
หลิน หงหวุน คนไทยเป็นคนโชคดี
โดย...อณุสรา ทองอุไร/วิภาคย์ พูนพันธ์ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
โดย...อณุสรา ทองอุไร/วิภาคย์ พูนพันธ์ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
เพราะโลกแคบขึ้นทุกวัน การสื่อสาร การเดินทางจากต่างแดนไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไป ทำให้คนต่างบ้านต่างเมืองสามารถไปมาหาสู่กันได้สบายๆ ในเวลาอันรวดเร็ว เช่นเดียวกับหนุ่มไต้หวัน ร่างสันทัดอารมณ์ดีคนนี้ เหวิน-หลิน หงหวุน วัย 31 ปี ทำธุรกิจขยะรีไซเคิลส่งออกเต็มรูปแบบมานานหลายปี ตั้งแต่ยุคคุณพ่อของเขาที่มาเปิดบริษัทที่ประเทศไทย ทำให้เขาเดินทางไปๆ มาๆ ที่ประเทศไทยนานเกือบ 10 ปี จนล่าสุดเขามาซื้อบ้านอยู่ถาวรเมื่อปีที่ผ่านมา และปีหน้าเขากำลังจะพาภรรยาและลูกมาอยู่ประเทศไทยด้วย
เหวิน พูดภาษาไทยได้พอสมควร แต่เขียนอ่านไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคที่สำคัญอะไร เขาปรับตัวได้เป็นอย่างดี เพราะไทยกับไต้หวันมีความใกล้เคียงกัน ทั้งรูปร่างหน้าตาและภูมิประเทศ เขาบอกว่ามาอยู่ประเทศไทยแล้ว รู้สึกชอบประเทศไทยมาก “เพราะบรรยากาศสบาย คนไทยเป็นคนสบายๆ คบหาง่าย อาหารไทยก็อร่อยมาก ผมชอบกินส้มตำไทย ต้มยำกุ้ง และผัดไทยครับ อยู่จนชินกินเผ็ดได้แล้วครับ ตอนนี้อยู่ประเทศไทยมา 7 ปีแล้ว ชีวิตต่อไปนี้ก็คงอยู่ประเทศไทยแล้วครับ”
เขาว่าอากาศประเทศไทยแม้จะร้อน แต่ก็มีความชื้น ไม่อบอ้าวมาก นอกจากนี้ภูมิประเทศงดงาม มีทั้งทะเล ป่าเขา เขาชอบเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่ชอบไปบ่อยๆ ก็คือเขื่อนเชี่ยวหลาน เพราะคล้ายๆ กับกุ้ยหลินของจีน เขาชอบภูเขา วิวสวยๆ ของประเทศไทยเป็นอย่างมาก
ที่ไม่ชอบมีเพียงนโยบายการเมืองที่ไม่นิ่ง เปลี่ยนแปลงบ่อยจนส่งผลต่อธุรกิจ กับเรื่องรถติด เขาห่วงเรื่องนี้เรื่องเดียว นอกนั้นโดยภาพรวมก็โอเคมากๆ ตอนมีข่าวระเบิดที่ศาลพระพรหม เขาก็ตกใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้กลัวอะไรมากมายนัก เวลากลับไปไต้หวันคนถามว่าน่ากลัวไหม เขาจะรีบรายงานข่าวที่ถูกต้องทันทีว่าไม่มีอะไรน่าห่วง
นิสัยคนไทยที่ชอบซักชอบถาม ก็มีไม่ชอบบ้าง แต่ไม่ได้มากมายอะไร ก็พอรับไหว เพราะนั่นแสดงถึงความใส่ใจห่วงใยเป็นธรรมชาติของคนไทย แต่เขาก็ไม่ได้เจอแบบนี้บ่อยๆ ถ้าตอบได้ก็จะตอบ ถ้าตอบไม่ได้ก็จะยิ้มๆ “แต่บางทีคนไทยพูดเก่งมากครับ แต่ไม่ทำ ทำให้ไม่เก่ง เครดิตไม่ค่อยดีเวลาทำงาน ต้องทำให้เก่งเหมือนที่พูดครับ” เขากล่าวแนะนำอย่างอารมณ์ดี
ถ้าคิดถึงประเทศไทย เขาคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความพร้อมที่จะเข้าสู่อาเซียน มีความพร้อมมากกว่าหลายๆ ประเทศ ในฐานะนักธุรกิจเขาก็เลือกที่จะมาลงทุนที่ประเทศไทยมากกว่า คนไทยไม่มีปัญหาเรื่องภาษา แต่มองในระบบต่างๆ ของไทย ที่มีความพร้อมมากกว่าประเทศอื่น
สำหรับความฝันที่อยากทำให้เป็นจริงในอนาคต เขาฝันอยากมีบ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่ เพราะตอนนี้ได้ซื้อที่เอาไว้แล้ว ชอบอากาศที่นั่นเย็นสบายกำลังดีและเย็นทั้งปี
“เวลากลับไปอยู่ไต้หวันนานๆ หรือไปต่างประเทศหลายๆ วันจะคิดถึงประเทศไทย อยากกลับบ้าน ไทยก็เหมือนบ้านอีกหลังของผม แล้วตอนนี้อยู่ประเทศไทยมากกว่าไต้หวันอีกครับ ทุกอย่างดีหมด อากาศ อาหาร ผู้คน ครบเครื่อง ถ้าการเมืองแน่นอนลงตัวผมว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนะครับ”







