
อรวรรณ ชีวะเกตุ ‘มอง-มุม-ภาพ’แบ่งปันรักผ่านภาพถ่าย
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ อรวรรณ ชีวะเกตุ/ภาพ(คน) Jeng
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ อรวรรณ ชีวะเกตุ/ภาพ(คน) Jeng
เจ้าของผลงาน The Art of Seeing Thru My Walk With God อรวรรณ ชีวะเกตุ กราฟฟิกดีไซเนอร์คนเก่ง ผู้สื่อความหมายจากคำสอนต่างๆ ในพระคัมภีร์ผ่านภาพถ่าย เพื่อให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันด้วยความรักความเอื้ออาทร การแสดงครั้งล่าสุดของเธอจัดขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ศาลาสุทธสิริโสภา กรุงเทพฯ ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานมากมายและเสียงปรบมือกึกก้อง สะท้อนถึงน้ำพุแห่งความหวัง ความรักความถ่อมใจ ความดีและความงามที่ผุดขึ้นในใจของทุกคนในวันนั้น
ผลงานภาพถ่ายผ่านการกลั่นกรองจากมุมมองของเจ้าของผลงาน ผู้หวังจะให้คนในสังคมได้ส่งมอบต่อความรักแก่คนรอบข้าง โดยเป็นการใช้ศิลปะภาพถ่ายถ่ายทอดคำสอนจากพระคัมภีร์ ให้ข้อคิดดีๆ ในการดำเนินชีวิต แบ่งปันความรักและกำลังใจ นำมาซึ่งการคืนดีและสันติสุขของคนในสังคม ภาพถ่ายที่จัดแสดงในนิทรรศการทั้งหมดมาจากการเดินทางหลายแสนกิโลเมตรในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
อรวรรณเล่าถึงจุดเริ่มต้น เรียนจบมาแล้วทำงานกราฟฟิกดีไซน์ ได้เงินแต่ไม่ตอบโจทย์ชีวิต มองดูสังคมที่ขาดความรักความเอื้ออาทร อยากส่งความรักและกำลังใจผ่านภาพถ่าย ได้คุยกับเพื่อนสนิทคุณครูอุ้ย-
อภิสิรี จรัลชวนะเพท แห่งโรงเรียนอนุบาลบ้านรัก ซึ่งสนับสนุนทันที ทำได้สิ ส่งต่อความรัก ผ่านข้อคิดและศิลปะในภาพถ่าย จึงไปเรียนคอร์สสั้นๆ เกี่ยวกับการถ่ายภาพ สอนโดยอาจารย์สงคราม โพธิ์วิไล และอาจารย์สุมาลี บุญยะฤทธิ์ เรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพเบื้องต้น จากนั้นจึงเรียนรู้ด้วยตัวเอง พัฒนาทักษะและฝีมือ
สิ่งนี้คือจุดเริ่มต้นของนิทรรศการภาพถ่ายขาวดำเมื่อหลายปีก่อน จนเมื่อได้รู้จักพระเจ้า ก็ได้นำคำสอนต่างๆ ในพระคัมภีร์ถ่ายทอด ผ่านภาพถ่าย ด้วยความหวังจะให้คนในสังคมรักกัน
“ในบางครั้งที่ชีวิตมีปัญหา ได้เห็นภาพให้กำลังใจที่หนุนใจของเรามาก ทั้งที่ก็เป็นภาพทิวทัศน์ที่เห็นได้ทั่วไป แต่เมื่อมาในจังหวะเวลาที่ต้องการ ก็ทรงพลังอย่างที่สุด”
จากจุดเริ่มต้นและกำลังใจจากเพื่อนสนิท คุณครูอุ้ยที่ชวนให้แบ่งปันรักโดยจัดนิทรรศการภาพถ่าย งานของเธอจึงค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้น และต่อมาก็ได้ขยับขยายกลายเป็นงานเดี่ยวไมโครโฟนแบ่งปันรักผ่านภาพถ่ายในเวลาต่อมา
งานแสดงภาพถ่ายและเดี่ยวไมโครโฟนของอรวรรณ ซึ่งจัดขึ้นในแต่ละปี มีผู้ติดตามผลงานของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เบื้องหลังภาพคือปัญหาต่างๆ ที่เจอระหว่างทาง ขณะเดียวกันก็เพิ่มพูนความเชื่อความศรัทธาตามกาลเวลา อรวรรณเล่าว่า ไม่มีทางที่จะรู้เลยว่าเป็นแสนกิโลเมตรนี้ “ภาพ” ของเราจะอยู่ตรงจุดไหนของการเดินทาง อยู่ที่ “มอง” และ “เห็น” หรือไม่
“มอง-มุม-ภาพ” สำหรับเธอแล้ว “มอง” คือ การเก็บเกี่ยวความสวยงามรอบตัวของการเดินทางชีวิต ด้วยความตั้งใจที่ค้นหาภาพนั้นๆ จากแรงบันดาลใจที่มีอยู่รอบตัว “มุม” คือ การถ่ายทอดความหมายผ่านมุมมองใหม่ๆ จากสิ่งธรรมดา และเหตุการณ์เดิมๆ ที่เห็นอยู่ “ภาพ” คือ ภาพสะท้อนความเป็นตัวเรา จากใจและจิตวิญญาณ เพื่อสื่อความหมายดีๆ ส่งต่อคนอื่นให้ได้ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
“ในวันนี้ มอง-มุม-ภาพ ไม่ใช่เพียงภาพที่ค้นพบ แต่คือเราที่มองและเห็น ได้นำมาใช้และได้ทำให้เห็นตัวเอง ผ่านเนื้องานและประสบการณ์ที่เดินไปกับพระเจ้าในแต่ละวัน”
อรวรรณเล่าว่า สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้จากการใช้ทักษะการถ่ายภาพกับการเดินทางอันยาวนาน คือความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ความเคารพต่อตัวเอง ความจริงใจ และการช่วยเหลือผู้อื่น สำหรับความสามารถที่มีเป็นของขวัญจากเบื้องบน ที่ทำให้เธอมีโอกาสได้แบ่งปัน ได้เป็นกำลังใจหรือแม้กระทั่งได้ให้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตแก่เพื่อนร่วมสังคมผ่านคำสอน
“ไม่ได้หวังว่าสังคมจะดีขึ้นชั่วข้ามคืน แต่หวังว่าหากแต่ละคนเสียสละ เริ่มทำสิ่งดีๆ ให้แก่กันเพียงคนละเล็กน้อย ก็จะเป็นเหมือนความสุขเล็กๆ ที่ค่อยๆ เติมให้แก่สังคม ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะทุกคนก็คือเฟืองที่ขับเคลื่อนผลักดันซึ่งกันและกัน ใครทำอะไรได้ก็ทำสิ่งนั้น เพื่อเปลี่ยนแปลงสู่สังคมแห่งความรักและสันติสุข”







