posttoday
พิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่หน้ากลาโหม

พิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่หน้ากลาโหม

09 สิงหาคม 2558

ผมเชื่อว่าผู้ที่ผ่านศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม ตรงข้ามกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

โดย...ส.สต

ผมเชื่อว่าผู้ที่ผ่านศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม ตรงข้ามกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม นอกจากชื่นชมกับความยิ่งใหญ่ของอาคารกระทรวงกลาโหมแล้ว ยังมองดูปืนใหญ่หน้ากระทรวงด้วยความสนใจเช่นกัน แต่ถ้าจะเข้าไปดูใกล้ๆ ให้ลึกเข้าไป ต้องทำใจว่าเป็นเขตทหารห้ามเข้า แม้ว่าจะประกาศว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่โบราณ ตั้งแสดงกลางแจ้งก็ตาม

เช้าวันที่ 7 ส.ค. 2558 เราถ่ายภาพปืนใหญ่โดยไม่ทราบว่าเขาห้าม แต่อยากได้ภาพเพื่อผู้อ่านจึงกลั้นใจถ่ายมา ท่านที่ยืนรักษาการณ์ขยับปืน เรากลัว ต้องรีบออก แต่ถึงกระนั้นก็อุตส่าห์ไปพบข้อความที่เขียนชื่อปืนกระบอกเดียวกัน แต่เขียนคนละความหมาย คือปืนพระพิรุณแสนห่า ป้ายที่แผนผังเขียนว่าพระพิรุณแสนห่า (น่าจะถูก) แต่ป้ายที่ปืนเขียนว่าพระพิรุณแสนห้า (น่าจะผิด) (ไม้เอกกับไม้โท ทำให้ความหมายเพี้ยนสิ้นเชิง ฝากท่านปลัดกระทรวงกลาโหมช่วยดูด้วย) 

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนได้ถ่ายภาพปืนใหญ่พญาตาณี ที่ตั้งทะมึนเหมือนพญาปืนใหญ่ ในท่ามกลางปืนใหญ่อื่นๆ อีก 32 กระบอก ในบริเวณเดียวกันได้สมปรารถนา ดังที่เสนอในหน้านี้

ตามประวัติที่ศูนย์ข้อมูลเกาะรัตนโกสินทร์ และในเว็บไซต์อื่นเขียนถึง พอประมวลได้ว่าปืนใหญ่พญาตาณี เป็นปืนที่สร้างขึ้นที่ จ.ปัตตานี โดยช่างชาวจีนชื่อ ลิ้มโต๊ะเคี่ยม

ข้อมูลพิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่โบราณ บอกเล่าย่อๆ ถึงกระทรวงกลาโหม ที่ปืนใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้าว่า บริเวณกระทรวงกลาโหมในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของวัง 3 แห่ง ซึ่งรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานแก่พระเจ้าลูกยาเธอ โดยอาคารที่จัดแสดงปืนด้านหน้านั้น เดิมคือโรงทหารหน้า ลักษณะของอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของทหารประจำรักษาพระองค์

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งนี้จัดแสดงบริเวณด้านหน้าของกระทรวงกลาโหม โดยเรียงลำดับหมวดหมู่ตามอายุและยุคสมัยของปืน เริ่มจากปลายกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ มีทั้งหมด 60-70 กระบอก แต่ละกระบอกมีป้ายชื่อและประวัติจารึกบนแผ่นทองเหลืองอธิบายความเป็นมา ปืนส่วนใหญ่สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ในจำนวนปืนใหญ่นั้นปืนนารายณ์สังหาญ เป็นปืนประธาน มีขนาดใหญ่สุด รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้หล่อขึ้นในปี 2330 เพื่อใช้คู่กับปืนพญาตาณี

ปืนพญาตาณี สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงนำมาจากเมืองปัตตานีถวายแก่รัชกาลที่ 1 หลังจากทรงเสด็จศึกปราบปรามหัวเมืองทางภาคใต้

การจัดวางปืนใหญ่โบราณเริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ในช่วงนั้นปืนใหญ่หันปลายกระบอกปืนไปทิศไหนหาทราบไม่ แต่ที่ผู้เขียนเคยเห็นปืนใหญ่ทั้งหมดหันปลายกระบอกปืนไปทิศตะวันตก หรือหันเข้าหาวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนกระทั่งเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา (ถ้าผู้เขียนจำไม่ผิด) ผู้มีอำนาจสั่งให้หันปลายกระบอกปืนออกไปทางทิศเหนือและใต้ พร้อมทำแผนผังบอกว่าปืนที่มีชื่อต่างๆ นั้นตั้งตรงไหน โดยมีหมายเลขกำกับ

การหันปลายกระบอกปืนไปในทิศทางอื่น น่าจะเป็นการปกป้องวัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระบรมมหาราชวัง มากกว่าหันหน้าเข้าที่ดูเหมือนคุกคาม 

ส่วนชื่อปืนใหญ่ บอกเรื่องราวความดุดัน ให้เกียรติแก่ชนชาติที่มีความสัมพันธ์ทางทหารกับไทย และที่ทำสงครามกับไทยตลอดมา โดยตั้งชื่อข่ม เช่น ชะนะหงษา หรือชื่อ ขอมดำดิน ไทใหญ่เล่นหน้า ยวนง่าง้าว ฝรั่งร้ายปืนแม่น จีนสาวไส้ มักกะสันแหกค่าย มุงิดทะลวงฟัน เป็นต้น (สะกดชื่อปืนตามที่ทหารเขียนจารึก)

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI