
ข้อคิดก่อน...จะอยู่ต่อ
คงไม่ต้องถามกันอีกแล้วว่า สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
คงไม่ต้องถามกันอีกแล้วว่า สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ เพราะเมื่อคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญบรรจุเรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศและการปรองดองเข้ามาในรัฐธรรมนูญ กรรมก็ย่อมแสดงเจตนาว่า อนาคตของการเมืองไทยหลังจากนี้จะเป็นเช่นไร
ภาพอนาคตที่น่าสนใจ คือ ถ้าบรรดานักการเมืองไม่ว่าปีกไหนก็ตาม ประสานเสียงไปในทิศทางเดียวกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ก็ต้องเตรียมรับมือกับแรงกระเพื่อมทางการเมืองที่จะเกิดหลังจากนี้ไว้ได้เลย
หลายปีมานี้เราทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องการเมืองมามากมาย จนกลายเป็นข้อสรุปว่า นั่นเป็นปัจจัยที่ทำให้การพัฒนาประเทศของเราล้าหลัง แต่ถ้ามองว่ามันเป็นขั้นตอนทางประวัติศาสตร์ เป็นการปรับฐาน เป็นการเปิดการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมทางการเมือง ก็ถือว่าเราได้พัฒนาไปมาก เราตื่นตัวทางการเมืองขึ้นมาก
พัฒนากันมาโดยมีต้นทุนขนาดนี้แล้ว ก็ต้องตัดสินใจกันเอาเองว่าจะเลือกบรรจุกลไกการป้องกันการรัฐประหารอย่างนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือเป็นกลไกรองรับการรัฐประหารโดยไม่ต้องใช้กำลังทหารในอนาคตหรือไม่?
ถ้าคำตอบไม่ได้อยู่ที่การลงประชามติก็ดี แต่ถ้าอยู่ในท้องถนนหลังจากลงประชามติ ก็แสดงว่าเรามีราคาที่จะต้องจ่ายเพื่อการเมืองของประเทศนี้อีกเยอะทีเดียว
งัวเงียๆ กันมาปีกว่า ตอนนี้กรุณาเตรียมตัวกันได้แล้ว
พูดถึงเวลาที่หมดไปปีกว่าๆ นี้ อดนึกถึงเอกสารที่ศาสตราจารย์หยางเป่ายุหวิน ศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนถึงเรื่อง “สีจิ้นผิงกับการปกครองประเทศตามกฎหมาย : แนวคิด ปฏิรูป และปฏิบัติ” ที่ศูนย์จีนศึกษา มธ. ส่งมาให้ไม่ได้
น่าสนใจมากครับว่า ขณะที่เรามีรัฐประหารเมื่อเดือน พ.ค. 2557 นั้น หลังจากนั้น เดือน ต.ค.ปีเดียวกัน สีจิ้นผิงได้เสนอแนวคิดเรื่อง “ปกครองประเทศตามกฎหมาย” ต่อที่ประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 4ประจำปีที่ 18 ที่กรุงปักกิ่ง และที่ประชุมก็ยอมรับแนวคิดนี้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของจีนอย่างน่าสนใจจนถึงปัจจุบัน
เรื่องดังกล่าวมีหลักการที่สำคัญ คือ 1.สร้างระบบการปกครองตามกฎหมาย 2.สร้างระบบกฎหมายที่มีระเบียบแบบแผน ระบบบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ มีระบบตรวจสอบการปกครองประเทศตามกฎหมายที่เข้มงวด
พูดให้ง่ายขึ้น คือ ผู้บริหารพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะใช้กฎหมายปกครองประเทศ เพื่อนำประเทศไปสู่ยุคใหม่
ก่อนหน้านี้ใครมีอำนาจก็ไม่ต้องพูดเลยว่าชั่วดี แต่สีจิ้นผิงได้ทำให้ทุกส่วนในสังคมจีนยอมรับกฎหมาย และปรับปรุงพัฒนากฎหมายยกใหญ่โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีการตั้งคณะทำงานด้านการปฏิรูปรอบด้านส่วนกลางขึ้นโดยมีเขาเป็นประธาน
ถัดไป สีจิ้นผิง ทำให้คณะกรรมการกลางของพรรคออกมติว่า หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยต้องทำงานตามครรลองของกฎหมาย และต้องเร่งสร้างระบบราชการที่ยึดการทำงานตามกฎหมายเป็นหลัก ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
อีกด้านหนึ่งนั้นแปลว่า ต้องซื่อสัตย์สุจริต ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและเชื่อถือได้
ด้วยหลักการนี้ แม้แต่กองทัพของจีนก็ยังต้องเข้าโปรแกรมเปลี่ยนทัศนคติ
กองทัพจีนซึ่งอยู่ในสภาพหย่อนยาน มีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเหมือนกับหน่วยงานอื่นๆ ถูกยกเครื่องขนานใหญ่ ทุกหน่วยทุกคนต้องอยู่ในกฎหมายอย่างเคร่งครัด ใครทำผิดโดนเชือด ไม่มีคำว่า ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน
สภาประชาชนของจีน ศาลฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด ฯลฯ ทุกหน่วยงานขมีขมันในการปฏิรูป มีการเปิดเผยขั้นตอนการพิจารณาคดี ทำให้ประชาชนได้เข้าใจการทำงาน ทำให้คู่ความได้เข้าใจรูปคดี สร้างความโปร่งใสในการตัดสิน
แน่นอนครับว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจีนก็หนีไม่พ้นจากการปฏิรูปรอบนี้
สีจิ้นผิง เริ่มต้นโดยลุยไม่เลือกหน้า พร้อมๆ กับกระบวนการอื่น เขาล่า “เสือ” และตบ “แมลงวัน” ไปพร้อมๆ กัน
ในสังคมจีนนั้น เสือหมายถึงพวกคนมีอำนาจที่อยู่ในระดับสูง เช่น ผู้บริหารระดับมณฑลหรือกระทรวง ส่วนแมลงวัน คือ ข้าราชการระดับล่าง ไม่ใช่สื่อมวลชนนะครับ
การเชือด “โจวหย่งคัง” ซึ่งบิ๊กบึ้มขนาดเป็นกรรมการประจำกรมการเมืองนั้น เป็นข่าวดังระดับโลก ที่ไม่ค่อยดังคือ เขาเชือด “แก๊งน้ำในปิโตรเลียม” หมดครอก
จากเริ่มต้นถึงเดือน เม.ย.ปีนี้ มีข้าราชการระดับเสือถูกดำเนินคดีไปแล้วมากถึง 102 คน ในจำนวนนี้เป็นนายพลในกองทัพถึง 33 นาย และศาลอุทธรณ์ของจีนสั่งประหาร หลิวจื้อจวิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทางรถไฟ ฐานรับสินบนและใช้อำนาจมิชอบ โดยให้รอลงอาญา 2 ปี
นอกจากนี้ เขายังให้กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ จัดตั้งหน่วยทำภารกิจ “ล่าจิ้งจอก 2014” ตามจับผู้ต้องสงสัยคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่หอบเงินมืดหนีออกนอกประเทศได้ 680 คน จาก 69 ประเทศ
ปัจจุบันนี้ปฏิบัติการล่าจิ้งจอก 2015 ก็ยังมีอยู่ และทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการตาข่ายสวรรค์
บิ๊กๆ ในเมืองไทยคนไหนที่มีคนจีนหอบเงินถุงเงินถังมาชวนลงทุน ก็อย่ามัวแต่นึกครึ้มใจ กรุณาดูตาม้าตาเรือให้ดีนะครับ
แน่นอนว่า แม้ว่าเวลานี้ประเทศเราจะไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ พอคุณประยุทธ์บ่นทุกวันศุกร์แล้วระบบต่างๆ จะวิ่งปรู๊ดปร๊าดเหมือนกันก็ใช่ที่ แต่ถ้าถามว่ามันน่าจะไวกว่าระบบปกติไหม คำตอบมันก็ไม่มีเป็นอื่นไปได้หรอก
ปีกว่ามานี้ประเทศเราจ่ายต้นทุนไปมิใช่น้อย ระบบราชการเปลี่ยนไหม กองทัพเปลี่ยนไหม เรื่องหึ่งๆ ใน ปตท.ยังกลบเงียบอยู่เหมือนเดิมไหม การปฏิรูปตำรวจหรือระบบยุติธรรมอื่นๆ ฯลฯ ดีขึ้นไหม?
เห่อ แค่ถอดยศคุณทักษิณ ชินวัตร ยังเหนื่อยเลยพ่อคุณ
นี่ถ้าอะไรๆ มันดีขึ้นกว่าเดิมอย่างได้เนื้อได้หนัง จะเขียนกลไกอะไรในรัฐธรรมนูญให้อยู่อีก 5 ปี 10 ปี ก็คงไม่มีใครว่าหรอกนาย







