posttoday

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

16 สิงหาคม 2558

ใครที่เป็นแฟนซีรี่ส์เกาหลี อย่างซีรี่ส์เรียกน้ำตา “Autumn in my heart” นำแสดงโดย ซองเฮเคียว

โดย...พุสดี

ใครที่เป็นแฟนซีรี่ส์เกาหลี อย่างซีรี่ส์เรียกน้ำตา “Autumn in my heart” นำแสดงโดย ซองเฮเคียว หรือละครไทยน้ำตาท่วมจอ อย่าง “ใจร้าว” นำแสดงโดย เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ และ แอฟ-ทักษอร เตชะณรงค์ คงพอผ่านหูกับโรคลูคีเมีย (มะเร็งเม็ดเลือดขาว) โรคยอดฮิตที่นางเอกหลายเรื่องต้องเป็น จนมีการตั้งกลุ่มกันในโลก โซเชียล เรียนผู้ป่วยโรคลูคีเมียว่าเป็นโรคนางเอก

แต่เชื่อเถอะว่า ลองใครได้มาสวมบทเป็น (โรค) นางเอกนี้ ชีวิตคุณจะต่างจากนางเอกอย่างสิ้นเชิง

ออม-มัลลิกา เกี่ยวข้อง สาวน้อยน่ารักที่กำลังรื่นเริงกับชีวิตที่สวยงาม กำลังโลดแล่นไปกับอนาคตที่สดใส หลังจากเรียนจบปริญญาตรี เธอกำลังพาตัวเองไปสู่อีกขั้นของชีวิต ด้วยการไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ แต่สุดท้ายชีวิตที่เดินมาบนถนนที่ราบเรียบ มีอันต้องสะดุดล้มด้วยก้อนหินก้อนใหญ่ที่เธอตั้งชื่อว่า “น้องลู” แม้วันนี้เธอจะลุกขึ้นได้อีกครั้ง แต่ช่วงเวลา 2 ปีที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้องลู กลับมีเรื่องราวมากมายให้เธอได้เรียนรู้และค้นพบสัจธรรมหลายอย่างในชีวิต  

หากเปรียบเทียบชีวิตของเธอในช่วงสองปีนี้เป็นหนังสักเรื่อง ต้องบอกว่า เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ คุณจะได้รับความบันเทิงครบรส ทั้งดราม่า เศร้า ตลก และหลอน ถ้าพร้อมแล้ว ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ และไปชมหนังชีวิตของเธอกันเลย

ปฐมบทของฝันร้าย

ออม เด็กสาวเจ้าของรอยยิ้มสดใส ราวกับโลกนี้เป็นสีชมพูตลอดเวลา บอกว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรีจากวิทยาลัยนานาชาติเพื่อศึกษาความยั่งยืน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ระหว่างรอรับปริญญา เธอบินลัดฟ้าเตรียมไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ หลังจากไปได้เพียงเดือนกว่าๆ ก็บินกลับมารับปริญญา ช่วงนั้นญาติๆ หลายคนเริ่มทักว่าเธอดูผอมลงกว่าปกติ ทั้งที่จากเดิมก็ผอมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

“เพื่อความสบายใจ ตอนนั้นคุณแม่เลยให้ไปตรวจโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี ปรากฏว่า ผลปกติ มีแค่ผลเลือดที่บอกว่าเริ่มเป็นโลหิตจาง แต่ไม่ได้อยู่ในระดับที่อันตราย หมอแนะนำให้กินผักใบเขียวและวิตามิน หลังจากนั้นก็บินกลับไปที่อังกฤษ”

การกลับมาอังกฤษครั้งนี้เหมือนไม่ใช่เธอคนเดิม เพราะร่างกายที่เคยแข็งแรงเริ่มผิดปกติ เธอเริ่มมีอาการอ่อนเพลียตลอดเวลา หนาวง่าย หน้ามืดบ่อยๆ จนครั้งหนึ่งตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วเป็นลมล้มตึงลงไปที่พื้น

“ตอนแรกออมคิดว่าเป็นอาการอ่อนเพลียจากการเดินทาง แต่หลังจากผ่านมาหลายวัน อาการเหล่านี้ก็ยังไม่หายไป แถมทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอาการหน้ามืด หมดสติ เรียกว่าแค่ย่างเท้าออกจากบ้านก็เป็นลมซะแล้ว ตอนนั้นออมไม่คิดว่าเราจะเป็นอะไรมาก ขนาดโทรมาเล่าให้คุณพ่อฟัง คุณพ่อยังแซวว่าเป็นโรคขี้เกียจหรือเปล่า (หัวเราะ)”

แต่แล้วเมื่ออาการไม่ดีขึ้น ประกอบกับมีเพื่อนคนไทยที่อยู่ที่นู่นทักว่า ดูจากอาการออมแล้วเหมือนเป็นลูคีเมีย ออมซึ่งยอมรับว่าปกติดื้อมากๆ เวลาไปเมืองนอกจะไม่ยอมบินกลับเมืองไทยถ้ายังไม่ครบกำหนด จึงยอมซื้อตั๋วเครื่องบินบินกลับเมืองไทยด่วน

“โชคดีที่ไฟลต์ที่ออมจะบินตรงจากลอนดอน-กรุงเทพฯ เหลือตั๋วใบสุดท้ายพอดีตอนที่เรามาจอง เลยได้บินกลับมา ตอนที่กลับออมยังมาพร้อมกระเป๋าเล็กๆ ใบเดียว ที่มาใบเดียวไม่ใช่เพราะกลัวแบกกระเป๋าไม่ไหว แต่ในใจยังคิดว่ากลับมาตรวจแป๊บเดียวแล้วก็จะกลับไปเรียนต่อ ใครจะคิดว่าเราจะต้องอยู่รักษาตัวเป็นปีๆ”

ออมบอกว่า พอมาถึงเมืองไทยไปตรวจที่โรงพยาบาล ผลเลือดที่ออกมาก็ยังฟ้องว่าเราเป็นแค่โลหิตจาง เม็ดเลือดขาวปกติ แต่ปรากฏว่าพอรุ่งขึ้น ออมก็เป็นลมอีก คราวนี้คุณแม่เก็บกระเป๋าพาไปโรงพยาบาลเตรียมแอดมิท ปรากฏไปถึงคุณหมอตรวจคลื่นหัวใจ ความดัน ให้ลุกขึ้นกระโดด ทำได้หมด  

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

 

“คุณหมอบอกว่าออมแค่เป็นลมธรรมดา แต่คุณแม่ไม่ยอม เอาประวัติคนไข้เรามาด้วย แล้วบอกหมอว่าเก็บกระเป๋าเตรียมมาแอดมิทแล้ว ให้คุณหมอช่วยตรวจเลือดให้ละเอียด ปรากฏว่าพอให้หมอเฉพาะทางตรวจ พบว่าเม็ดเลือดขาวในตัวเหลืออยู่แค่ 500 จากระดับคนปกติอยู่ที่ 4,000 สำหรับน้องออมตอนนั้นไม่ตกใจนะ คิดว่าเราไม่ได้เป็นไร จนกระทั่งหมอขอตรวจไขกระดูก เผื่อตรวจว่าเป็นมะเร็งหรือเปล่า เค้าลางของฝันร้ายเริ่มมาเยือน”

เซย์ไฮ…น้องลู(คีเมีย)

“วินาทีที่หมอบอกว่าออมเป็นลูคีเมีย เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะเหมือนกันนะ หมอบอกว่าถ้าเราไม่รักษาจะอยู่ได้อีกไม่เกิน 2 ปี ตอนนั้นออมช็อกนะ น้ำตาไหล แต่หมอก็บอกว่าเราเป็นลูคีเมียชนิดเฉียบพลัน มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ วินาทีนั้นเองที่เรารู้ว่าเป็นลูคีเมียแล้วรักษาหายขาดได้ ก็ทำให้ออมมีกำลังใจขึ้น”

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

 

หลังจากคุยกับหมอเรียบร้อย เราก็เริ่มทำการรักษาเลย ครั้งแรกออมแอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาล 42 วัน

“ออมยังจำตอนที่ไปห้องพักคนไข้ได้เลยว่า พี่ๆ พยาบาลที่เห็นออมยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ออมจะไหวมั้ย เพราะเราตัวเล็กมาก แล้วต้องรักษาด้วยทั้งคีโม (เคมีบำบัด) และฉายแสง”

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

 

พอเข้าสู่กระบวนการรักษา นอกจากจะต้องต่อสู้กับฤทธิ์ยา ออมยังต่อสู้กับสิ่งที่จนวันนี้เธอเองก็อธิบายไม่ได้ ออมบอกว่า มีครั้งหนึ่งที่พยาบาลให้ยา ซึ่งมองผิวเผินจะเหมือนการให้น้ำเกลือเข้าเส้นเลือด ปรากฏว่าข้อต่อยาหัก โชคดีที่ยาตัวนี้ไม่ร้ายแรงมาก เพราะถ้าเป็นยาตัวแรงอาจทำให้ผิวหนังถึงกับไหม้ได้ นอกจากนี้ยังมีอาการแปลกๆ ที่อธิบายไม่ได้

“ออมจำได้ว่าช่วงที่เกิดเรื่องคือหลังวันมาฆบูชา หลังให้ยาเสร็จออมยังคุยกับแม่ตามปกติ สักพักออมหายใจไม่ออก หน้าทั้งเขียวทั้งบวม ดิ้นไปมา ตอนนั้นไม่รู้ว่าเราคิดไปเองหรือเปล่า ออมเห็นควายตัวใหญ่อยู่ข้างหน้าเตียง แล้วก็รู้สึกว่าเหมือนที่คอตัวเองโดนกรีดมีเลือดไหล ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตอนที่กลืนน้ำลายออมยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือด ตอนนั้นออมไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่สวดมนต์ แล้วสุดท้ายภาพหลอนที่มีก็หายไป”

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

 

ออมบอกว่า หลังจากนั้นนอนไม่หลับเป็นเดือน ถึงคุณหมอจะให้ยานอนหลับที่แรงที่สุดก็นอนไม่หลับ เพราะกลัวฝังใจว่าตัวเองจะเกิดหายใจไม่ออกขึ้นมาอีก โชคดีที่หลังๆ ด้วยความที่ต้องแอดมิทที่โรงพยาบาลบ่อย เธออาศัยการสวดมนต์ เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน ควบคู่กับการกรวดน้ำทุกวัน ทำให้เธอพักค้างคืนที่โรงพยาบาลได้อย่างเป็นสุขมากขึ้น

“ถามว่าช่วงนั้นมีท้อบางมั้ยมีนะ เพราะในการรักษามีผลข้างเคียงมากมาย ที่ร้ายแรงสุดๆ คือ ผมร่วง จากเดิมเราเป็นคนผมยาวมาก แต่ต้องมาหัวโล้น แต่พอเรียกสติคืนกลับมา ก็คิดขึ้นได้ว่า คนเราเกิดมาแล้วครั้งหนึ่ง ต้องสู้ให้ถึงที่สุด มีบางครั้งแอบนึกน้อยใจในโชคชะตาฟ้าลิขิต พยายามสวดมนต์อ้อนวอนจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เราก็ค้นพบว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจที่ฮึดสู้จากตัวเราเอง”

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

 

หลังเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมานาน ในที่สุดคุณหมอก็บอกข่าวดีว่าสามารถกลับบ้านได้ ออมบอกว่า ดีใจสุดๆ แถมยังโชคดีแค่ขับรถออกจากโรงพยาบาลก็ได้ทำบุญเลย เพราะจอดรถอยู่ดีๆ ก็มีพระสงฆ์มาเคาะกระจกรถ ออมเลยได้มีโอกาสทำบุญค่ารถกลับบ้านให้พระสงฆ์

“พอถึงบ้านด้วยความดีใจ ออมรีบลงจากรถ ปรากฏแค่ก้าวเท้าลงจากรถก็หล่นตุ้บไปที่พื้น เพราะด้วยสภาพร่างกายตอนนั้นอ่อนแอ น้ำหนักจาก 42 กิโลกรัม ลดลงเหลือเพียง 33 กิโลกรัม กล้ามเนื้อขาไม่มีแรง เพราะอยู่กับเตียงคนป่วยเป็นเวลานานไม่ได้ขยับร่างกาย ต้องค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายจนเริ่มดีขึ้น และรอรับการรักษาต่อไป ซึ่งขนานต่อมาจะเบากว่าตอนแรกที่ต้องแอดมิทอยู่โรงพยาบาลยาวๆ เป็นอยู่ประมาณ 2-3 คืน ให้ยาแล้วกลับบ้านได้ หลังจากรักษาตามคอร์สในที่สุด ออมก็ได้รับข่าวดีจากคุณหมอว่าสามารถเอาชนะลูคีเมียได้แล้ว”

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

 

สัญญาต้องเป็นสัญญา

หลังจากรักษาตัวจนหายดี ผมที่เคยร่วงเพราะฤทธิ์ยา เวลานี้เริ่มกลับมายาวประบ่า โดยไม่ต้องง้อวิกผม แต่เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ออมก็ตัดสินใจทำตามสัญญาที่เคยพูดไว้แบบไม่ตั้งใจตอนที่รักษาตัวว่าจะบวชชี

“ตอนที่รักษาตัวอยู่ มีคนแนะนำให้ออมบวชชี ตอนนั้นออมบอกปฏิเสธไป เพราะไม่อยากโกนผม (ตอนนั้นผมออมก็ยังไม่ร่วงนะ) แต่ปรากฏว่าไม่กี่วันต่อมาด้วยฤทธิ์ยาเคมีบำบัด ออมผมร่วง วันหนึ่งเราเห็นตัวเองในกระจก เลยบอกแม่ว่า ออมบวชชีก็ได้นะ ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากเราพูดแบบนั้น อาการแพ้คีโมช่วงที่รักษาก็ค่อยๆ ดีขึ้น”

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

 

จนพอรักษาหาย ออมบอกว่า มัวแต่เพลิดเพลินกับชีวิตฟ้าหลังฝน เลยยังไม่ได้หาเวลาไปบวชเสียที จนวันหนึ่งเธอนอนฝันไปว่า พระอาจารย์ที่เป็นเจ้าอาวาสวัดบางโทง จ.กระบี่ มาโกนหัวบวชชีให้ ตอนนั้นออมเลยเริ่มฉุกคิดว่า นี่คงเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาที่ต้องไปบวชชีตามที่เคยพูดไว้แล้ว

“บ้านออมอยู่ที่กระบี่ ช่วงที่รักษาตัวหายแล้วก็กลับไปอยู่ที่กระบี่ พอฝันแบบนี้เลยตัดสินใจไปโกนหัวบวชชีนาน 7 วัน ซึ่งวันที่ออมบวชตรงกับวันเกิดของพระอาจารย์ที่ออมฝันถึงพอดี ออมว่าการไปบวชครั้งนี้ทำให้เราปลงได้หลายอย่าง เห็นว่าชีวิตคนเราก็แค่นี้ จริงๆ คนเรากินอาหารแค่ 2 มื้อก็อยู่ได้ ที่แปลกกว่านั้น คือ พอสึกออกมา คราวนี้ออมใช้ชีวิตไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องง้อวิก จากช่วงที่รักษาออมยังต้องใส่วิกผมนะ แต่ตอนนี้ออมไปไหนได้ทั้งที่ยังไม่มีผม จะอึดอัดกับสายตาคนที่มองด้วยความสงสัยบ้าง แต่ออมก็ไม่แคร์”

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

 

ความในใจถึงลูคีเมียที่รัก

ออมบอกว่า มองย้อนกลับไปต้องขอบคุณลูคีเมียที่ทำให้เด็กสาวคนหนึ่งโตขึ้น ได้บทเรียนชีวิตเยอะ ทุกวันนี้เธอกล้าพูดว่า ห้อมล้อมไปด้วยบุคคลคุณภาพรอบกาย เพราะช่วงที่ป่วยหนักทำให้ได้เห็นน้ำใจคน

“ถึงตอนนี้เราใช้ชีวิตแบบคิดบวกมากขึ้น ลดดีกรีความเหวี่ยงวีนลงเยอะ เห็นใจคนอื่นมากขึ้น มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ลูคีเมียเปิดโอกาสให้เราเห็นในสิ่งที่หลายคนไม่มีโอกาสหรือบางคนอาจจะเห็นเมื่อสายเกินไป ถ้าตอนนั้นไม่เจอลูคีเมีย ชีวิตเราจะคิดบวกได้ขนาดนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ คิดซะว่ามันคือบททดสอบหนึ่งของชีวิตเท่านั้น”

ออมเชื่อว่า ถ้าเราผ่านไปได้ เราจะกลายเป็นเพชรที่แข็งแกร่ง ออมถือคติ ท้อเป็นถ่าน ผ่านเป็นเพชร และวันนี้ออมได้พิสูจน์แล้วว่า เธอคือเพชรแท้น้ำงามที่ผ่านการเจียระไนแล้ว

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

 

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

 

ชีวิตไม่ง่าย…แต่ไม่เกินรับไหว ของ มัลลิกา เกี่ยวข้อง

 

ข่าวล่าสุด

ททท. กางตัวเลขไตรมาสแรก นทท. ทะลุ 9 ล้านคน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ