
สีน้ำ ศิลปะ ชีวิต
ตอนเด็กๆ ชอบวาดรูป โตขึ้นก็อยากเรียนด้านศิลปะ อยากเขียนรูปจริงๆ จังๆ แต่ผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วย
โดย...เสน่ห์จันทน์ ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
“ตอนเด็กๆ ชอบวาดรูป โตขึ้นก็อยากเรียนด้านศิลปะ อยากเขียนรูปจริงๆ จังๆ แต่ผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วย เส้นทางการเรียนจึงเบนเข็มไปทางบริหารธุรกิจ จบออกมาก็ทำงานช่างภาพโฆษณาอยู่ 17 ปี จนเมื่อ 15 ปีที่แล้วไปเรียนวาดรูปสีน้ำ จนทุกวันนี้เขียนรูปอย่างเดียว” พรพรรณ ศรีธนาบุตร กล่าว
ไม่มีใครแก่เกินเรียน และไม่มีคำว่าสายสำหรับสิ่งที่แสดงความเป็นตัวตนของเราเอง และเมื่อเราชอบอะไร โลกก็จะตวัดสิ่งนั้นกลับมาให้เรา ถ้าเราชอบ รักมันจริงๆ และรอที่จะลงมือทำมันอยู่
“รอยสีริมทาง” คือชื่อนิทรรศการผลงานสีน้ำ 70 ชิ้นของพรพรรณ จัดแสดงเดี่ยวเป็นครั้งที่ 2 ทิ้งห่างจากครั้งแรก 6 ปี แต่ครั้งนี้มีความหลากหลายในเนื้อหามากขึ้น งานแสดงเดี่ยวชุดแรกแสดงแต่รูปดอกกล้วยไม้ (ชมนกชมกล้วยไม้) ชุดนี้หยิบเรื่องราวความประทับใจจากสิ่งที่รายล้อมรอบตัว สิ่งที่พบเห็นจากการเดินทาง ความชอบส่วนตัว นำมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะด้วยเทคนิคสีน้ำบนกระดาษในแนวที่ถนัด คือ แบบเสมือนจริง (Realistic)
“เมื่อก่อนเขียนดอกไม้อย่างเดียว เขียนจนเราชำนาญที่สุด เขียนกล้วยไม้ก็กล้วยไม้นานหลายปี เปลี่ยนมาเป็นดอกกุหลาบ ลีลาวดี เขียนให้ดีที่สุดถึงเปลี่ยน เขียนดอกไม้มาเป็น 10 ปี พอจบนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกก็ลองเขียนแนวอื่นดูบ้าง มีสัตว์ คน ทิวทัศน์ บ้านเรือน วิถีชีวิต ก็เลยนำมาจัดแสดงในครั้งนี้ เพราะแต่ละอย่างไม่มีมากพอที่จะทำเซตเดียว แต่ในนิทรรศการครั้งหน้าก็อาจจะดึงสักอย่างในนี้มาจัดแสดงเป็นเซตเดียว ผลงานครั้งนี้จะเป็นภาพสีน้ำเกือบทั้งหมด จะมีภาพเขียนด้วยเทคนิคพาสเทลนำมาแสดงด้วยเป็นบางส่วน”
ส่วนหนึ่งของงานนี้มีชุดภาพบุคคลที่ศิลปินเริ่มหัดเขียนมาประมาณ 3 ปี ส่วนที่คัดมาแสดงนี้เป็นภาพบุคคลที่เคารพนับถือ ชื่นชอบ เพื่อนและคนใกล้ตัว
“วาดภาพคนเพิ่มมาทีหลัง ได้แรงบันดาลใจมาจากอาจารย์บุญกว้าง นนท์เจริญ ก็ไปศึกษาจากอาจารย์ เรียนจบก็เขียนต่อมาเรื่อยๆ ซึ่งเขียนภาพคนยากกว่าดอกไม้ เพราะเขียนภาพคนต้องมีความเหมือนถึงจะเป็นคนคนนั้น เพี้ยนไม่ได้ แต่เหมือนต้องไม่ใช่แบบติดบัตร แต่ต้องจับอารมณ์ ดึงบุคลิกของคนนั้นออกมาให้ได้ด้วย ถ้าเป็นไปได้จะถ่ายรูปคนต้นแบบเอง จะได้จัดแสงเงาให้มีมิติ มีน้ำหนักของแสง จัดองค์ประกอบ ซึ่งเราแม่นเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเมื่อก่อนเป็นช่างภาพโฆษณา”
ถ้าพูดถึงภาพดอกไม้สีน้ำ ผลงานของพรพรรณมีเอกลักษณ์ที่นักสะสมจดจำได้ เพราะนอกจากเหมือนจริงแล้ว งานของเธอจะเก็บเนี้ยบ ละเอียด สะอาด ในความเหมือนจริงมีความพลิ้วไหวในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น แมลง ที่เธอตั้งใจใส่เพิ่มความมีชีวิตให้กับดอกไม้
“เมื่อก่อนจะวาดภาพเต็มกระดาษ ใส่รายละเอียดครบหมด เก็บงานละเอียดเหมือนจริงแต่ไม่ถึงกับกริบมาก แต่ช่วงหลังงานดอกบัว งานชุดไก่ จะเน้นการจัดองค์ประกอบภาพเป็นหลัก งานหลายชิ้นที่ได้ทำในช่วงหลังๆ นี้จะมีการปล่อยพื้นขาว ใช้เทคนิคบนพื้นที่ว่าง เช่น การดีดสี สะบัดสี แสดงให้เห็นคุณสมบัติการไหลซึมและการรุกรานของสี ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของสีน้ำ”
แม้เวลา 15 ปี จะมีนิทรรศการเดี่ยวเพียง 2 ครั้ง ทว่าผลงานของพรพรรณก็ถูกนำมาจัดแสดงร่วมกับศิลปินท่านอื่นอยู่บ่อยๆ เฉลี่ยปีละ 3-6 ครั้ง ส่วนการเกิดของนิทรรศการเดี่ยวพรพรรณต้องการให้มีผลงานจำนวนหลายชิ้น และแต่ละชิ้นเป็นการตกผลึกทางความคิดและเทคนิคแล้ว ดังเช่นชื่อนิทรรศการนี้ที่เธอตั้งเพราะต้องการจะสื่อความหมายของการทำงานศิลปะสีน้ำ
“รอยสี” คือ งานศิลปะ
“ริมทาง” คือ ในช่วงหนึ่งของชีวิตการทำงานศิลปะ ส่วนในอีกความหมาย คือการเขียนภาพนอกสถานที่ ซึ่งศิลปินทำมาโดยตลอด สลับกับการเขียนภาพในสตูดิโอ เพราะเป็นการผ่อนคลายได้ดีอย่างหนึ่ง
“การเดินทางของชีวิตในด้านการทำงานศิลปะ ทำงานอย่างต่อเนื่อง ย่างเข้าปีที่ 15 ได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานศิลปะมาหลากหลายรูปแบบ หลากหลายเทคนิค โลกของศิลปะช่างกว้างขวางมากมาย แต่การฝึกฝนนั้นคิดว่าควรเลือกเอาสิ่งที่ชอบที่สุดอย่างใดอย่างหนึ่ง น่าจะได้ผลสำเร็จที่ดีกว่า ซึ่งสื่อที่คิดว่าถนัดและชอบที่สุดและทำมาอย่างต่อเนื่องก็คือสื่อสีน้ำ การเขียนสีน้ำจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย เปรียบเสมือนการผจญภัยอย่างหนึ่ง มีความท้าทาย มีความตื่นเต้น ต้องมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนล่วงหน้า บางครั้งก็ยังไม่ได้ผล







