
มาสเตอร์พีซชิ้นสุดท้าย ประหยัด พงษ์ดำ
ตัวตายแต่ผลงานยังมีชีวิต ยิ่งเฉพาะผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนสิ้นลม “ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน”
โดย...แจนยูอารี
ตัวตายแต่ผลงานยังมีชีวิต ยิ่งเฉพาะผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนสิ้นลม “ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน” โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) 2541“ศ.เกียรติคุณประหยัด พงษ์ดำ” รังสรรค์ขึ้นนั้น นับว่ามีคุณค่าทั้งต่อตัวเจ้าของและวงการศิลปะไทย
จากคำบอกเล่าทายาท “ศักดิ์สยาม พงษ์ดำ” (อาจารย์ประจำสอน สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง) ย้อนถึงวันที่ผู้พ่อลงมือทำงาน เขาว่าเขาเป็นเพียงผู้สังกตการณ์อยู่ห่างๆ เรื่องช่วยพ่อ เขาสารภาพไม่ได้ช่วย ด้วยเพราะผลงานที่ ศ.เกียรติคุณประหยัดรังสรรค์เป็นเทคนิคผสมผสานระหว่างการแกะไม้กับการเพนต์
“น่าจะเรียกว่าเป็นงานเพนต์บนแผ่นไม้แกะครับ เพราะคุณพ่อนำสองเทคนิคมารวมกัน ซึ่งปกติงานคุณพ่อจะเน้นไปทางภาพพิมพ์เสียส่วนใหญ่ แต่ครั้งนี้ถือเป็นงานที่ฉีกแนวคุณพ่อพอสมควร สีที่ใช้เป็นอะครีลิก มีการปิดทองคำเปลวอีกชั้นหนึ่ง ตอนที่คุณพ่อทำงานผมก็ไม่ได้ช่วยอะไรท่านเลยครับ เป็นแค่ผู้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ
ปกติงานภาพพิมพ์ผมก็มีความรู้อยู่บ้าง เคยช่วยคุณพ่อบ้าง และผมเองก็เคยลองแกะนะ แต่ฝีมือยังห่างคุณพ่อเยอะครับ (หัวเราะ) ยิ่งพอเป็นงานแกะและงานเพนต์ ก็ช่วยลำบากเลยละครับ เพราะไม่ใช่งานที่ผมถนัด งานนี้ก็เลยเป็นเหมือนลายมือและลายเซ็นของคุณพ่อ ถือเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายในชีวิตของคุณพ่อจริงๆ”
ผลงานชิ้นนี้ ศ.เกียรติคุณประหยัดเริ่มร่างและลงมือแกะแผ่นไม้ราวปี 2556 มีเวลาว่างจากการไปเป็นกรรมการตัดสินรางวัล หรือร่วมงานนิทรรศการสำคัญๆ ก็ค่อยๆ รังสรรค์อย่างไม่เร่งร้อน กระทั่งผลงานก็กระจ่างแจ้งเป็นภาพท้องทุ่ง มีต้นโพธิ์เงินต้นโพธิ์ทองยืนต้นงามตระหง่าน ด้านหน้าเป็นแม่น้ำ ซึ่งในแม่น้ำนั้นเต็มไปด้วยฝูงปลา
“ตอนที่คุณพ่อทำงานผมก็ไม่ถามคุณพ่ออะไรมาก แต่คุณพ่อก็อธิบายให้ฟังว่าภาพจะสะท้อนและสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และความสงบร่มเย็น ในน้ำมีปลาในนามีข้าวก็หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ในฐานะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ส่วนต้นโพธิ์เงินต้นโพธิ์ทองก็เปรียบเป็นความสงบร่มเย็นของประเทศไทย
คุณพ่อจะทำงานกลางวันครับ เพราะคุณพ่อเคยบอกว่าทำงานกลางคืนแล้วสีจะเปลี่ยน มันจะหลอกตา สีที่ทำตอนกลางคืนพอมาดูตอนกลางวันมันจะคนละสี ตอนนั้นคุณพ่อจะทำงานในวันที่ว่างจริงๆ หนึ่งสัปดาห์คุณพ่อจะว่างและมีเวลาทำงานที่บ้าน ประมาณ 2-3 วัน มันก็เลยเสร็จช้าหน่อย”
จะว่าเสร็จก็ไม่ถือว่าเสร็สมบูรณ์ ผู้เป็นทายาทบอก ด้วยว่าเขาเห็นสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ในผลงานชิ้นนี้ของผู้เป็นพ่อ บางจุดยังไม่มีการลงสี ดอกไม้บางดอกก็ขาดรายละเอียดการเป็นปลาและดอกไม้ที่สมบูรณ์ ขณะเดียวกันเมื่อสังเกตดีๆ จะพบว่ายังมีลายเส้นดินสอปรากฏ ถึงอย่างนั้น ผลงานชิ้นสุดท้ายของ ศ.เกียรติคุณประหยัดก็ควรค่าแก่การยกให้เป็นมาสเตอร์พีซที่น่าดูชมและศึกษายิ่งนัก
“สำหรับผม ผมว่างานชิ้นนี้มีความสมบูรณ์ประมาณ 90% ส่วนที่ขาดหายไปมันคือรายละเอียดบางจุดที่คุณพ่อยังไม่ได้ลงมือทำ ไม่ว่าจะเรื่องสี หรือแม้แต่รายละเอียดของปลากับดอกไม้ก็ไม่เสร็จดี มันก็เลยเป็นงานเกือบสมบูรณ์ ขนาดของงานถือว่าใหญ่นะครับ 1.20 เมตร คูณ 2.40 เมตร ผมจำได้ว่าคุณพ่อเคยทำงานชิ้นใหญ่ๆ แต่นานละ งานชิ้นนี้คุณพ่อก็เหมือนมีความคิดอยากจะทำงานชิ้นใหญ่อีกครั้ง
มีหลายคนถามผมอยู่เหมือนกันว่าคิดจะทำต่อมั้ย ผมก็บอกทุกคนไปว่าไม่ทำต่อ เพราะมันจบด้วยตัวของมันเองแล้ว มันมีเรื่องราวและคุณค่าในตัวของมันเอง เพราะมันคือความรู้ของคุณพ่อ มันคือทักษะของคุณพ่อ และมันก็เป็นประสบการณ์ของคุณพ่อที่ท่านสั่งสมมาก่อนจะเสียชีวิต ซึ่งคนที่ได้มาเห็นก็จะอึ้งกันหมด บางคนบอกเหมือนโดนสะกด บางคนบอกตื่นตาและน่าประทับใจ นั่นเลยทำให้ผมคิดว่าควรจะปล่อยไว้อย่างนี้นี่ละครับ
ครั้งล่าสุดที่คุณพ่อได้จัดแสดงนิทรรศการเต็มรูปแบบ ก็ตอนปลายปี 2554 และนิทรรศการในครั้งนี้ถือเป็นการรวบรวมผลงานของคุณพ่อนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกหลังจากที่คุณพ่อเสียชีวิต” ศักดิ์สยาม ทิ้งท้าย
ผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นสุดท้ายของศิลปินผู้จากไปอย่างไม่หวนกลับ (9 ก.ย. 2557 ด้วยระบบหายใจและไหลเวียนโลหิตล้มเหลว) กำลังจัดแสดงให้ชมในนิทรรศการ Unconditional Love ร่วมกับผลงานภาพพิมพ์แกะไม้ ภาพเขียน และงานประติมากรรม กว่า 40 ชิ้น ณ The Galerie ชั้น G ศูนย์การค้าเกษร (โทร. 02-656-1149) จนถึงวันที่ 8 ก.ย. หลังจากนั้นผลงานทั้งหมดจะถูกนำไปติดตั้งและจัดแสดงถาวรในหอศิลป์ส่วนตัวของ ศ.เกียรติคุณประหยัด “พาลาซโซ่ พาโนเว่” ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา (โทร. 08-1643-4761)







