
ขออภัย... มือเก่าหัดขี่
ผมเคยปลุกแม่ ตอนที่แม่กำลังนอนกลางวันอยู่ จริงๆ ถ้าผมจำไม่ผิด แม่อาจกำลังไม่สบายเล็กน้อย ทำนองปวดหัวแล้วงีบหลับไป
โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]
ผมเคยปลุกแม่ ตอนที่แม่กำลังนอนกลางวันอยู่
จริงๆ ถ้าผมจำไม่ผิด แม่อาจกำลังไม่สบายเล็กน้อย ทำนองปวดหัวแล้วงีบหลับไป ผมไม่ได้คิดอะไรมากเลย นอกจากความน้อยใจที่แม่รับปากผมว่าจะพาไปซื้อจักรยานใหม่
ผมเริ่มเขย่าแขนแม่ เพื่อทวงสัญญาที่แม่บอกผมว่า ถ้าผมกวาดบ้านถูบ้านแม่จะพาไปซื้อจักรยานคันใหม่ แน่นอนว่าผมรีบกวาดบ้านถูบ้านอย่างว่องไว พอเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่ดันมานอนหลับซะนี่
ด้วยความเป็นเด็ก ในขณะนั้นไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนเลย นอกจากอยากได้จักรยานคันใหม่ ผมเขย่าแขนแม่และทวงสัญญา แม่คงเพลียจากการทำงาน จึงบอกผมว่าค่อยไปซื้อวันหลัง
เท่านั้นแหละพอได้ยินคำว่าวันหลัง สมองก็สั่งการให้งอแงขยับแข้งขยับขาแหกปากตามประสาเด็ก หนำซ้ำพอแม่ไม่สนใจก็ยิ่งโวยวาย วิ่งออกไปหยิบเศษทรายมาโปรยเต็มบ้าน ชดเชยการทำความสะอาดที่เสียเปล่า คราวนี้ได้ผล แม่ตื่นมาหยิบไม้วิ่งไล่ตีกันสนุกสนาน สุดท้ายเย็นวันนั้นแม่พาผมไปซื้อจักรยานคันใหม่จนได้
หลังจากขึ้นรถตู้รับส่งนักเรียนอยู่ 3-4 ปี ผมเริ่มปั่นจักรยานมาโรงเรียนตอน ป.5 มันเป็นจักรยานคันเดิมที่แม่เคยซื้อให้ผม เป็นคันที่เปลี่ยนอะไหล่เกือบทุกอย่าง ยกเว้นแต่เฟรมซึ่งเป็นโครงสร้างหลัก นอกนั้นผุพังไปตามกาลเวลา
แม่ไม่ได้ซื้อจักรยานคันใหม่ให้ผม อาจด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจและการปั่นจักรยานไปโรงเรียน ต้องจอดไว้ทั้งวัน รถใหม่ๆ มักถูกแกล้งปล่อยลมยาง ขูดเป็นรอย แม้กระทั่งถูกขโมยไปเลย
พ่อผมเอาจักรยานคันเก่ามาเปลี่ยนอะไหล่และพ่นสีใหม่ แม้ว่าจะไม่เนียนเหมือนของใหม่ๆ แต่ก็ยังพอบดบังความเก่าไปได้บ้าง
ผมจำได้ลางๆ ว่า เพื่อนร่วมทางกลับบ้าน 2-3 คน ใช้รถจักรยานคันใหม่ ลึกๆ ผมแอบอิจฉาเขา คันหนึ่งเป็นคันที่มีโช้กกันกระแทกทั้งหน้าและหลัง ผมรู้สึกด้วยตาเปล่าว่า ตอนขี่คงนิ่มมากๆ อีกคันเป็นรถจักรยานที่มีเกียร์แบบคันโยกรถยนต์ ตอนนั้นเป็นจักรยานที่ออกโฆษณาทางทีวี จึงเท่ระเบิดเลยหากใครได้ขี่มัน และแน่นอนว่าเวลาขี่กลับบ้านพร้อมกัน จักรยานของผมรั้งท้ายเสมอ เพราะสู้ความเร็วของสองคันนั้นไม่ได้
โชคดีว่าตอนนั้นผมเริ่มโตพอที่จะไม่ร้องขอจักรยานคันใหม่กับแม่ และไม่เอาเศษทรายมาโรยในบ้านอีก
ผมห่างหายจากการขี่จักรยานไปนานหลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษา เนื่องจากพอเรียนชั้นมัธยมต้องเรียนไกลออกไปเกินกว่าจะปั่นจักรยานไปโรงเรียนได้
ผมกลับมาซื้อจักรยานเพื่อขี่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากเริ่มทำงานแล้ว ผมต้องนั่งรถตู้เพื่อเข้าเมืองและต่อรถอีกสองทอดเพื่อไปทำงาน ขั้นตอนแรกของการเดินทางออกจากบ้าน คือการเดินเท้าออกมาหน้าหมู่บ้านเพื่อรอรถตู้เสียก่อน
หลังจากเงินเดือนออก ผมตัดสินใจไปหาซื้อจักรยานที่ห้างสรรพสินค้า ราคามันถูกมากๆ ประมาณพันกว่าบาท แต่สีสวยงาม เหมือนจักรยานสมัยที่ผมอยากได้ตอนเด็กๆ
จริงๆ มีคนพูดติดตลก เตือนผมว่า อย่าไปซื้อจักรยานพวกนี้ มันเป็นจักรยานจากประเทศจีนที่ราคาถูกๆ ไม่มีคุณภาพ เอาแค่เข็นลงบันไดเลื่อนก็โซ่หลุดแล้ว 555 ซึ่งมันก็ดูเวอร์ๆ เกินจริงไปสักหน่อย
ท้ายสุดแล้ว คำว่าคุณภาพตามราคาก็เป็นที่ประจักษ์ วันแรกของจักรยานใหม่เกือบพาผมล้มกลางทาง เพราะรถเบรกไม่อยู่ ผมกำมือเบรก จนมือเบรกซึ่งเป็นพลาสติกหัก จากนั้นเลยกลายเป็นรถที่มีเบรกหลังข้างเดียว ส่วนเบรกหน้าเบรกไม่ได้ เพราะมือเบรกหักตั้งแต่วันแรกที่ซื้อ
วันต่อมาหลังกลับจากทำงาน กำลังจะขี่จักรยานเข้าหมู่บ้าน ก็พบว่าจอดไว้เฉยๆ ยางรถก็รั่ว ไม่น่าจะโดนอะไรตำแต่คงเป็นเพราะคุณภาพยางที่ผลิต และการโดนแดดแรงๆ ทั้งวัน สุดท้ายร้านซ่อมจักรยานแนะนำให้เปลี่ยนยางในทั้งสองล้อ นั่นหมายความว่า จักรยานราคาพันกว่าบาทเริ่มขยับตัวสูงขึ้นจากการต้องเปลี่ยนอะไหล่ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์
ผมขี่จักรยานคันนี้ได้เกือบปี เรียกว่าเปลี่ยนอะไหล่แทบทั้งคัน จนน่าจะเกินราคาค่าตัวรถตอนที่ซื้อมาแล้ว สภาพจากการตากแดด ตากฝน จนเก่าสีซีดจาง เบาะมีรอยขาด ทำให้ผมมาจอดทิ้งไว้หน้าหมู่บ้านโดยไม่จำเป็นต้องล็อกล้อมันอีกต่อไป เพราะคิดว่าไม่น่าจะมีใครมาขโมย
กระทั่งค่ำวันหนึ่ง ระหว่างที่ผมกำลังมองหาจักรยานที่จอดไว้หน้าหมู่บ้านเพื่อขี่เข้าบ้าน ผมไม่เจอจักรยานคันนั้นอีก มันได้อันตรธานหายไปจนได้ ปิดตำนานจักรยานซื้อถูกซ่อมแพงนับตั้งแต่วันนั้น
ผมกลับมาขี่จักรยานอีกครั้งก็เพราะปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือด ทำให้จำเป็นต้องหาทางออกกำลังกาย เพื่อปรับสมดุลและให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
ผมใช้เวลาหมกมุ่นอยู่นานนับสัปดาห์ในเว็บและเพจเกี่ยวกับจักรยาน ในสมองตีกันว่าด้วยเรื่องของดีกับของถูก สุดท้ายผมแวะเวียนไปตามร้านจักรยาน เพื่อดูของจริงว่าอันไหนน่าจะเหมาะสำหรับถอยมาออกกำลังกาย
เรื่องเหลือเชื่อคือจักรยานสมัยนี้แพงมาก ผมไปลองดูของจริงที่ร้านแห่งหนึ่ง เห็นราคาแล้วไม่กล้าจับมาลองเลย กลัวว่าสินค้าเขาจะเป็นรอย และรู้เงินในกระเป๋าตัวเองดีกว่าน่าจะสู้ไม่ไหว
ในขณะที่ผมเชื่อว่ามีคนประสบปัญหาการตัดสินใจเลือกซื้อจักรยานแบบผมเหมือนกัน จึงเข้าไปอ่านคอมเมนต์ต่างๆ ในเว็บพันทิป จนได้บทสรุปว่า เลือกของถูกเพราะเราเอามาออกกำลังกาย ขี่คันไหนก็ได้เหงื่อ ผมตกลงปลงใจไปถอยจักรยานเสือภูเขาเฟรมเหล็ก น้ำหนักสุทธิเกือบ 18 กิโลกรัม มาประจำการ วันแรกๆ ผมพอใจมันมาก เพราะเรียกเหงื่อได้เป็นอย่างดี แต่ความคิดดีๆ เหล่านี้ก็เปลี่ยนไปโดยพลัน เมื่อระหว่างการปั่นออกกำลังกายในสวนสาธารณะใกล้บ้าน ผมเจอรถพับคันเล็กๆ แซงหน้าไปอย่างไม่เห็นฝุ่น หนำซ้ำระหว่างปั่นเพลินๆ ก็มีเด็กเกรียนๆ เอาจักรยานคันเล็กๆ มาท้าปั่นแข่งและแซงหน้าผมไปอีก
ผมกลับมาหมกมุ่นในเว็บและเพจจักรยานอีกครั้ง เริ่มเห็นความจริงบางเรื่องว่าจักรยานที่มีราคามันมีอุปกรณ์ที่ดีอยู่ในรถ จึงทำให้ปั่นคล่องขึ้น แถมจักรยานที่ซื้อมาแพงมียี่ห้อพอให้เท่ ยังสร้างกำลังใจในการออกมาขี่บนถนนเสียอีก จนสุดท้ายผมประกาศขายจักรยานเสือภูเขาที่ซื้อมาได้ไม่ได้นาน และไปถอยจักรยานคันใหม่มาจนได้
แม้จะมีจักรยานคันใหม่ที่ดีขึ้น แรงขึ้น และแพงขึ้น ทำให้รู้สึกดีในการขี่พอสมควร แต่แล้วผมก็พบสัจธรรมของจักรยานที่แท้จริงว่า ไม่ว่าจักรยานจะแพงสักแค่ไหนก็อยู่ที่แรงคนปั่นอยู่ดี
หลังจากออกขี่จักรยานบ่อยขึ้น จนได้ระยะรวมกันหลายร้อยกิโลเมตรแล้ว สัจธรรมของคนขี่จักรยานก็เริ่มเข้าสิงผมอีกเรื่องจนได้ สถานการณ์ขณะนี้กลายเป็นแม่ที่งอแงกับผมแทน ว่าผมบ้าจักรยานเกินไป โดยเฉพาะผมกำลังเป็น “โรคงอก” อันเป็นสัจธรรมของนักขี่จักรยานจำนวนมากที่จะต้องมีจักรยานอีกคัน และอีกคันไม่สิ้นสุด
สุดท้ายผมกลับมาหมกมุ่นเว็บและเพจจักรยานอีกครั้ง เพื่อเตรียมงอกจักรยานคันใหม่ในไม่ช้านี้...







