posttoday
ชญาน์ทัต วงศ์มณี ‘มองให้ไกลกว่า… ใครเลือกเพศไหน?!’

ชญาน์ทัต วงศ์มณี ‘มองให้ไกลกว่า… ใครเลือกเพศไหน?!’

27 สิงหาคม 2558

พื้นที่สื่อของคนเพศทางเลือกมีน้อยมาก เมื่อเห็นการเปิดหน้าอย่างจริงจังชัดเจน

โดย...ปอย ภาพ ไชยกฤต แซ่ตั่น

พื้นที่สื่อของคนเพศทางเลือกมีน้อยมาก เมื่อเห็นการเปิดหน้าอย่างจริงจังชัดเจน ชญาน์ทัต วงศ์มณี Communication Director โอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์ บอกว่า จึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก ก็ย่อมรู้สึกดีอยู่แล้วที่มีวันเปิดโปรไฟล์ของ LGBT ในโพสต์ทูเดย์วันนี้ แต่ด้วยแพตเทิร์นคำถามที่ยอมรับว่าติดตามอ่านอยู่ทุกๆ สัปดาห์ ก็รู้สึกได้ว่ายังไม่ได้เปิดไปไกลกว่าการตั้งคำถามที่ว่า ใครเพศไหน? หรือพ่อแม่ เพื่อนฝูงยอมรับได้หรือไม่? ใครมีปัญหาอย่างไรบ้างกับทางที่เลือก? เด็กๆ โดนล้อไหม? สังคมยอมรับเราหรือไม่?

ชญาน์ทัต บอกว่า ชีวิตของเขาไม่เคยถูกล้อมกรอบ หรือประสบปัญหาเหล่านี้เลย...แม้สักเรื่องเดียว แล้วถ้าให้ไขรหัสลับนี้ก็ขอตอบว่า เขาไม่สนใจการเลือกเพศวิถีทั้งของตัวเองและของคนรอบข้างมานานแล้ว

“ยิ่งได้มาทำงานที่โอกิลวี่แล้ว ผมเปรียบเหมือนกับที่นี่มีบรรยากาศแบบสหประชาชาติ (หัวเราะชอบใจ) คือคนหลากหลายรูปแบบมาก หลากหลายทางเพศมากมาย แล้วเรื่องสำคัญที่สุดคือ เรามองทุกคนเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ไม่ได้มองคนนี้เป็นผู้ชาย คนนั้นคือผู้หญิง หรือคนโน้นเป็นกะเทยสนุกกับการแต่งหญิง หรือคนนี้คือเกย์ แม้ว่าเราเป็นเอเยนซีที่สังคมมีเพศใดๆ มากมาย แต่ด้วยความหลากหลายทางเพศนี่เองครับ กลายเป็นความเจ๋งมาก ที่ทำให้เราไม่ได้มองเรื่องอื่น เรา Respect คนที่ผลงานจริงๆ เรานับถือในคุณค่าที่เขามี

ผมโชคดีมากครับที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ตอนแรกก็ทำไปก็ไม่รู้หรอกนะครับ คำโบราณก็คงว่าเราใกล้เกลือกินด่างอะไรแบบนั้น จนเพื่อนรุ่นพี่มาที่ออฟฟิศแล้วบอกว่าที่ทำงาน ท็อฟ (นิกเนม) ดีจังนะ ที่ใครจะเป็นอะไรก็ได้หมด ทุกคนเป็นตัวของตัวเองดี ผมจึงย้อนกลับมาดู เออ...ดีจริงๆ ด้วย เราอิสระ เรารักความเป็นมนุษย์ของทุกคน ขณะที่บางแห่งเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะเป็นตัวของตัวเองได้เต็มร้อยแบบนี้” ชญาน์ทัตเริ่มต้นสนทนา เมื่อโดนจู่โจมด้วยคำถามว่าตอบอะไรในส่วนลึกของตัวเองได้บ้าง?!!

ดีเอ็นเอโอกิลวี่หลายๆ คนก็ได้สำแดงเดช แสดงความเป็นตัวของตัวเองบนคอลัมน์นี้กันมาบ้างแล้ว ชญาน์ทัต บอกว่า นั่นคือการยอมรับและการให้เกียรติคนได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

“ถ้าใครสักคนไม่ต้องฝืน ไม่ต้องเฟก ปิดซ่อน เราเป็นธรรมชาติของกันและกัน จะมีพื้นที่ใดมีความสุขไปกว่านี้อีกใช่ไหมครับ” ชญาน์ทัต ตอบคำถามอย่างเลี่ยงไม่ได้ว่า สำหรับเขาคืออักษรตัว G ในกลุ่ม LGBT ตอบได้แค่นี้นะ!!!

ชญาน์ทัต วงศ์มณี ‘มองให้ไกลกว่า… ใครเลือกเพศไหน?!’

 

“การบัญญัติเพศว่าเพศหญิงต้องเป็นแบบนี้ ชายต้องเป็นแบบนี้ เกย์ก็ต้องเป็นแบบนี้ ผมคิดว่านี่คือการปิดกั้นเสรีความเป็นมนุษย์อย่างชัดเจนที่สุด แต่สำหรับผมอย่างที่บอกว่าไม่เคยมีปัญหาในเรื่องนี้เลย เพราะขึ้นอยู่กับว่าเราจะเทกเรื่องนี้อย่างไรด้วยนะ ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่าการเลือกเพศวิถีที่แตกต่างชายหญิงออกไปก็ย่อมมีอุปสรรคอยู่แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามองเรื่องนี้เป็นอุปสรรคหรือไม่ ผมจึงไม่สนใจว่าใครจะมาโฟกัสเราในเรื่องนี้หรือไม่ แต่น่าแปลกใจที่สุดเลยครับที่คนเจอปัญหากลับเป็นผู้ชายแท้ ซึ่งมาเล่าให้ผมฟังว่า โดนด่าว่าไอ้ตุ๊ดคนนั้นน่ะ ทั้งที่เขาก็แมนมากเป็นชายไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ (หัวเราะ) ผมมองว่าไม่ใช่แค่การเหยียดหยามด้วยการใช้เรื่องเพศมาโจมตีกัน แต่นี่คือการดูถูกมนุษย์อย่างหนึ่งเลยทีเดียว

ตอนที่ผมเรียนคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็คิดเลือกเรียนทางเรื่อง Gender ของโครงการสตรีศึกษา เป็นการเรียนที่โฟกัสผ่านมุมของผู้หญิงก็รู้สึกลังเลว่าเป็นการจำกัดมุมมองโดยผ่านสายตาของผู้หญิงเพียงแค่นั้นหรือเปล่า? ผมอาจเข้าใจผิดก็ได้นะครับว่าแคบไปกับโลกใบนี้ และผมก็ไม่ได้ลึกกับเรื่องเหล่านี้มากพอด้วย แล้วปัญหาทางการศึกษาของไทยคือเรียนสาขานี้แล้วไปไหนต่อล่ะ? ผมเอนจอยกับการเรียนรู้จากวิชาใดๆ ก็ได้ในเรื่องชีวิตมนุษย์ แล้วพาร์ตของวิชานี้ก็อาจไปทำงานเป็นนักวิจัย อาจารย์ ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบเลย

ตอนนี้ผมอายุ 30 ปี แต่เชื่อไหมครับว่าในห้องแนะแนวของเด็กในยุคนั้นก็ยังไม่รู้จักกับอาชีพประชาสัมพันธ์ เราไม่รู้จักอาชีพนี้ว่าทำงานอย่างไร งานครีเอทีฟคืออะไร รู้สึกแต่ว่าคนทำงานพีอาร์-ประชาสัมพันธ์ต้องสวยๆ ดาวคณะ เพื่อนลีดเดอร์ก็ไปเลือกเรียนสาขานี้กัน แต่ผมเป็นพวกสายความคิด ชอบคิด ชอบเขียน ก็ไปเลือกเรียนวิชาสื่อสิ่งพิมพ์ จนกระทั่งมาทำงานนี้แหละครับ จึงรู้ว่าเป็นงานที่ต้องใช้ Passion สูงมากๆ เลยนะครับ” ชญาน์ทัต บอก

ชญาน์ทัต วงศ์มณี ‘มองให้ไกลกว่า… ใครเลือกเพศไหน?!’

 

พอได้รับคำถามกลับ (ทันที) ว่า ก็เลยเหมาะกับคนเพศนี้มากที่สุดอีกอาชีพนี้?

“เหมาะกับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ดีกว่าครับ (หัวเราะ) ผมขึ้นมาในระดับไดเรกเตอร์ในอายุที่ไม่มาก เพราะในแคนดิเดต 10 คน คือการแข่งขันวัดกันที่ความสามารถ ผมต้องสร้างทีมของตัวเองขึ้นมา และทุกคนสามารถขึ้นมาในตำแหน่งนี้ได้ทั้ง 10 คน ผมไม่อยากให้คนมุ่งไปที่เรื่อง Sexuality ขอใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษอีกคำนะครับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ Matter ทั้งเรื่องการทำงาน หรือแม้กระทั่งเรื่องครอบครัวของเราเลยนะครับ

ผมจะเล่าให้ฟังก็ได้ว่า พื้นฐานครอบครัวมาทางสายวิทยาศาสตร์ คุณพ่อ-พี่ชายเป็นหมอ คุณแม่เป็นพยาบาล ผมแปลกแยก เป็นอะไรเอ่ยที่ไม่เข้าพวกมากๆ จำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่พาไปเที่ยวอยุธยา ผมจะอินมากตื่นเต้นไปกับอิฐเก่าทุกๆ ก้อน อิฐก้อนนี้เคยเป็นพระราชวังใดมาก่อนนะ? คิดจินตนาการไปต่างๆ นานา ส่วนพี่ชายจะมองเซ็งๆ ว่าก็อิฐหักน่ะ กลับกันพอไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เขาก็จะอินมาก (หัวเราะ)

ปัญหาที่ผมสู้สุดชีวิตก็คงเรื่องนี้แหละ ที่คุณพ่อคุณแม่ผลักดันให้เรียนหมอโดยไปเรียนสายวิทย์-คณิต ก็ไปเรียน แต่ในความย่ำแย่เพราะผมเคยเป็นเด็กเรียนเก่ง แต่พอไปอยู่ในจุดนั้นผมก็เปรียบเหมือนปลาแล้วโดนสั่งว่าบินซิ การเรียนก็กลายเป็นเด็กเรียนไม่เก่งของสายวิทย์ไปเลย แต่ก็มีข้อดีที่ทำให้ผมหันมาแต่งกลอน และรู้สึกได้กับความเป็นอันเดอร์ดอก คือจากเป็นเด็กเรียนดี มีคนสนใจ ก็กลายเป็นไม่มีใครมอง แต่เรื่องนี้กลับทำให้เราพยายามและยิ่งหล่อหลอมให้ผมรักภาษายิ่งขึ้นไปอีก ผมเป็นเด็กสายวิทย์เพียงคนเดียวที่มุ่งมั่นมากๆ กับการแต่งกลอนประกวดทุกๆ เวที พอถึงวันแม่หรือวันสำคัญต่างๆ เราก็ได้ขึ้นเวทีรับรางวัลจากการประกวดแต่งกลอนทุกครั้ง นี่คือเส้นทางเดียวที่จะทำให้สปอตไลต์ส่องมาที่เรา

ในที่สุดการเรียนก็ไม่รอด เกรด 1 กว่า ผมตัดสินใจบอกพ่อแม่ว่าต้องเปลี่ยนมาเรียนสายศิลป์-คำนวณ โอ้โห...โลกเปลี่ยนไปเลยครับ ผมค้นพบตัวเองว่าเรามีความสุขมากที่สองโลกนี้มาบรรจบกันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด แต่ก็เป็นปมที่เราต้องแกะให้ออกด้วยว่า นี่คือการตัดสินใจที่เราต้องรับผิดชอบในการกระทำของตัวเองด้วย การพิสูจน์ตัวเองต้องมากกว่าคนอื่น เรียนก็ต้องเก่งดับเบิ้ล เกรดพุ่งปรู๊ดและเอนทรานซ์ติดธรรมศาสตร์ ขณะเดียวกันเราก็ต้องเข้าใจท่านด้วยว่าโลกของท่านคืออาชีพหมอ การที่ลูกชายคนเล็กจะเดินออกจากคอมฟอร์ทโซนจึงไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะยอมรับได้ง่ายดายนัก” ชญาน์ทัต บอกพร้อมรอยยิ้ม

ชญาน์ทัต วงศ์มณี ‘มองให้ไกลกว่า… ใครเลือกเพศไหน?!’

 

เป็นคำบอกเล่าที่เหมือนส่งสัญญาณให้เข้าใจกันว่า เส้นทางการเป็นตัวของตัวเองย่อมมีการพิสูจน์ และคนที่เป็นคู่ต่อสู้ก็คือตัวเองนั่นแหละ

“ทุกวันนี้ก็ยังต้องตอบคำถามพ่อแม่ว่า จะแต่งงานเมื่อไร? คำตอบก็คือ หัวเราะไปซิครับ (ว่าแล้วก็หัวเราะคอนเฟิร์ม) เพราะคำถามของท่านก็แซวๆ ไม่จริงจัง Force เรา แล้วท่านก็คงเห็นแล้วว่าเรามีเพื่อนหลากหลายมาก อย่างตอนผมไม่สบายก็มีเพื่อนๆ มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล มีทุกกลุ่มครับ เพื่อนกลุ่มนี้กล้ามๆ หน่อย อีกกลุ่มตามมาเป็นกลุ่มทอมมาพร้อมเพื่อนๆ ผู้หญิงจิ๊จ๊ะกันมาก หรืออีกกลุ่มเป็นผู้ชายเตะฟุตบอลมากันทั้งทีมแบบนี้ ท่านก็คงมองๆ ทำความเข้าใจกันอยู่ (ตอนนี้คนฟังหัวเราะบ้าง) ที่ผมมีเพื่อนหลากหลายกลุ่ม เพราะผมรู้สึกแปลกแยกกับกลุ่มเลยนะครับ ไปไหนก็ไปกันได้ แต่มีแค่ฟีลเดียวที่ไปไม่เป็น คือช่วงที่เพื่อนผู้หญิงเขาคุยกันเรื่องทำเล็บทำผม เรื่องนี้แหละที่คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง (หัวเราะ)

ชีวิตผมดำเนินด้วย Passion ไปให้สุดในเรื่องที่เรารัก คืองาน เรื่องงานเขียนที่ผมตั้งใจมาก”

สำหรับเรื่องงานเขียน ชญาน์ทัต ได้ออกพ็อกเกตบุ๊กชื่อ มนุษย์สุดมโน โดยใช้นามปากกา ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ นำเสนอเรื่องในสำนวนจิกกัด แสบสัน สนุกสนาน โดยเป็นผู้สังเกตชีวิตของผู้คนรอบข้าง และชีวิตของตัวเองในแง่มุมหลากหลาย นั่งอ่านเหมือนเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง แต่ปลายทางของเรื่องราวนั้นลึกซึ้งกินใจ

“ผมคิดว่าการเรียนรู้มนุษย์นั้นน่าค้นหาที่สุด แล้วเราก็มีความซับซ้อน เหมือนจะเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ทุกคนกลับมีรายละเอียดปลีกย่อยไม่ซ้ำกัน ผมมองว่าทุกคนมีเพศที่ไม่ซ้ำกันเลยด้วย ในหนังสือเล่มนี้สำนวนจิกๆ แสบๆ ไปบ้างนะครับ แต่ก็ไม่ได้เขียนเพื่อเพศใดเพศหนึ่ง ผมเขียนหนังสือให้คนทุกเพศทุกวัยอ่านได้สนุกสนานเลยครับ” ชญาน์ทัต หนุ่มหน้าตี๋มาดเนี้ยบบอกย้ำพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้