
มุมมองเพศที่สามต่อตัวเองและสังคม
ผลสำรวจที่เจาะเฉพาะกลุ่มชายรักชายวัย 18-49 ปี ในฐานะตัวแทนกลุ่มเพศที่สาม โดยถามพวกเขาเกี่ยวกับการมองตัวเองและมองสังคมรอบข้าง ซึ่งพบว่าเปลี่ยนแปลงไปมากจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
ผลสำรวจที่เจาะเฉพาะกลุ่มชายรักชายวัย 18-49 ปี ในฐานะตัวแทนกลุ่มเพศที่สาม โดยถามพวกเขาเกี่ยวกับการมองตัวเองและมองสังคมรอบข้าง ซึ่งพบว่าเปลี่ยนแปลงไปมากจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้กลุ่มสำรวจที่เรียกว่า โลโก้ ของเวียคอม มีเดีย เน็ตเวิร์ก เคยลงแบบสอบถามตีพิมพ์ตามนิตยสาร อย่างเช่น Harry Hay’s One Magazine มาตั้งแต่ปี 1961 โดยถามคำถามประเภท “คุณมีเซ็กซ์ถี่ขนาดไหน” “ระดับความสนุกสนานของการเข้าสังคมกับชายด้วยกันเป็นอย่างไร” ขณะที่ในปี 1992 คำถามที่เปลี่ยนไปเน้นเรื่องสุขภาพของชายรักชาย อาจด้วยเพราะเป็นช่วงที่โรคเอดส์กำลังระบาด
“ตลอด 10-20 ปีที่ผ่านมา แบบสำรวจที่เจาะกลุ่มเกย์โดยเฉพาะมีไม่มากนัก” แกรี เกตส์ ผู้อำนวยการสายงานวิจัยของสถาบันวิลเลียมส์ที่ดูแลเรื่องกฎหมายที่ว่าด้วยความหลากหลายทางเพศและการบ่งเพศ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (ลอสแองเจลิส) กล่าวอีกว่ากลุ่มคนที่ต้องการรู้ความคิดของเพศที่สามมากๆ ก็คือนักการตลาดทั้งหลายที่พยายามจะเจาะทำตลาดกับกลุ่มเกย์ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“ผลวิจัยหลายชิ้นบอกว่าคนกลุ่มชายรักชายมีกำลังซื้อมากกว่าผู้ชายทั่วไป มีฐานะดี การศึกษาสูง กว่าเพศที่สามกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งกล้าเปิดเผยตัวกว่าอีกด้วย อย่างผลสำรวจล่าสุดในปี 2013 ที่ไปถามเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศเรื่องการเปิดตัวของพวกเขา ก็พบว่ากลุ่มเกย์ชายรักชายนั้นนำโด่งแบบไม่กระมิดกระเมี้ยน”
อลิสัน ฮิลเฮาส์ รองประธานแผนกนวัตกรรมข้อมูลเชิงลึกของเอ็มทีวีที่เคยทำการสำรวจในกลุ่ม LGBT พบว่า 61% ของชายรักชายที่อยู่ในวัย 20-29 ปี บอกว่าการออกมาเปิดตัวเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากในชีวิต ส่วน 75% ของชายรักชาย เห็นด้วยว่า การเปิดตัวทำให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดี โดย 83% ในกลุ่มนี้ว่าชีวิตของพวกเขามีอะไรน่าสนใจขึ้นเพราะว่าเป็นเกย์
“สำหรับกลุ่มเกย์ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี บอกว่า พวกเขาโชคดีที่ไม่ต้องเกิดมาในยุคที่ต้องออกมาเรียกร้องสิทธิ หรือปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเขารู้สึกโชคดีที่เกิดมาในยุคที่มีเสรี โดยเฉพาะการที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน เพื่อจะพบเพื่อนชายรักชายเหมือนกันได้ง่ายๆ
64% ของเกย์อายุ 20-30 ปี บอกว่า ด้วยความที่กลุ่มชายรักชายดูเหมือนจะมีบทบาทในสังคมวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ชุมชนกลุ่มเฉพาะของพวกเขาเริ่มน้อยลง โดย 85% บอกว่าบาร์เกย์และชุมชนเฉพาะเกย์เริ่มหายไป ซึ่งพวกเขายังอยากให้มีที่เฉพาะของกลุ่มชายรักชายอยู่เหมือนเดิม”
อลิสัน ยังเล่าถึงผลสำรวจในส่วนของกลุ่มผู้ตอบที่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียมด้วยว่า สิ่งที่กลุ่มนี้รู้สึกว่าเป็นอุปสรรคก็คือ การออกมาเปิดเผยตัวและยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นเท่านั้น







