
เรียนรู้...ตลอดเวลา เซฟฟานี่ อาวะนิค
เริ่มเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันในละครหลายๆ เรื่อง สำหรับสาวลูกครึ่งไทย-ออสเตรีย ดีกรีมิสทีนไทยแลนด์ ปี 2009
โดย...วิภาคย์ พูนพันธ์ ภาพ : กิจจา อภิชนรจเรข
เริ่มเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันในละครหลายๆ เรื่อง สำหรับสาวลูกครึ่งไทย-ออสเตรีย ดีกรีมิสทีนไทยแลนด์ ปี 2009 อย่าง เซฟ-เซฟฟานี่ อาวะนิค ซึ่งเซ็นสัญญากับวิกหมอชิตได้ไม่นาน แต่เธอขึ้นกล้องจนผู้ใหญ่หลายคนให้โอกาสกับหลายบทบาทการแสดง เผลอแป๊บเดียวตอนนี้สาวหน้าหวานแจ้งเกิดเป็นนางเอกป้ายแดงเต็มตัวไปซะแล้ว เรียกได้ว่าจะขยับตัวไปทางไหน ก็เป็นกระแสให้หลายคนต้องติดตามและพูดถึง ในวันที่ได้มีโอกาสพบกับเซฟ ก็อดไม่ได้ที่จะชวนนางเอกดาวรุ่งคนนี้มานั่งเมาท์กันเสียหน่อย เริ่มจากเรื่องที่เธอเข้าวงการได้อย่างไร
“จุดเริ่มต้นของการเข้ามาในวงการบันเทิงคือ ได้รางวัลชนะเลิศมิสทีนไทยแลนด์ ปี 2009 ตอนที่ประกาศรางวัลผู้ชนะการประกวดเป็นชื่อเรา รู้สึกแปลกใจมากค่ะ เพราะไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยในการประกวดครั้งนั้น ภาษาไทยตอนนั้นยังพูดไม่ชัดเลยค่ะ แล้วที่เลือกเวทีมิสทีนไทยแลนด์ ก็เพราะเพื่อนสนิทชวนค่ะ มันเป็นความบังเอิญมากที่วันนั้นไปเดินเล่นกับเพื่อนที่ห้างสรรพสินค้าพอดี เจอทีมงานกำลังแจกใบปลิวอยู่ คิดว่าน่าสนใจดี เลยกลับบ้านบอกคุณแม่ คุณแม่ก็ยังงงๆ ว่าจะประกวดอะไร เพราะวันรุ่งขึ้นจะต้องไปประกวดรอบแรกแล้ว เตรียมตัวน้อยมากเลยค่ะ”
เธอเล่าให้ฟังว่า ปกติสนใจชมการประกวดของหลายเวทีอยู่แล้ว แต่เพราะเป็นคนขี้อายมาก เธอจึงไม่ค่อยมีความมั่นใจ อีกทั้งยังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างภายในคืนเดียว ไม่ว่าจะเป็นถ่ายภาพเพื่อติดลงบนใบสมัคร กระทั่งค้นเสื้อผ้าทุกชุดที่มีอยู่ออกมาลองเพื่อให้วันสมัครเธอสวยโดดเด่นดูเลอค่าที่สุด และนั่นเองคือ จุดเริ่มต้นของเธอบนเส้นทางสายบันเทิง ก่อนที่สาวเจ้าจะได้มารับงานละครซึ่งรวมถึง ไฟมาร, ยมบาลเจ้าขา, คือหัตถาครองพิภพ, เจ้าสาวสลาตัน ฯลฯ
“ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาเล่นละคร จะได้เข้ามาในวงการค่ะ พอได้ตำแหน่งมิสทีนไทยแลนด์ ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ ดูแลตัวเองมากขึ้น แบ่งเวลาระหว่างการเรียนกับทำงาน ส่วนตัวคิดว่าจะได้เป็นแค่นางแบบ แต่พอได้โอกาสทางการแสดง ก็ลองทำดู แค่ได้รับโอกาสก็ดีใจแล้วค่ะ จริงๆ ก็คิดว่าตัวเราเองยังไม่พร้อม แต่เมื่อผู้ใหญ่เชื่อว่าเราทำได้ เห็นว่าเรามีของที่สามารถปล่อยออกมาได้ ก็ยินดีค่ะ จะเก็บประสบการณ์ที่ได้ไปเรื่อยๆ”
เธอไม่รู้สึกซีเรียสเลยที่ได้ตำแหน่งมานาน แต่เพิ่งมาดังเปรี้ยงปร้างเมื่อไม่นานมานี้ เพราะเป็นโอกาสดีที่เธอได้มีเวลาฝึกฝนฝีมือทางด้านการแสดงของเธอให้พร้อมมากที่สุด ถือเป็นโชคดีที่ได้ฝึกภาษาไทยให้ชัดขึ้นด้วย เพราะยังมีบางคำที่อ่านไม่ออก ยังมีปัญหาในเรื่องการสะกดคำ ยิ่งมาทำงานการแสดงต้องสื่อสารภาษาไทยให้คนดูยิ่งต้องฝึกฝน รวมถึงเรียนแอ็กติ้งกับทางช่อง 7 ซึ่งนางเอกผิวสวยพูดถึงงานของเธอให้ฟังว่า
“รู้สึกดีใจค่ะ ที่เขาเห็นความสามารถเรา ช่วงแรกๆ จะมีอาการเกร็งและกดดันตัวเองอยู่บ้าง เพราะต้องเล่นละครกับพี่ๆ ที่มีความสามารถหลายคน เราก็ศึกษาจากพวกพี่ๆ ขอคำแนะนำ แล้วปรับตัว ให้ตัวเองรีแลกซ์มากขึ้น เซฟคิดว่าการพัฒนาในเรื่องของการแสดง มันไม่มีวันหยุดค่ะ เราต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ”
ผลงานที่ผ่านมาสอนให้เธอปรับนิสัยของสาวห้าวที่แสนขี้อายให้กล้าแสดงออกมากขึ้น จนสามารถก้าวมาเป็นนางเอกของช่อง โดยล่าสุดได้รับบทนางเอกละครหลังข่าวเต็มตัวในเรื่อง “เพลิงตะวัน” บทบาทสุดท้าทายที่ต้องเล่นเป็นคู่แฝดในบทสาวสองบุคลิกที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว ทำให้ใครต่อใครเทใจ เป็นกำลังใจให้เธอในความทุ่มเทนอกจากงานละครและโฆษณาต่างๆ ที่ได้เห็นกัน
เซฟ กล่าวทิ้งท้ายว่า ยังไม่อยากลองอะไรใหม่ๆ เพิ่มเติม เพราะคิดว่าเธอยังต้องพัฒนาฝีไม้ลายมืออีกมาก แถมยังต้องตั้งใจเรียนให้จบ พร้อมเผยว่า ยังไงแล้วงานเดินแบบก็เป็นงานที่เธอชื่นชอบและยังคงอยากทำมากที่สุด







