
เขาผิดจริงหรือ...
ผมได้รับข่าวร้าย “ลิเวอร์พูลสั่งปลด เบรนแดน ร็อดเจอร์ส” ถ้าไม่ใช่สาวกหงส์แดงหรือคลุกคลีกับข่าวกีฬาฟุตบอลเป็นประจำคงสงสัยว่าเขาคนนี้คือใคร ทำไมต้องสนใจ
โดย...โสภณ ศุภมั่งมี
ผมได้รับข่าวร้าย “ลิเวอร์พูลสั่งปลด เบรนแดน ร็อดเจอร์ส” ถ้าไม่ใช่สาวกหงส์แดงหรือคลุกคลีกับข่าวกีฬาฟุตบอลเป็นประจำคงสงสัยว่าเขาคนนี้คือใคร ทำไมต้องสนใจ
ขอแถลงไขก่อนว่า ชายผู้นี้เป็นผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ปี 2012 ถึงตอนนี้ก็ 3 ปี แต่ไม่มีถ้วยรางวัลสักใบให้ได้พูดถึง ถ้าฟังดูแค่นี้ทุกคนก็อาจจะบอกว่าสมควรแล้วที่0tไปให้พ้นๆ คนที่มีความสามารถมากกว่าจะได้มีโอกาสทำตรงนี้บ้าง
ผมซึ่งเป็นแฟนตัวยงของทีมแม้จะเห็นด้วยในการตัดสินใจครั้งนี้ แต่ก็รู้สึกว่าเขาเป็นต้นเหตุของความผิดพลาดครั้งนี้จริงๆ น่ะหรือ
มนุษย์เป็นสัตว์ที่ป้ายขี้เก่ง ความผิดตัวเองมองไม่เห็น แต่ถ้าเป็นของคนอื่นกลับชัดยิ่งกว่าทีวีระบบดิจิทัล Full Hd สามสี่มิติ ไม่พอยังประจานชี้นิ้วเรียกให้คนอื่นดูด้วยอีกต่างหาก และถ้าย้อนคิดกลับไปดู เราเติบโตมาในสังคมน่ารังเกียจแบบนี้จริงๆ ซะด้วย
สมัยเป็นนักเรียนในรั้วการศึกษา เด็กในห้องไม่เรียบร้อย เรียนไม่เก่ง ทำตัวเกเร ผู้ปกครองก็โทษครูประจำชั้น โทษโรงเรียนว่าสอนไม่ได้เรื่อง ต่ำกว่ามาตรฐาน โตมาเข้ารั้วมหาวิทยาลัย เด็กทำตัวสำมะเลเทเมา ชกต่อยไล่ตีมีมวยข้างถนนกัน ก็ไปโทษสถานบันเทิงที่อยู่ใกล้สถานศึกษาหาว่าล่อลวงยั่วยุให้เด็กอยากลอง พอถึงวัยทำงานอยู่ในบริษัท ผลลัพธ์ไม่ได้ตรงตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ บอกหัวหน้าไม่มีความสามารถ แจกจ่ายงานไม่เป็น ไม่ตรงกับงาน ก็ว่ากันไป
เอาตัวอย่างง่ายๆ คนอยากลดความอ้วนไปกินข้าวกะเพราไข่ดาวเบิ้ลสองจาน ไม่เคยเห็นมีใครบอกว่า ตัวเองตะกละกินเยอะ แต่กลับเล่นลิ้นว่า “เจ๊ร้านนี้ให้น้อย จานเดียวจะไปอิ่มอะไร” แต่มองไปข้างๆ ทุกคนก็กินจานเดียวกันหมด
ผู้จัดการทีมฟุตบอล ครูประจำชั้น โรงเรียน สถานบันเทิง หัวหน้า หรือแม้แต่เจ๊ขายอาหาร มีอย่างหนึ่งเหมือนกันคือการยืนอยู่แดนหน้ารับกระสุนปืนแห่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ถูกกราดยิงเข้าใส่ เปลือกนอกด่านหน้าก็ไม่วายถูกปลิดชีพก่อนใครเพื่อน
จริงอยู่ที่ว่าบุคคลและสถานที่เหล่าไม่ได้ไร้ซึ่งความผิดพลาด เบรนแดน ร็อดเจอร์สยังขาดประสบการณ์ ครูอาจจะไม่เก่งทุกอย่าง โรงเรียนอาจจะไม่ได้ดีมาก หัวหน้างานยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้ มีประตูร้านเหล้าให้เมาสุราข้างประตูมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรส่งเสริม หรือแม้แต่ร้านอาหารที่ต้องแบกรับรายจ่ายที่สูงขึ้นและลดปริมาณอาหารลงอีกนิดหน่อย แต่กลับมาถามใหม่อีกทีว่า เขาเหล่านี้เป็นสาเหตุของความ
ผิดพลาดทุกอย่างจริงๆ น่ะหรือ
เมื่อผู้จัดการทีมคนเก่าถูกปลดออกจากตำแหน่ง ก็มีผู้กล้าคนใหม่เดินเข้ามารับหน้าที่ เหล่าสาวกทั้งหลายชอบใจและรู้สึกมีความหวังว่าเขาจะเปลี่ยนสถานการณ์จากหลังตีนเป็นหน้ามือภายในพริบตา จากนี้ต่อไปทุกๆ อย่างจะดีขึ้น เมื่อจบฤดูกาลแข่งขันจะได้ถ้วยรางวัลสักถ้วยสองถ้วยก็ยังดี แต่ความจริงที่เกิดขึ้นเกือบทุกครั้ง ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเอาไว้สักนิดเดียว
ทำไมเราถึงคาดหวังผลลัพธ์ที่แตกต่างเพียงเพราะการปรับเปลี่ยนแค่นิดเดียว จริงอยู่ที่ว่าผู้จัดการทีมที่มีไหวพริบวางหมากตัวเล่นได้เก่ง เทียบไปคล้ายกับเกมหมากรุกที่รู้ซึ้งเทคนิคความสามารถของหมากแต่ละตัว เลือกหยิบเลือกวางอย่างใจเย็น แต่เราอย่าลืมความจริงข้อหนึ่งว่า มนุษย์ไม่ใช่ตัวหมากรุก มีความคิดและจิตใจเหนือการควบคุม นักเตะมีพรสวรรค์วิ่งได้เร็วดั่งหมากเรือ แต่กลับไม่ค่อยวิ่งเพราะไม่ค่อยมีกะใจ หรือมีเทคนิคแพรวพราววิ่งซิกแซ็กเหมือนหมากม้า แต่กลับล้าเหนื่อยเพราะทำงานหนักอยู่คนเดียว ไม่มีคนคอยช่วย สุดท้ายผลลัพธ์ออกมาก็ไม่ต่างอะไรกันกับผู้จัดการทีมคนก่อนหน้านี้
ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องจำเป็น แต่คนคนเดียวไม่สามารถเป็นทางออกของปัญหาดีที่สุด เขาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่จะตามมาเพียงเท่านั้น ทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมีผู้จัดการทีมที่เก่ง มีทีมผู้ช่วยมากความสามารถ นักเตะที่พร้อมวิ่งและทุ่มเทเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน ไม่เอาเปรียบไม่เห็นแก่ตัว ใช้ความสามารถของ
ตัวเองอย่างเต็มที่
เมื่อคุณครูที่โรงเรียนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ผลการเรียนกลับออกมาแย่ ผู้ปกครองอาจจะต้องมาดูที่เด็ก ใส่ใจที่ลูกของตัวเองว่าเวลาว่างทำอะไร ตั้งใจเรียนจริงจัง พยายามอย่างที่สุดแล้วใช่หรือเปล่า หรือแม้แต่สถานบันเทิงที่เปิดโล่งแจ้งถัดรั้วนักศึกษา ก็ใช่ว่าทุกคนจะเสียคนและหมกมุ่นดื่มเหล้าเมาหยำเปกันซะเมื่อไหร่ แม้จะเป็นเรื่องดีที่มีนโยบายปราบปรามแหล่งอโคจรเหล่านี้ แต่สุดท้ายการตัดสินใจก็ขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะของแต่ละบุคคลอยู่ดี
เราควรปรับมุมมองของตัวเองให้สั้นลง มองสาเหตุปัญหาจากตัวเราก่อนที่จะไปป้ายโยนให้คนอื่น อย่าเพิ่งว่าคนนั้นคนนี้ไม่ดี ถ้าเรายังไม่เคยแลหางตามองตัวเองด้วยซ้ำ
ข่าวร้ายของแฟนลิเวอร์พูลไม่ใช่ที่ผู้จัดการทีมโดนปลดหรอกนะครับ แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนเอาผู้จัดการทีมที่เก่งที่สุดในโลกมากุมบังเหียนผลลัพธ์ก็อาจจะไม่ต่างกัน เพราะตั้งแต่เป็นแฟนบอลลิเวอร์พูลมาเกือบ 20 ปี ไม่เคยมีนักเตะชุดไหนที่เล่นเหมือนไม่อยากชนะแบบนี้มาก่อน
จุดที่ควรเปลี่ยนไม่ใช่แค่กุนซือผู้วางแผนแต่เป็นจิตใจนักเตะทั้งทีมอีกด้วย อยากรู้เหลือเกินว่าอีกนานแค่ไหนที่ผู้จัดการทีมคนใหม่จะโดนป้ายขี้ถ้าไม่มีถ้วยรางวัลวางบนตู้โชว์







