
หน้าฝน... ถึงฤดูการระบาด โรค ‘มือ เท้า ปาก’
ทุกครั้งที่เข้าสู่ฤดูฝน (ปีนี้ตรงกับเดือน ก.ค.-ก.ย.)พ่อแม่ผู้ปกครองซึ่งมีบุตรหลานเป็นเด็กเล็กๆ (1-3 ขวบ)
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ทุกครั้งที่เข้าสู่ฤดูฝน (ปีนี้ตรงกับเดือน ก.ค.-ก.ย.)พ่อแม่ผู้ปกครองซึ่งมีบุตรหลานเป็นเด็กเล็กๆ (1-3 ขวบ) จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์การระบาดของโรค “มือ เท้า ปาก” อย่างใกล้ชิด
นั่นเพราะ ทุกครั้งที่วงรอบเวียนมาบรรจบ สถานการณ์ของโรคจะรุนแรงและมักมีเด็กน้อยต้องมาสังเวยชีวิตให้กับโรคนี้
เฉพาะปี 2558 ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-20 ก.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยทุกกลุ่มทุกจังหวัดรวมทั้งสิ้น 19,471 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต1 ราย
สำหรับผู้ป่วยร่วม 2 หมื่นราย พบว่ามีกว่า 70%เป็นเด็กอายุ 1-3 ขวบ โดยเด็กอายุต่ำสุดที่พบมีอายุเพียง 28 วันเท่านั้น ซึ่งมีถึง 6 ราย
ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สธ. ได้ประสานกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.)กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้เฝ้าระวังดูแลพื้นที่เสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะ “ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล” ทั่วประเทศ
“ขอให้ผู้ปกครองดูแลความสะอาดเครื่องเล่นเด็ก ให้เด็กล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้เด็กบ่อยๆ” คือคำแนะนำสำหรับผู้ปกครอง
ในขณะที่ครู จำเป็นต้องตรวจวัดไข้และตรวจมือเท้าเด็กทุกเช้า หากพบมีไข้หรือมีตุ่มใสขึ้นที่มือในปาก ขอให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคมือ เท้า ปาก ให้แยกเด็กออกจากเด็กทั่วไป และแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อควบคุมป้องกันโรคไม่ให้แพร่ระบาด และให้เด็กหยุดเรียนพักที่บ้านจนกว่าจะหายป่วย
โรคมือ เท้า ปากติดต่อกันได้ง่ายๆ จากการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย และน้ำจากในตุ่มใส เชื้อโรคอาจติดมากับสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ มักพบในเด็กอายุไม่เกิน 5 ขวบ อาการเบื้องต้น คือ เป็นไข้ต่ำๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว
จากนั้นภายใน 1-2 วันจะเริ่มมีตุ่มแดงที่เหงือกลิ้นกระพุ้งแก้มและกลายเป็นตุ่มพองใสรอบแผลอักเสบกระจายที่ฝ่ามือ นิ้วมือ และฝ่าเท้า โดยสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน
การรักษาจะเป็นไปตามอาการ ไม่มียารักษาเฉพาะ เช่น หากมีไข้ก็ให้ยาลดไข้ ควรเช็ดตัวเป็นระยะให้อาหารอ่อนๆ ดื่มน้ำและผลไม้และพักผ่อนมากๆ ถ้าเป็นเด็กเล็กอาจต้องป้อนนมแทนการให้ดูดจากขวด
อย่างไรก็ตาม หากเด็กมีไข้สูงและมีอาการเหนื่อยหอบให้รีบนำส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะเชื้อไวรัสอาจลุกลามทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบและก้านสมองอักเสบถึงขั้นเสียชีวิตได้
นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.)บอกว่า คร.ได้จัดทำคู่มือแนวทางการป้องกันควบคุมโรคติดต่อในศูนย์เด็กเล็กสำหรับครูและผู้ดูแลเด็ก แจกให้โรงเรียนอนุบาลและศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศแล้ว และขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองหมั่นสังเกตอาการของเด็ก โดยทั่วไปเด็กจะมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ หากป่วย 2-3 วันแล้ว อาการไม่ดีขึ้น มีไข้สูงขึ้น ตาลอย ผวา ชัก หรือซึมลง ขอให้รีบไปพบแพทย์ด่วน
วิธีป้องกันโรคมือเท้าปากที่ดีที่สุด คือ การรักษาความสะอาดร่างกาย ตัดเล็บให้สั้น หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังการขับถ่าย รวมทั้งใช้ช้อนกลางและไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน
ให้เฝ้าระวัง รู้จักสังเกต แต่อย่าตื่นตระหนก







