posttoday
ฟังเสียงหัวใจตัวเอง

ฟังเสียงหัวใจตัวเอง

27 กันยายน 2558

หนึ่งในบรรดานิตยสารที่ผู้เขียนหยิบมาเปิดอ่านแล้วรู้สึกได้รับพลังบวกกลับคืนมาทุกครั้งคือ O หรือ The Oprah Magazine นิตยสารผู้หญิงของ โอปราห์ วินฟรีย์

โดย...แหนง-ดู ภาพ เอเอฟพี

หนึ่งในบรรดานิตยสารที่ผู้เขียนหยิบมาเปิดอ่านแล้วรู้สึกได้รับพลังบวกกลับคืนมาทุกครั้งคือ O หรือ The Oprah Magazine นิตยสารผู้หญิงของ โอปราห์ วินฟรีย์ สตรีผู้ร่ำรวยและทรงอิทธิพลที่สุดในวงการบันเทิงของโลก

กว่าจะประสบความสำเร็จและยืนอยู่ตรงจุดนี้ได้ โอปราห์ต้องฝ่าฟันมามากมายหลายอย่าง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและในสังคมการทำงาน เธอต้องต่อสู้กับอคติเรื่องเชื้อชาติ เพศ รวมทั้งรูปลักษณ์ภายนอก แม้จะล้มกี่ครั้ง เธอก็ลุกขึ้นสู้ นั่นจึงทำให้ผู้หญิงแอฟริกัน-อเมริกันคนนี้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจของคนมากมายทั่วโลก

ชีวิตจริงของ โอปราห์ วินฟรีย์ นั้นเรียกได้ว่า ยิ่งกว่านิยาย!!!

เธอเป็นเด็กผิวสีผู้ยากจนจากสลัมในรัฐมิสซิสซิปปี โอปราห์เกิดจากความไม่พร้อมของแม่วัยรุ่น เธอถูกญาติข่มขืนตอนเป็นเด็กๆ และเมื่ออายุ 14 ปี เธอก็คลอดลูกออกมา ก่อนที่ทารกน้อยจะเสียชีวิต สาวน้อยถูกส่งตัวไปอยู่ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ก่อนจะย้ายไปอยู่กับพ่อ และโดนญาติข่มขืนอีกครั้ง

ถึงจะพบกับเรื่องหนักๆ มามาก เธอกลับไม่ยอมแพ้หรือทำตัวย่ำแย่ยิ่งไปกว่าเก่า โอปราห์กลายเป็นนักเรียนเรียนดี เธอได้ทุนการศึกษาจนจบมหาวิทยาลัย และได้เป็นผู้ประกาศข่าวหญิงผิวสีคนแรกของสหรัฐ ชีวิตของเธอเป๋ไปอยู่ช่วงหนึ่งเพราะยาเสพติด แต่ก็กลับมาและแจ้งเกิดในฐานะพิธีกรรายการทอล์กโชว์ รายการ The Oprah Winfrey Show ของเธอนั้นสร้างสถิติเป็นรายการที่มีเรตติ้งสูงสุด

สิ่งที่ทำให้รายการของโอปราห์น่าสนใจอยู่ที่การเลือกประเด็นซึ่งล้วนน่าสนใจ ประทับใจ และสะเทือนใจ แขกที่มาร่วมรายการมีทั้งคนมีชื่อเสียงและคนธรรมดาซึ่งมีเรื่องราวไม่ธรรมดา ทำให้ทอล์กโชว์ของเธอเป็นที่กล่าวขวัญถึงหลังออกอากาศเสมอๆ ขณะอยู่ในรายการหรือตอนที่ถูกสัมภาษณ์ ผู้หญิงคนนี้ยังแสดงความจริงใจ เห็นใจ รวมทั้งเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนออกมา  

ความเชื่อของเธอทำให้ปรากฏเป็นจริงจนใครๆ เรียกว่าเป็น Oprah Winfrey Rule คือ การเปลี่ยนความคิดของคนอื่นๆ ด้วยความประทับใจ ไม่ใช่การให้เหตุผลหรือการใช้ความรู้หรือถกเถียงให้ชนะ

“ต้องเล่าเรื่องให้คนฟังรู้สึกตามไปด้วย คนเราจะทำเมื่อรู้สึก...”

หลังจากปิดฉากรายการยอดฮิต โอปราห์ออกมาสร้างสถานีโทรทัศน์ของตัวเอง ทั้งยังมีนิตยสาร เว็บไซต์ ฯลฯ อยู่ใต้การดูแล เธอรั้งตำแหน่งสตรีผู้ร่ำรวยติดอันดับโลก และราชินีแห่งวงการบันเทิงมายาวนาน พร้อมๆ กันยังทำงานการกุศลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการศึกษาและบทบาทของผู้หญิง รวมทั้งดูแลเด็กๆ ทั่วโลก

เพราะโอปราห์เชื่อในเรื่องการเปลี่ยนบาดแผลให้กลายเป็นภูมิปัญญา ความเจ็บปวดและบาดแผลในชีวิตจะไม่สูญเปล่าหากเราได้เรียนรู้สิ่งที่ผ่านพบ โอปราห์จึงไม่เคยเหนียมอายที่จะนำมาแบ่งปันกับคนอื่น ด้วยหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้คนไม่ต้องพบเจอกับเรื่องราวคล้ายคลึงกับเธอ รวมทั้งยังอาจจะทำให้สังคมและโลกดีขึ้นกว่าเดิม โอปราห์เดินมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะทัศนคติ วิธีคิด และปฏิกิริยาตอบรับต่อปัญหา ทั้งหมดนั้นเธอได้นำเสนอเพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านผ่านนิตยสารรวมทั้งเว็บไซต์ oprah.com รวมทั้งสื่ออื่นๆ ในมือของเธอ และผ่านคำพูดในวาระต่างๆ

ในพิธีจบการศึกษาของบัณฑิตใหม่จากรั้วสแตนฟอร์ดเมื่อ 7 ปีที่แล้ว โอปราห์บอกกับบัณฑิตจบใหม่ถึงการให้ความสำคัญกับ “ความรู้สึก” หรือ “เสียงจากภายใน”

เธอเล่าย้อนถึงตอนที่เรียนจบและมาเป็นนักข่าวใหม่ๆ ว่า หัวหน้าบอกให้เปลี่ยนชื่อเป็นชื่อที่จำง่ายและฟังดูเป็นมิตร เธอต้องไปยืดผม และถูกตำหนิว่าทำงานเกินหน้าที่นักข่าว เวลานั้นเธอรู้สึกว่า... พื้นที่ตรงนั้นไม่ใช่สำหรับเธอ

ไม่น่าแปลกใจที่โอปราห์อยู่ได้ไม่นานก็ต้องลาออก แล้วย้ายไปทำรายการทอล์กโชว์ เวลานั้นเสียงจากข้างในบอกกับเธอว่า นี่ล่ะคือสิ่งที่ใช่

ความสำเร็จทุกๆ สิ่งที่ผ่านมาในชีวิต โอปราห์เชื่อว่าล้วนเกิดมาจากการเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง ในทางตรงกันข้ามความล้มเหลวหลายครั้งก็เกิดมาจากการไม่ยอมฟังเสียงข้างในตัวเองเช่นกัน

“ถ้ารู้สึกว่าใช่ก็ทำไป ถ้ารู้สึกไม่ใช่ให้หยุด และรอฟังเสียงหัวใจตัวเอง”

คนอย่างโอปราห์นั้นรู้ดีกว่าใครๆ ว่า ความสำเร็จในทุกๆ เรื่องย่อมไม่มีทางลัด การทุ่มเททั้งชีวิตและจิตใจให้กับสิ่งที่ทำจะนำมาซึ่งความสำเร็จ เธอยังมองเห็นว่าทัศนคติในการดำเนินชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ อนาคตที่งดงามนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ถ้าหากเรารู้ตัวและเปลี่ยนทัศนคติใหม่

และทุกๆ อย่างเริ่มต้นจากการฟังเสียงหัวใจตัวเอง

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้