
อดทน
ชีวิตในเมืองกรุงห้ามบ่นว่ารถติด และอย่าอ้างถ้าผิดนัดด้วยเหตุดังว่า เพราะมันเป็นเรื่องปกติ ที่ผิดปกติก็คือรถไม่ติดต่างหาก
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
ชีวิตในเมืองกรุงห้ามบ่นว่ารถติด และอย่าอ้างถ้าผิดนัดด้วยเหตุดังว่า เพราะมันเป็นเรื่องปกติ ที่ผิดปกติก็คือรถไม่ติดต่างหาก
หลายคนใช้เวลาเดินทางไปทำงานในชั่วโมงเร่งด่วนร่วมชั่วโมงกว่าๆ ถ้านับขากลับบ้านอีกชั่วโมงนิดๆ เบ็ดเสร็จเวลาที่อยู่บนท้องถนนในแต่ละวันร่วม 3-4 ชั่วโมง น่าเสียดายเวลาเหล่านี้เอาไปทำประโยชน์หรือพักผ่อนแทน
ถนนบางเส้นในใจกลางเมือง ขนาด 4-5 ทุ่ม ที่อยู่ในช่วงหลับใหลน่าจะปลอดโปร่งโล่งสบายแต่ก็ยังหนาแน่น ติดสาหัสจนไม่น่าเชื่อ พนักงานกว่าจะเดินทางถึงบ้านก็ปาเข้าไปดึกดื่น
ยิ่งถ้าฝนตกในตอนดึกด้วยแล้ว กรุงเทพฯ เมืองที่ภูมิต้านทานต่ำกับฟ้าฝน ได้กลับถึงบ้านก่อนตี 1-2 ถือว่าโชคดีกว่าต้องไปนอนค้างคืนหลบฝนที่ออฟฟิศ ที่แย่กว่านั้นคือพวกที่ฝ่าฝนเกิดรถเสียทุลักทุเลกลางทาง ต้องเสียตังค์ยกรถ ซ่อมเครื่องอีกเป็นพัน
กรุงเทพฯ เมืองรถติด มลพิษหนัก ถ้าเปรียบเป็นคนมันคงสุขภาพย่ำแย่ไอค่อกแค่ก ทำงานหนัก ไม่มีเวลาพักผ่อนหรือได้หายใจ เพราะถ้าไม่ติดเรื่องนั้นก็ต้องไปติดเรื่องนี้
รถว่าโล่งแล้วในตอนดึกก็ต้องไปติดจากด่านตำรวจตรวจสารพัด ถ้าไม่มีด่านก็ต้องติดซ่อมถนน ซ่อมท่อ วางสายใต้ดิน วินาศสันตะโร
ถ้าไม่ติดทั้งสองอย่าง ก็ต้องมาติดสร้างรถไฟฟ้าเป็นวงจรที่เกิดขึ้นกับคนกรุงบนคอนเซ็ปต์ “อดทนวันนี้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าในวันหน้า”
สรุป ติดทั้งวันอยู่แล้วยังเกือบทั้งคืนอีก
คนกรุงต้องอดทนอยู่กับการสร้างรถไฟฟ้า นับนิ้วดูแล้วก็ร่วม 20 ปี ครั้งแรกสร้าง “รถไฟฟ้าบีทีเอส” ราวปี 2538 เปิดใช้บริการปี 2542 ตามด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน เปิดใช้ปี 2547 จากนั้นก็ยืด เติมส่วนต่อขยายไปเรื่อยๆ เส้นนั้นเส้นนี้ และเริ่มมาลงสายต่างๆ ทั้งสายสีน้ำเงินเส้นจรัญฯ สายสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ
ปัจจุบันที่กำลังก่อสร้างคือสายสีเขียว กระทบกับจราจรเส้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หนัก อนาคตยังมีอีก 10 กว่าสายที่รอรัฐบาลอนุมัติ ไม่น่าเกินปี 2563-2564 น่าจะเสร็จและเปิดใช้ได้หมด ปัญหารถติดโคม่าจากการสร้างรถไฟฟ้าจึงมีอยู่ต่อไปอีกหลายปี รวมอดีตจนถึงสร้างเสร็จใช้เวลาเบ็ดเสร็จไม่เกิน 30 ปี
ปัญหาระหว่างสร้างมีสารพัด โครงการเสร็จช้า เลื่อนแล้วเลื่อนอีก สภาพถนนในแนวก่อสร้างย่ำแย่ ขุดทำบ่อพักน้ำทิ้งตลอดช่วง เก็บงานไม่ละเอียด เกิดอุบัติเหตุระหว่างก่อสร้าง เครนตกใส่รถที่สัญจรไปมา รถติดกันอลหม่าน แต่ทำไงได้ก็ต้องทนต่อไป
ในกรุงเทพฯ ถ้าจุดใหญ่จุดหนึ่งถูกปิดก็จะกระทบทั้งเมือง ที่เห็นชัดตอนม็อบปิดถนน ชัตดาวน์แค่บางจุด กรุงเทพฯ เป็นอัมพาตนิ่ง ผู้คนต้องเลิกใช้รถหันมานั่งรถไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์แทน
เรากำลังอยู่ในโหมดสร้างรถไฟฟ้าทั้งมุดใต้ดิน ลอยฟ้า ระทึกไปถึงทะลุ ข้ามแม่น้ำ แต่ที่สุดก็ไม่สามารถแก้ปัญหาจราจรได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะการเติบโตจำนวนรถใหม่ที่เข้ามาในแต่ละปีมีมากขึ้น ขณะที่ถนนไม่ได้เพิ่มตามรถ ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ขนคนได้เยอะจริงแต่ก็ยังไม่เพียงพอ
ผู้บริหาร กทม.เคยบอกว่า แม้ในอนาคตจะสร้างรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ เต็มสูบเสร็จ ก็ไม่ได้ช่วยลดปัญหาจราจรเพราะเมืองมันโตไปเรื่อยๆ และก็ไม่เชื่อว่าคนจะทิ้งรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ แล้วหันมานั่งรถไฟฟ้า
สภาพเมืองกรุงที่เป็นอยู่ ติดแน่นจนรู้สึกอึดอัด ขยายก็แล้ว เบ่งบวมทั้งด้านข้าง ด้านบน ชานเมืองข้างเคียงเติบโตทั้งปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี ถึงเวลาที่ต้องทบทวนเรื่องการย้ายเมืองหลวง ก่อนที่กรุงเทพฯ จะบดแน่นเป็นแซนด์วิช







