสนาพุทธและวิพากษ์วิจารณ์สังคมไทยในหลายๆ ด้าน ชะตากรรมหนัง ก็คือ "ถูกแบน" หรือ "ห้ามฉาย"

แค่อยากชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยไทยเคยมีหนัง "ถูกแบน" หรือ "ห้ามฉาย" ทุกครั้งที่มีหนังเรื่องใหม่และไม่ผ่านการพิจารณา หนังเหล่านี้ (ขออภัยที่อาจจะตกหล่นหนังบางเรื่องไป) ก็มักได้รับการหยิบยกมาเป็นตัวอย่างเสมอ

วันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ต.ค.) มีโอกาสร่วมรับฟังการเปิดวงสนทนา "อิสระและขอบเขตการเสนองานของศิลปินและการปฏิรูปของคณะกรรมการเซ็นเซอร์" ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ มีคนแสดงความคิดเห็นไม่มากนัก เช่นเดียวกันผู้ร่วมรับฟังก็หาได้ล้นหลาม (เหมือนงานแฟนมีตติ้ง) ไม่ แต่พอเพียงจะสรุปได้อย่างสั้นๆ (โดยไม่ระบุว่าใครเป็นคนกล่าว) เพื่อให้เป็นประกายความคิดแก่ผู้อ่าน

หนังคืองานศิลปะที่ยังคงถูกเพ่งเล็งมากจากกองเซ็นเซอร์ คนเซ็นเซอร์ในปัจจุบันยังเขลาต่อการทำหน้าที่ตัวเองและไม่เข้าใจคำว่างานศิลปะดีพอ กฎหมายเกี่ยวกับการเซ็นเซอร์ต้องเปลี่ยน คนในวงการหนังยังขาดพลังที่จะรวมตัวกันปฏิวัติการเซ็นเซอร์ หนังของผู้กำกับผู้หญิงและเกย์คือถูกแบนเยอะที่สุด ฯลฯ

ด้วยความเคารพ ฐานะคนนอก ชอบดูหนัง ไม่ได้มีส่วนได้เสีย ไม่รู้ลึกตื้นหนาบางว่ากระบวนการตรวจพิจารณาหนังเป็นอย่างไร เพียงแต่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้นต่อวงการหนังไทย ก็แค่นั้น

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน